รีวิว ข้อสอบ TOEIC สำหรับการสอบ TOEIC ครั้งแรก !

ข้อสอบ TOEIC

รีวิว ข้อสอบ TOEIC ในแต่ละส่วน กับ Tips เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่รู้ไว้ก็ไม่เสียหายสำหรับการสอบ TOEIC


ข้อสอบ TOEIC จะมีทั้งหมด 200 ข้อ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ Listening Comprehension (การฟัง) กับ Reading Comprehension (การพูด)

Listening Comprehension แบ่งออกเป็น 4 ส่วน

  1. Photographs (10 ข้อ)
  2. Question-Response (30 ข้อ)
  3. Conversations (30 ข้อ)
  4. Talks (30 ข้อ)

Reading Comprehension แบ่งออกเป็น 4 ส่วน

  1. Incomplete Sentences (40 ข้อ)
  2. Text Completion (12 ข้อ)
  3. Single Passages (28 ข้อ)
  4. Double Passages (20 ข้อ)

ข้อสอบ TOEIC ทั้งหมดจะเป็นข้อสอบแบบฝนข้อที่ถูกที่สุดจาก 4 ตัวเลือก (มีแค่ 30 ข้อที่มี 3 ตัวเลือก)

ตอนที่ผู้เขียนไปสอบ TOEIC จะมีเวลาทำข้อสอบรวม 2 ชั่วโมง ไม่รวมเวลาพล่ามเรื่องที่ไม่ต้องบอกก็ได้ กับอธิบายวิธีฝนข้อมูลต่างๆของผู้สอบ

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ Part Listening


  1. ทุกข้อเปิดให้ฟังแค่รอบเดียว
  2. ถ้ายังไม่จบ Part Listening จะยังไม่ให้ทำ Reading
  3. Listening 100 ข้อ ใช้เวลารวม 45 นาที (ประมาณข้อละ 27 วินาทีโดยเฉลี่ย)

Photographs

ในหัวข้อ Photographs จะมีทั้งหมด 10 ข้อ ส่วนตัวถือว่าเป็น Part ที่ง่ายที่สุดของ TOEIC แต่ละข้อมีจะมีภาพขาวดำให้ 1 ภาพ ไม่มีตัวเลือกในกระดาษคำถาม ส่วนตัวเลือกทั้ง 4 ตัวเลือกจะถูกเปิดให้ฟัง

ผู้สอบมีหน้าที่ฟังแล้วเลือกคำตอบที่เกิดขึ้นในภาพหรือเป็นคำตอบที่ถูกที่สุด เพื่อฝนลงไปในกระดาษคำตอบ

แนะนำว่าก่อนฟังลองดู

สิ่งที่ต้องระวังในพาร์ท Photographs

  1. ใช้คำพ้องเสียง หรือ คำที่ออกเสียงใกล้เคียงกัน
  2. ประโยคที่ใกล้เคียงมากๆ – เช่น รูปผู้ชายยื่นน้ำให้ผู้หญิง แต่ในตัวเลือกพูดว่า “ผู้ชายยื่นเอกสารให้ผู้หญิง”
  3. ตอบจากสิ่งที่เห็นในรูป – ไม่ต้องคิดเผื่อ เช่น ในรูปเราแค่เห็นคนยืน ไม่ต้องไปคิดเผื่อว่าเค้ากำลังจะกลับบ้าน

แต่บางครั้งโจทย์ก็ไม่ได้หลอก !! (หรือผู้เขียนไม่เก็ทมุขของคนออกข้อสอบก็ไม่รู้) ตัวเลือกที่พูดให้ฟังบางครั้งก็คนละเรื่องกับภาพที่ให้มา เช่น จากภาพข้างบน แต่หนึ่งในตัวเลือกที่พูด คือ “The woman is eating an apple” ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรซักนิด

ความยาก Photographs: 2/10

ถ้าคุณฟังรู้เรื่องและรู้ศัพท์ในระดับนึง Photographs จะเป็นเหมือนคะแนนฟรี 10 คะแนน
เป็น Part ที่ควรได้เต็ม


Question-Response

พาร์ท Question-Response จะมีทั้งหมด 30 ข้อ จะเป็นคำถามสั้นๆกับคำตอบสั้นๆ อารมณ์เหมือนคนเดินสวนกันแล้วทักกัน สิ่งที่จะได้ฟังคือทั้งคำถามและคำตอบ ไม่มีอะไรให้ในกระดาษคำถาม (แต่ Part นี้จะมีแค่ 3 ตัวเลือก)

