Home Business การกระจายความเสี่ยง คือ อะไร? วิธีกระจายความเสี่ยงทำยังไง

การกระจายความเสี่ยง คือ อะไร? วิธีกระจายความเสี่ยงทำยังไง

by greedisgoods
การกระจายความเสี่ยง คือ วิธี กระจายความเสี่ยง การลงทุน กลยุทธ์ การ กระจายความเสี่ยง

กลยุทธ์ การกระจายความเสี่ยง คือ อะไร? ทำอย่างไรได้บ้างและทำไมเราจึงควร กระจายความเสี่ยง การลงทุน

การกระจายความเสี่ยง คือ กลยุทธ์หนึ่งของการลงทุนทุกประเภท โดยเป้าหมายของ การกระจายความเสี่ยง คือ การลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากความเสี่ยงของการลงทุน หรือพูดง่ายๆ คือ กระจายความเสี่ยงเพื่อลดความเสียหายเมื่อขาดทุนอย่างมากจากการลงทุนในสิ่งเดียว

กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยง คือ กลยุทธ์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า “การลงทุนทุกรูปแบบมีความเสี่ยง” ดังนั้นการที่ลงทุนในอะไรซักอย่าง ก็จะมีโอกาสที่เราจะขาดทุนจากการลงทุนนั้น

จุดประสงค์ของ การกระจายความเสี่ยง (Diversification) คือการทำให้ไม่พอร์ทการลงทุนขาดทุนเต็มๆ จากการลงทุนใดการลงทุนหนึ่ง เพราะการขาดทุนที่เกิดขึ้นเมื่อมีการ กระจายความเสี่ยง จะทำให้ผลขาดทุนไม่ส่งผลกับพอร์ทการลงทุนทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น กรณีที่คุณลงทุนหุ้น A ด้วยเงินทั้งหมด 100,000 บาทแล้วหุ้นนั้นราคาลดลง 30% นั่นหมายความว่าคุณจะขาดทุน 30% หรือเงินหายไป 30,000 บาท

ในขณะที่ถ้าหากคุณกระจายความเสี่ยงด้วยการแบ่งเป็นเงินเป็นสองส่วนโดยลงทุนในหุ้นครึ่งหนึ่งและลงทุนในทองคำอีกครึ่งหนึ่ง การที่หุ้นราคาลดลง 30% หมายความว่าจะขาดทุนจากหุ้นเพียง 15% หรือ 15,000 บาทเท่านั้น ในขณะที่ทองคำอาจขาดทุนน้อยกว่า ไม่ทำกำไร หรือทำกำไร แต่โดยรวมการกระจายความเสี่ยงจะทำให้การขาดทุนโดยรวมน้อยกว่ากรณีแรก

การกระจายความเสี่ยงเหมาะกับใคร

หลายคนเข้าใจว่า การกระจายความเสี่ยง คือ กลยุทธ์สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในตลาดการเงินเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การกระจายความเสี่ยงสามารถทำได้ในการลงทุนทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ ไปจนถึงการทำธุรกิจ หรือแม้กระทั่งการฝากเงินกับธนาคาร

อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ใช่ว่า การกระจายความเสี่ยง (Diversify) จะเหมาะกับการลงทุนทุกรูปแบบ เพราะกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงมีข้อด้อยที่เป็นเงาตามตัวคือ

1) ทำให้กำไรโดยรวมน้อย (เหมือนกับการทำให้การขาดทุนโดยรวมน้อย) ส่งผลให้กำไรโตช้ากว่าการเลือกลงทุนเพียงอย่างเดียวแล้วทำกำไรได้

2) ค่อนข้างที่จะไม่เหมาะกับพอร์ทการลงทุนที่ขนาดเล็ก เพราะจะทำให้มีปัญหาสภาพคล่องและมีปัญหากำไรจากข้อแรก ทำให้พอร์ทการลงค่อนข้างที่จะโตช้า (แต่ถ้ารับได้ก็ไม่ใช่วิธีที่แย่)

