Home เศรษฐกิจ แบงค์ชาติปรับกฎเกณฑ์ กระตุ้นเงินทุนไหลออก ลดบาทแข็ง

แบงค์ชาติปรับกฎเกณฑ์ กระตุ้นเงินทุนไหลออก ลดบาทแข็ง

by greedisgoods
ธนาคารแห่งประเทศไทย ปรับเกณฑ์ โอนเงินไปต่างประเทศ ลงทุนในต่างประเทศ

ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศปรับปรุงกฎเกณฑ์การทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศให้สะดวกมากขึ้น

ธนาคารแห่งประเทศไทย ปรับปรุงกฎเกณฑ์การทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ โดยผ่อนคลายให้มีความสะดวกมากขึ้น เพื่อเอื้อให้เงินทุนไหลออกจากประเทศได้มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็น 4 ส่วน คือ

  1. นักลงทุนสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้เองแล้ว
  2. ผ่อนคลายการโอนเงินออกนอกประเทศ ทำให้การ โอนเงินไปต่างประเทศ ง่ายขึ้น
  3. ยกเว้นการนำรายได้จากการส่งออกกลับประเทศ
  4. ซื้อขายทองคำด้วยสกุลเงินต่างประเทศได้แล้ว

โดยการปรับปรุงทั้ง 4 ส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทยมีเป้าหมายในการสนับสนุนให้เงินทุนไหลออก เพื่อลดแรงกดดันที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562

ลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้เอง

นักลงทุนสามารถ ลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้เองโดยไม่ต้องผ่านตัวกล่างอย่างบริษัทหลักทรัพย์อีกต่อไป สามารถนำเงินออกไปลงทุนได้เอง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้นำเงินออกไปลงทุนได้ไม่เกิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 6 ล้านบาทต่อปี)

โดยการที่สามารถนำเงินไป ลงทุนในต่างประเทศได้เอง ประโยชน์ที่นักลงทุนจะได้รับคือ

  1. ใครที่มีความรู้สามารถทำได้เอง โดยไม่ต้องผ่านบริษัทหลักทรัพย์ในไทย
  2. การที่ทำได้เองคือไม่ต้องผ่านบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งหมายความว่าไม่ต้องมีภาระค่าธรรมเนียมส่วนนี้อีกต่อไป

โอนเงินไปต่างประเทศ ง่ายขึ้น

ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับให้สามารถ โอนเงินไปต่างประเทศ ได้ง่ายขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลักคือ

  1. เปิดเสรีการ โอนเงินไปต่างประเทศ
  2. เพิ่มวงเงินสำหรับการ โอนเงินไปต่างประเทศ แบบไม่ต้องยื่นเอกสารหลักฐาน
  3. โอนเงินให้ตนเองหรือญาติที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศได้เสรี และสำหรับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ

การเปิดเสรีการ โอนเงินไปต่างประเทศ จะยกเว้นเพียงรายการ Negative List ไม่กี่รายการ เช่น การชำระธุรกรรมซื้อขาย FX/THB กับสถาบันการเงินในต่างประเทศที่ยังต้องขออนุญาตจาก ธปท.

สำหรับการปรับเพิ่มวงเงินที่ไม่ต้องแสดงหลักฐานในการโอนเงินไปต่างประเทศจากเดิม 50,000 ดอลลาร์สหรัฐเป็น 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อธุรกรรม

และส่วนสุดท้ายการเปิดเสรีการ โอนเงินไปต่างประเทศ ให้ตนเองหรือญาติที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศได้เสรี เพื่ออำนวยความสะดวกในการย้ายถิ่นฐานและการส่งบุตรหลานไปศึกษาในต่างประเทศ จะแบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ

  1. โอนเงินให้ตัวเองหรือญาติที่ย้ายถิ่นฐานได้โดยไม่จำกัดวงเงินในการ โอนเงินไปต่างประเทศ
  2. สามารถซื้อสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศด้วยชื่อของตัวเองหรือบุคคลครอบครัวได้สูงสุดปีละ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1500 ล้านบาทต่อปี) เพื่ออำนวยความสะดวกในการย้ายถิ่นฐานและการส่งบุตรหลานไปศึกษาในต่างประเทศ

ยกเว้นการนำรายได้จากการส่งออกกลับประเทศ

อนุญาตให้ผู้ส่งออกที่รายได้ต่ำกว่า 200,000 USD ต่อใบขน สามารถฝากเงินไว้ในต่างประเทศโดยไม่จำกัดระยะเวลา อย่างไรก็ตามถ้าหากผู้ส่งออกมีรายได้สูงกว่าวงเงินข้างต้น ยังสามารถหักรายจ่ายในต่างประเทศได้โดยไม่ต้องขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทย (แต่ต้องขึ้นทะเบียนกับ ธปท. และยื่นเอกสารหลักฐานกับธนาคารพาณิชย์)

โดยจากสถิติในในปี 2561 รายได้ที่มาจากการส่งออกที่มูลค่าต่ำกว่า 200,000 USD ต่อใบขน มีมูลค่าราว 100,000 USD หรือประมาณครึ่งหนึ่งของมูลค่าการส่งออกของไทย

นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยยังได้หารือกับกระทรวงการคลังว่าจะขยายวงเงินเป็น 1 USD ต่อใบขน ภายในระยะ 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ครอบคลุมถึง 80% ของมูลค่าการส่งออก

ประโยชน์ที่ผู้ส่งออกจะได้จากการที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ยกเว้นการนำรายได้จากการส่งออกกลับประเทศ จะมีอยู่ 2 ประเด็น คือ

  1. ลดต้นทุนการโอนเงินและการชำระเงิน (เพราะไม่จำเป็นต้องโอนกลับทันทีทุกครั้งอีกต่อไป)
  2. สามารถรอหาจังหวะนำเงินที่ได้เข้าประเทศในอัตราแลกเปลี่ยนที่ต้องการ เพื่อการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
  3. สามารภพักเงินไว้ในต่างประเทศเพื่อรอชำระค่าใช้จ่ายในอนาคต

ซื้อขายทองคำด้วยสกุลเงินต่างประเทศได้แล้ว

ธนาคารแห่งประเทศไทย อนุญาตให้ซื้อขายทองคำด้วยสกุลเงินต่างประเทศได้แล้ว โดยสามารถซื้อขายทองคำกับบริษัทผู้ค้าทองคำที่ได้รับอนุญาตจาก ธปท. ด้วยเงินตราต่างประเทศผ่านบัญชี FCD ของธนาคารพาณิชย์ในประเทศ

โดยลูกค้าสามารถเก็บเงินสกุลต่างประเทศที่ได้จากการขายทองคำไว้ในบัญชี FCD โดยไม่ต้องแลกเป็นบาท เพื่อรอลงทุนในครั้งต่อไปได้แล้ว จากเดิมที่ต้องซื้อด้วยเงินบาทและแลกกลับเป็นเงินบาทเมื่อขายเท่านั้น ซึ่งส่งผลให้ทุกการซื้อทองคำเพิ่มปริมาณความต้องการเงินบาท

นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังอยู่ในขั้นเตรียมความพร้อมที่จะอนุญาตการซื้อขาย Gold Futures ในรูปเงินตราต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าน่าจะตามมาในระยะต่อไปด้วย

อ่านประกาศฉบับเต็ม การปรับปรุงกฎเกณฑ์เพื่อเอื้อให้เงินทุนไหลออกและลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท

บทความที่เกี่ยวข้อง