ส่วนมากจะเป็นคำถามที่ไม่ซับซ้อนมาก พวก What, When, Where, Why, Who, How กับ Yes/No Question และตัวเลือกไม่ค่อยหลอก

Tips สำหรับพาร์ท Question-Response

  1. จับใจความให้ได้ว่าพูดถึงอะไรอยู่ และพยายามอย่าเหม่อ
  2. ถามอะไรตอบอย่างนั้น เช่น ถาม Where … คำตอบก็จะเกี่ยวกับสถานที่
  3. วิธีหลอกจะคล้ายๆกับพาร์ท Photographs
  4. ข้อนี้สมาธิล้วนๆ ไม่ต้องอ่านอะไรเลยฟังล้วนๆ
  5. แนะนำว่าฝนให้เสร็จทันทีที่ได้คำตอบ อย่าติ๊กไว้ เพราะจะทำให้เสียเวลามากตอนทำ Reading

ส่วนตัวมองว่า Question-Response เป็นพาร์ทที่คนที่ได้ก็จะได้ไปเลย ส่วนคนที่ไม่ค่อยได้จะได้น้อยไปเลย

ความยาก Question-Response: 4/10

ความสามารถในการฟังแย่ หรือ ปานกลางค่อนไปทางแย่ ให้ความยากที่ 6/10
ถ้าฟังไม่รู้เรื่อง+สมาธิสั้น ให้ความยากที่ 7/10


Conversations

ในพาร์ทนี้จะได้ฟังบทสนทนาสั้นๆทั้งหมด 10 บทสนทนา ใน 1 บทสนทนาจะถาม 3 คำถาม หรือก็คือจะมีทั้งหมด 30 ข้อ

คำถามก็จะประมาณว่า คุยอะไรกัน ผู้ชายคนนั้นกำลังจะไปไหน คุยกันที่ไหน คุยกันเวลาไหน จากบทสนทนาคาดว่าผู้หญิงจะทำอะไร เกิดอะไรขึ้นกับผู้พูด

สิ่งที่มีให้ในข้อสอบ

  1. คำถาม 3 ข้อ ต่อ 1 บทสนทนา (เสียงที่เปิดจะพูดคำถามด้วย จังหวะนี้คือช่วงฝนคำตอบ กับ อ่านข้อต่อไปคร่าวๆ)
  2. ตัวเลือกของแต่ละข้อ

คำแนะนำพาร์ท Conversations

  1. ถ้าเป็นไปได้ให้ฝนคำตอบให้เสร็จหลังจากได้คำตอบ (อย่าติ๊กไว้ฝนทีเดียว) เพื่อประหยัดเวลาของพาร์ท Reading
  2. อ่านโจทย์กับตัวเลือกรอ จะทำให้พอเดาได้ว่าคุยกันประมาณไหน
  3. ถ้าฟังแล้วไม่ได้อะไร ให้ฝนข้อที่สมเหตุสมผลที่สุด อย่าคิดนานจะทำให้พังเป็นทอดๆ (ไม่ไหวอย่าฝืน)

ความยาก Conversations: 6/10

ถ้าฟังไม่รู้เรื่อง+สมาธิสั้น ให้ความยากที่ 8/10


Talks

ในพาร์ทนี้จะได้ฟังบทพูดทั้งหมด 10 บทพูด ใน 1 บทพูดจะถาม 3 คำถาม หรือก็คือจะมีทั้งหมด 30 ข้อ

คำถามจะเกี่ยวกับ เสียงนั้นพูดที่ไหน เสียงนั้นเตือนว่าจะเกิดอะไร จากประกาศเราควรทำยังไง จากประกาศมีคำแนะนำอะไร ถ้าเป็นโฆษณาจะถามว่าเราจะได้ข้อเสนออะไร/ลดเท่าไหร่ etc.

