ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ คือ อะไร ? (Elasticity of Demand)

ความยืดหยุ่นอุปสงค์ คือ Elasticity of Demand คือ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ คือ อะไร ? มาทำความเข้าใจกับ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ หรือ Elasticity of Demand แต่ละประเภท


ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ คือ อัตราความเปลี่ยนแปลงของความต้องการซื้อสินค้า (อุปสงค์ หรือ Demand) ต่อการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการซื้อสินค้า (อุปสงค์ หรือ Demand)

หรือพูดให้ง่ายกว่านั้น ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ คือ ตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่า ถ้าปัจจัยที่ผลกับความต้องการสินค้าชนิดหนึ่งเปลี่ยนไป (เช่น ราคาสินค้า เพิ่มขึ้นหรือลดลง) จะทำให้ปริมาณความต้องการสินค้านั้น (Demand) เปลี่ยนไปอย่างไร

ตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่า ราคาของน้ำมัน (Price) มีผลต่อปริมาณความต้องการสินค้า (Demand) ดังนั้น ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาน้ำมัน คือการหาว่าถ้าหากราคาของน้ำมันเปลี่ยนแปลงไป ความต้องการเติมน้ำมันของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าไหร่

หมายเหตุ: กรณีจะเรียกว่า ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา หรือ Price Elasticity of Demand) เป็น 1 ในหลายรูปแบบของ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์


สมมติว่า เมื่อราคาน้ำมันลดลง 20 สตางค์ (Price) ปริมาณความต้องการเติมน้ำมันของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้น 40% (Demand หรือ Quantity)

จะเห็นว่า ปริมาณความต้องการเติมน้ำมันของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้น 40% คือความยืดหยุ่นของอุปสงค์ที่เราพูดถึงและต้องการหาค่านั่นเอง

โดยรูปแบบของ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ (Elasticity of Demand) จะมีอยู่หลากหลายรูปแบบ และมีตัวแปรในการ คำนวณความยืดหยุ่นของอุปสงค์ (Elasticity of Demand) ที่แตกต่างกันออกไป

เรียกได้ว่าอะไรก็ตามที่ส่งผลต่อ “ความต้องการ หรือ Demand” ก็สามารถนำมา หาความยืดหยุ่นของอุปสงค์ ตัวอย่างเช่น

ซึ่งแต่ละรูปแบบของ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ จะเป็นการเปรียบเทียบกับปัจจัยในชื่อ อย่างเช่น ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา ก็จะเทียบกับระดับราคาสินค้าตามตัวอย่างด้านบน

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้ ก็จะเป็นการเปรียบเทียบกับรายได้ของผู้บริโภค (เมื่อผู้บริโภคมีรายได้เพิ่มขึ้น ความต้องการของสินค้าบางอย่างจะเพิ่มขึ้นหรือไม่) เป็นต้น

รูปแบบของ ความยืดหยุ่นอุปสงค์ ที่พบได้บ่อย คือ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (Price Elasticity of Demand) และ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้ (Income Elasticity of Demand) ที่มักจะนำมาใช้ประเมินแนวโน้มทางเศรษฐกิจและนำไปใช้ในการตั้งราคาสินค้า

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์แต่ละแบบ แบบละเอียดพร้อมวิธีคำนวณ ได้ที่ Coming Soon


ประเภทของ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์

ประเภทของ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ หรือ Elasticity of Demand คือ ผลลัพธ์ที่ได้จากการ คำนวณความยืดหยุ่นของอุปสงค์ แต่ละแบบ ซึ่งจะแบ่งเป็น 5 ประเภท ได้แก่

  1. อุปสงค์ที่ไม่มีความยืดหยุ่น (Perfectly Inelastic Demand)
  2. อุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นน้อย (Inelastic Demand)
  3. อุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นมาก (Elastic Demand)
  4. อุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นคงที่ (Unitary Demand)
  5. อุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นสมบูรณ์ (Perfectly Elasticity Demand)

โดยประเภทของ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ ทั้ง 5 ประเภท จะเป็นการแบ่งประเภทตามผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณหาความยืดหยุ่นของอุปสงค์แต่ละแบบ (เพื่อความง่ายในการอธิบาย จะเป็นการอธิบายด้วย ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา) ซึ่งทั้ง 5 ประเภทมีความหมายคร่าว ๆ ดังนี้

อุปสงค์ที่ไม่มีความยืดหยุ่น (Perfectly Inelastic Demand) คือ การที่เมื่อราคาสินค้าเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลง ความต้องการสินค้าจะไม่เปลี่ยนแปลง

อุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นน้อย (Inelastic Demand) คือ การที่เมื่อราคาสินค้าเปลี่ยนไป 1% แต่ปริมาณความต้องการซื้อเปลี่ยนแปลงไปต่ำกว่า 1%

อุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นมาก (Elastic Demand) คือ การที่เมื่อราคาสินค้าเปลี่ยนไป 1% แต่ปริมาณความต้องการซื้อจะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่า 1%


อุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นคงที่ (Unitary Demand) คือ การที่เมื่อราคาสินค้าเปลี่ยนไป 1% ปริมาณความต้องการซื้อจะเปลี่ยนแปลง 1% เช่นกัน

อุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นสมบูรณ์ (Perfectly Elasticity Demand) คือ การที่เมื่ออยู่ที่ระดับราคาหนึ่งระดับความต้องการสินค้าจะสูงมาก แต่ถ้าหากว่าราคาสินค้าเปลี่ยนไป ความต้องการซื้อจะไม่เกิดขึ้น

เพื่อไม่ให้บทความนี้ยาวเกินไปและง่ายต่อการจัดลำดับการอ่าน แนะนำให้อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ประเภทของความยืดหยุ่นของอุปสงค์ แบบละเอียด ได้ที่ Coming Soon


 

About greedisgoods

สวัสดี! อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่าง

View all posts by greedisgoods →