Home Investment SSF คือ อะไร? กองทุน SSF ลดหย่อนภาษี ได้เท่าไหร่?

SSF คือ อะไร? กองทุน SSF ลดหย่อนภาษี ได้เท่าไหร่?

by greedisgoods
SSF คือ กองทุน SSF ลดหย่อนภาษี ซื้อกองทุน SSF Super Saving Fund

กองทุน SSF คือ กองทุนรวมที่จะสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้แทนกองทุน LTF ตั้งแต่ปีภาษี 2563 เป็นต้นไป มาดูกันว่ากองทุน SSF มีอะไรต่างไปจากเดิมบ้าง?

SSF คือ กองทุนรวมเพื่อการออม หรือ Super Saving Fund เป็นกองทุนรวมรูปแบบใหม่ที่เน้นการออมเงินระยะยาวโดยกองทุน SSF จะสามารถลงทุนได้ในหลักทรัพย์ได้ทุกประเภท และสำหรับผู้ที่ซื้อหน่วยลงทุน SSF จะสามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อหน่วยลงทุนมาเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

กองทุน SSF คือ กองทุนรวมที่เป็นการปรับปรุงเพื่อลบข้อด้อยในเรื่องของความเหลื่อมล้ำในการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีระหว่างผู้มีรายได้สูงกับผู้รายได้ต่ำ ที่จากเดิมผู้มีรายได้สูงสามารถซื้อ LTF เพื่อลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 500,000 บาท ในขณะที่ผู้มีรายได้ปานกลางหรือต่ำสามารถลดหย่อนภาษีได้เพียง 15% ของเงินได้เท่านั้น

เงื่อนไขของ กองทุน SSF จึงเปลี่ยนเป็นลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้และไม่เกิน 200,000 บาท (รายละเอียดอื่นๆ ในหัวข้อถัดไป)

พูดให้ง่ายกว่านั้น กองทุน SSF คือ กองทุนที่จะมาแทนกองทุน LTF ที่จะใช้ลดหย่อนภาษีได้ในปีภาษี 2562 เป็นปีสุดท้าย โดยกองทุน SSF หรือ Super Saving Fund คือ เวอร์ชั่นอัพเดทใหญ่ที่มาพร้อมชื่อใหม่และมีการปรับปรุงเงื่อนไขเพื่อมุ่งงเน้นให้กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงรายได้น้อยและผู้ที่เริ่มต้นวัยทำงานได้รับประโยชน์ได้มากขึ้น

กองทุน SSF ลดหย่อนภาษี ได้เท่าไหร่

การลดหย่อนภาษีด้วยกองทุน SSF ของบุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน SSF ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

สำหรับปี 2563 (เท่านั้น) สรรพากรให้ SSF ลดหย่อนได้มากขึ้นอีก 2 แสน รวมเป็นสูงสุด 4 แสนบาท

และเมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่นๆ ในปีภาษีนั้นๆ ซึ่งได้แก่ กองทุน RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ กองทุนการออมแห่งชาติ กองทุนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และ เบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญ แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

นั่นหมายความว่าผู้ที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางจะสามารถลดหย่อนภาษีผ่านการซื้อกองทุนได้มากกว่าเดิม 1 เท่า ในขณะที่ผู้ที่มีรายได้สูง ในระดับที่เมื่อก่อนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน 500,000 บาท จะลดหย่อนภาษีได้น้อยลงจาก 500,000 เหลือ 200,000 บาท

เงื่อนไขกองทุน SSF

นอกจาก เพดานค่าลดหย่อนของ ค่าลดหย่อน SSF จะเปลี่ยนไปจาก LTF ในส่วนของเงื่อนไขอื่นๆ ก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ได้แก่

  1. ต้องถือครองหน่วยลงทุน SSF ได้เมื่อถือมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ (ไม่ได้นับปีปฏิทินเหมืน LTF) ถ้าขายก่อนก็จะต้องคืนเงินส่วนที่ได้รับการยกเว้นภาษีจากการซื้อกองทุน SSF พร้อมเงินเพิ่ม (เหมือน LTF กับ RMF)
  2. ไม่กำหนดขั้นต่ำในการซื้อหน่วยลงทุน SSF 
  3. ไม่มีเงื่อนไขในการที่จะต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี

ทั้งนี้ การซื้อหน่วยลงทุนกองทุน SSF จะใช้ได้ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2563 – 2567


ค่าลดหย่อน RMF ยังมีอยู่ไหม

จากการที่ SSF มาแทน LTF ในปีหน้าหลายคนอาจกังวลว่า RMF จะถูกยกเลิกไปด้วยไหม คำตอบคือกองทุน RMF ยังอยู่ แต่มีการปรับปรุงเงื่อนไขเล็กน้อย

โดยการซื้อหน่วยลงทุน RMF สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินได้ (จากเดิม 15%) และไม่มีเงื่อนไขขั้นต่ำในการซื้อ (เดิมขั้นต่ำคือ 3% ของเงินได้หรือ 5,000 บาทต่อปี) แต่เพดานสูงสุดยังคงเป็น 500,000 บาทเหมือนเดิม

เพื่อทำให้ผู้มีรายได้ปานกลางถึงรายได้น้อยได้รับประโยชน์ได้มากขึ้นเช่นเดียวกับเป้าหมายของ SSF

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าลดหย่อนภาษีของปีนี้ได้ที่บทความ – ค่าลดหย่อนภาษี คืออะไร? และมีอะไรบ้าง?

ที่มาและภาพจาก – แถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 3 ธันวาคม 2562 กระทรวงการคลัง

กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า…

Posted by สถานีข่าวกระทรวงการคลัง : Ministry of Finance News Station on Tuesday, December 3, 2019

บทความที่เกี่ยวข้อง