บทพูดจะเกี่ยวกับ

  • ประกาศตามสถานที่ต่างๆ เช่น ห้าง สนามบิน รถไฟฟ้า
  • ข้อความเสียง เช่น บันทึกเสียง เครื่องตอบรับอัตโนมัติ โทรไปฝากข้อความ
  • ข่าวจาก TV
  • ข่าวจากคลื่นวิทยุ
  • โฆษณา
  • พูดเปิดการประชุม หรือ อะไรที่เป็นบทพูดแนวๆธุรกิจ
  • อื่นๆ (นึกไม่ออก)

สิ่งที่มีให้ในข้อสอบ

  1. คำถาม 3 ข้อ ต่อ 1 บทสนทนา (เสียงที่เปิดจะพูดคำถามด้วย จังหวะนี้คือช่วงฝนคำตอบ กับ อ่านข้อต่อไปคร่าวๆ)
  2. ตัวเลือกของแต่ละข้อ

คำแนะนำพาร์ท Talks

  • แนะนำเหมือนพาร์ท Conversions
  • สมาธิสำคัญมากสำหรับพาร์ทนี้ ถ้าเหม่อจะรู้ตัวอีกทีตอนบทพูดจบ (อารมณ์เหมือนวาร์ปไปตอนจบแบบงงๆ)

ความยาก Talks: 9/10

ถ้าฟังไม่รู้เรื่อง+สมาธิสั้น ให้ความยากที่ 10/10


คำศัพท์ TOEIC เกี่ยวกับอะไร?

มาถึงตรงนี้อาจจะสงสัยว่าคำศัพท์ TOEIC เป็นศัพท์เกี่ยวกับอะไรบ้าง

อธิบายแบบรวบรัด คำศัพท์ในข้อสอบ TOEIC ส่วนมากจะเจอในวิชาภาษาอังกฤษในระดับปริญญาตรี และมักจะเจอใน Case Study ที่เป็นภาษาอังกฤษ (ถ้าคุณได้ทำ หรือ คุณเรียนป.ตรีแบบ Inter)

เป็นศัพท์เกี่ยวกับการทำงาน กับศัพท์ทั่วๆไปที่เห็นในชีวิตประจำวัน (ไม่เจอศัพท์เวอร์ๆเหมือนกับสอบ TOEFL)

หมวดหมู่ศัพท์ที่เจอใน TOEIC

  • เครื่องใช้สำนักงาน
  • ตำแหน่งต่างๆ
  • ศัพท์บริหารธุรกิจ การเงิน ธนาคาร อุตสาหกรรม จัดซื้อ การผลิต คำสั่งซื้อ
  • งานเลี้ยง งานสังสรรค์ต่างๆ
  • ศัพท์ที่เกี่ยวกับใน Office
  • การเดินทาง
  • คำศัพท์ทางเทคนิค
  • ศัพท์เกี่ยวกับโปรแกรม และ Software (แต่เจอน้อย)
  • สุขภาพ เช่น ป่วย ไม่สบาย

ถ้าเป็นคนที่มีพื้นภาษาอังกฤษพอสมควร ให้ไปหาหนังสือเรียนภาษาอังกฤษทุกเล่มตอนเรียนมหาลัยมาลองอ่านดู ส่วนมากจะเป็นศัพท์ประมาณนั้น
(แต่จริงๆก็ขึ้นอยู่ว่ามหาลัยนั้นสอนอะไร ซึ่งไม่น่าต่างกันมาก)


Incomplete Sentences

พาร์ทแรกของในส่วน Reading เป็นการเติมประโยคให้สมบูรณ์ มีทั้งหมด 40 ข้อ โดยจะมีประโยคสั้นๆมาให้ แล้วเลือกคำตอบที่ถูกไปเติม (4 ตัวเลือก)

พาร์ทนี้จะเหมือนข้อสอบแบบเติมคำที่เคยเจอมาตลอดในการเรียนภาษาอังกฤษ แต่ TOEIC ดูง่ายกว่าที่เคยสอบหลายๆครั้งซะอีก

จากที่สอบมา ส่วนมากในพาร์ทนี้จะเป็น Vocabulary (น่าจะเกิน 60-70% ได้) ถ้ารู้ศัพท์เยอะจะสบายมากๆ แทบไม่ต้องคิด

ที่เหลือจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ was were อดีต/ปัจจุบัน (ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร) ซึ่งส่วนใหญ่จะง่ายสำหรับคนที่ใช้ภาษาอังกฤษบ่อยๆ หรือ คนที่ชอบท่องประมาณว่า Was ต้องใช้กับบลาๆๆ มีน้อยข้อมากที่หลอกแบบกำกวม (อย่างที่บอกว่าข้อสอบ TOEIC จะคละกันระหว่างง่ายกับยาก)

ความยาก Incomplete Sentences: 7/10

จริงๆไม่ยากไม่ง่าย แต่ถ้ารู้ศัพท์เยอะก็จะกลายเป็นพาร์ทที่ง่ายมากๆ (เพราะส่วนมากเป็น Vocabulary)


Text Completion

Text Completion จะคล้ายๆกับพาร์ท Incomplete Sentences แต่จะเป็นบทความ แล้วเว้นไว้ให้เราเติมคำ บทความละ 3 คำ ทั้งหมด 4 บทความ หรือก็คือ 12 ข้อ

ส่วนบทความที่ให้มา ส่วนมากจะเป็น Email ธุรกิจ, ลูกค้าส่งเมลไป Complain, เมลสั่งของ etc.