ด้วยเหตุผลข้างต้นจึงทำให้กลยุทธ์ การกระจายความเสี่ยง คือ กลยุทธ์ที่ค่อนข้างจะเหมาะกับลักษณะการลงทุนที่เป็นพอร์ทการลงทุนมูลค่าสูงหรือบริษัทขนาดใหญ่ ที่ไม่สามารถนำเงินทุนก้อนใหญ่มากๆ มาเดิมพันกับการลงทุนเพียงอย่างเดียวได้


วิธีกระจายความเสี่ยง

วิธีการกระจายความเสี่ยง คือ การกระจายการลงทุน (Diversification) ออกไปในการลงทุนหลายรูปแบบ แทนที่จะลงทุนแบบเดียวหรือเพียงประเภทเดียว

โดยการกระจายจะอยู่บนเงื่อนไข คือ ควรเป็นการลงทุนในธุรกิจหรือหลักทรัพย์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน และควรกระจายการลงทุนไปยังต่างอุตสาหกรรมกันหรือจับกลุ่มเป้าหมาย (Target) คนละกลุ่มเป้าหมายกัน

เนื่องจาก ตามปกติปัจจัยภายนอกมักจะไม่ส่งผลกับทุกภาคส่วน (แม้แต่ COVID-19 ก็ยังมีบางอาชีพที่รอด ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบ) ทำให้การกระจายความเสี่ยงไปยังสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยส่วนใหญ่จะทำให้พอร์ทการลงทุนไม่ขาดทุนทั้งหมด

ตัวอย่างการกระจายความเสี่ยงแบบแย่ๆ เช่น กระจายความเสี่ยงโดยการซื้อหุ้นมากกว่า 3 บริษัท แต่หุ้นที่ซื้อได้แก่ PTT PTTEP และ PTTGC ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มน้ำมันทั้งหมดและอยู่ในเครือของปตท. ทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าหุ้นเหล่านี้มักจะมีทิศทางราคาหุ้นในทิศทางเดียวกันอยู่แล้ว

สำหรับ วิธีการกระจายความเสี่ยงด้วยการกระจายการลงทุน สามารถแบ่งออกเป็น 3 วิธีหลัก ได้แก่ กระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์อื่น กระจายการลงทุนในสินทรัพย์เดียวกัน และกระจายการลงทุนไปในตลาดอื่น

กระจายการลงทุนในสินทรัพย์เดียวกัน

กระจายการลงทุนในสินทรัพย์เดียวกัน คือ การกระจายความเสี่ยงด้วยการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ประเภทเดียวกัน แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องระหว่างกัน

ตัวอย่างเช่น การเลือกลงทุนในหุ้นในหลายอุตสาหกรรม แทนที่จะใช้เงินลงทุนทั้งหมดในการลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารเพียงอย่างเดียว

กระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์อื่น

กระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์อื่น คือ การกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนที่แบ่งเงินลงทุนออกไปในหลายสินทรัพย์ (และควรเป็นสินทรัพย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน)

ตัวอย่างเช่น ปกติลงทุนในหุ้นสามัญเพียงอย่างเดียว แต่แบ่งเงินลงทุนจำนวนหนึ่งกระจายไปลงทุนในตราสารหนี้ด้วย

กระจายการลงทุนไปในตลาดอื่น

การกระจายการลงทุนไปในตลาดอื่น คือ การกระจายเงินลงทุนไปในตลาดอื่นหลายตลาด อย่างเช่น การกระจายไปลงทุนในตลาดต่างประเทศ โดยอาจจะเป็นสินทรัพย์เดียวกันหรือสินทรัพย์ที่ต่างกันกับการลงทุนตามปกติก็ได้

ตัวอย่างเช่น การลงทุนทั้งในตลาดหุ้น SET ของไทยพร้อมกับการลงทุนในตลาดหุ้น NYSE ของสหรัฐอเมริกา หรือในกรณีของธุรกิจเช่น การใช้สินค้าเดิมที่มีอยู่ส่งออก หรือเข้าไปลงทุนจับลูกค้าใหม่ในต่างประเทศ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระจายการลงทุนสำหรับการลงทุนในธุรกิจได้ที่ กลยุทธ์การเติบโต (Growth Strategy) คืออะไร

บทความที่เกี่ยวข้อง