ความยาก Text Completion: 6/10

ง่ายกว่า Incomplete Sentences เพราะว่าบทความยาว ทำให้หาจุดเชื่อมโยงได้ง่ายกว่า


Single Passages

จะมีบทความให้อ่าน (สั้นบ้าง ยาวบ้าง) บทความนึงจะใช้ตอบคำถาม 2-3 ข้อ ทั้งหมดจะมี 28 ข้อ

บทความเกี่ยวกับ?

  • ประกาศเตือนภัย
  • ประกาศรับสมัครงาน
  • โฆษณา
  • Email หลากหลายแบบ เช่น Complain สั่งซื้อสินค้า สมัครงาน เลขาคุยกับเจ้านาย นัดเวลา และ Email ธุรกิจอื่นๆ
  • ใบสั่งซื้อ
  • อื่นๆ  ที่เป็นประกาศ

Single Passages ถามเกี่ยวกับอะไร?

  • คำถามส่วนใหญ่ก็มาจากบทความที่อ่าน เช่น A สมัครตำแหน่งอะไร, จากประกาศอะไรคือคุณสมบัติที่ต้องการ, ประกาศเตือนเรื่องอะไร, ประกาศนี้น่าจะติดอยู่ที่ไหน, ประกาศแนะนำว่าให้ทำอย่างไร, จากบรรทัดที่ 4 คำว่า “xxx” มีความหมายตรงกับข้อใด, จากบทความพูดถึงอะไร
  • มีบางคำถามที่ต้องคิดต่อ เช่น คนที่ส่ง E-mail ตำแหน่งอะไร อาจจะมีคำตอบเกี่ยวกับตำแหน่งอยู่ที่ชื่อ Email หรือ ตัวเลือกจะมีอยู่อันเดียวที่เกี่ยวกับบทความที่อ่าน

ความยากของ Single Passage

  • บางบทความยาวมาก แต่ถามแค่ 2 ข้อ (ลองอ่านดูคร่าวๆ ถ้าไม่เก็ทมั่วไปเลย)
  • เสียเวลาอ่านแล้ว บางข้อยังต้องคิดต่อด้วย
  • ต้องอ่านบทความ แถมจำนวนข้อก็ไม่ใช่น้อย (รู้ศัพท์เยอะ และ ตาไว จะช่วยทำให้ทำได้เร็วเยอะมากๆ)

ความยาก Talks: 10/10


Double Passages

พาร์ทนี้จะมีทั้งหมด 4 ข้อใหญ่ โดย 1 ข้อจะมี 5 คำถาม (ทั้งหมด 20 ข้อ) จะใกล้เคียงกับ Single Passages

บทความที่ให้มาจะเป็นบทความคู่ เช่น บทความแรกเป็นใบประกาศรับสมัครงาน อีกบทความจะเป็น Email สมัครงานของใครก็ไม่รู้

Double Passages ถามเกี่ยวกับอะไร?

  • คำถามส่วนใหญ่ก็มาจากบทความที่อ่าน เช่น A สมัครตำแหน่งอะไร, จากประกาศอะไรคือคุณสมบัติที่ต้องการ, ประกาศเตือนเรื่องอะไร, ประกาศนี้น่าจะติดอยู่ที่ไหน, ประกาศแนะนำว่าให้ทำอย่างไร, จากบรรทัดที่ 4 คำว่า “xxx” มีความหมายตรงกับข้อใด
  • มีบางคำถามที่ต้องคิด เช่น คนที่ส่ง E-mail ตำแหน่งอะไร อาจจะมีคำตอบเกี่ยวกับตำแหน่งอยู่ที่ชื่อ Email หรือ ตัวเลือกจะมีอยู่อันเดียวที่เกี่ยวกับบทความที่อ่าน

ความยากของ Double Passages

  • บทความยาวมากๆ เป็นปัญหาสำหรับคนที่มีปัญหาในการอ่านมากๆอย่างแน่นอน
  • ถ้าไม่อ่านแบบกวาดสายตา โอกาสทำทันน้อยมากๆ

ความยาก Talks: 9/10

ถึงจะคล้ายๆกัน แต่ให้คำแนนความยากน้อยกว่า Single Passages เพราะ 1 บทความ สามารถตอบได้ถึง 5 ข้อ


ทำข้อสอบ TOEIC ยังไงให้ทัน

สำหรับคนที่พร้อมสอบ TOEIC เรื่องเวลาจะเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในการทำข้อสอบ TOEIC เพราะเวลาจำกัด แต่ข้อสอบเยอะพอสมควร

ต้องบอกก่อนว่าถ้าภาษาอังกฤษคุณไม่แน่น โอกาสที่จะทำทันแบบสบายๆมีน้อยมาก โดยเฉพาะพาร์ท Reading

  1. การเก็บคำตอบของพาร์ท Listening ไว้ฝนตอนท้ายทีเดียว เสียเวลามากๆ
  2. จากข้อ 1. ในส่วนของ Listening ให้ฝนคำตอบ ตอนเปลี่ยนข้อ, เปลี่ยนพาร์ทแล้วบอกวิธีทำกับตัวอย่าง, ตอนที่พูดโจทย์ของพาร์ท Conversations และ Talks
  3. รีบฝนชื่อ กับข้อมูลให้เสร็จๆ ตอนคนคุมสอบอธิบาย (วิธีฝนมีอยู่ในกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะ อ่านวิธีฝนรอระหว่างรอแจกกระดาษคำตอบ) เพราะเค้าจะบอกให้เราฟังตอนอธิบาย แต่พออธิบายเสร็จ (ใช้คำว่าเสือก) เสือกให้เริ่มทำ Listening ทันที ไม่ให้เวลาฝนซักนิด
  4. ข้อไหนไม่ได้ให้ทิ้งไปเลย Listening ให้มั่วหรือคิดน้อยที่สุด ส่วน Reading ข้ามไปก่อน
  5. อย่าเหม่อ ถ้าเหม่อจะพบว่าบทพูดจบแล้วเฉยเลย
  6. ไม่ต้องบรรจงฝนมาก ฝนให้เต็มวงเป็นพอ
  7. ในส่วนของ Reading แนะนำให้ทำย้อนหลังจากพาร์ทสุดท้ายขึ้นมา Double Passages > Single Passages > Text Completion > Incomplete Sentences (เพราะต้องเสียเวลาอ่านนานกว่า ส่วน Incomplete กับ Text ง่ายกว่า และ มองผ่านๆก็พอเดาได้)
  8. ในพาร์ท Reading หาข้อง่ายๆทำ เพราะข้อสอบ TOEIC จะคละกันระหว่างข้อยากกับข้อง่าย
  9. Reading 2 พาร์ทสุดท้าย (ที่ต้องอ่านเยอะๆ) ให้อ่านคำถามกับคำตอบคร่าวๆก่อน แล้วค่อยไปอ่านบทความ

FAQs คำถามที่พบบ่อย

มีดินสอ (กากๆ) และปากกาให้


ไม่ให้เอาอะไรเข้าไปนอกจากบัตรประชาชน แม้แต่เครื่องเขียนและนาฬิกา
มีนาฬิกาให้แต่ถ้าคุณสายตาสั้นก็จบกัน แต่คนคุมสอบจะบอกก่อนหมดเวลา 4 ครั้ง (มั้ง)

เหลือ 30 นาที, เหลือ 15 นาที, เหลือ 5 นาที, เหลือ 1 นาที

ฟัง Listening จบก่อน ถึงจะทำ Reading ได้

หมดเวลาต้องวางดินสอทันที ถ้ายังฝนต่อ คนคุมสอบจะเดินหาคุณทันที

ส่วนตัวถือว่าข้อสอบ TOEIC ง่ายพอสมควร ข้อสอบในหนังสือเตรียมสอบ TOEIC ที่เคยเห็นผ่าน ๆส่วนมากยากกว่าข้อสอบ TOEIC จริงซะอีก แต่ปัญหาจริง ๆ ของ ข้อสอบ TOEIC คือเรื่องเวลา

ทำความเข้าใจกับเรื่องพื้นฐานของการ สอบ TOEIC ได้ที่ https://bit.ly/2C3VI4v


About greedisgoods

สวัสดี! อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่าง

View all posts by greedisgoods →