GreedisGoods » Accounting » ค่าตัดจำหน่าย คืออะไร? (Amortization)

ค่าตัดจำหน่าย คืออะไร? (Amortization)

by Kris Piroj
ค่าตัดจำหน่าย คือ Amortization ค่าเสื่อมราคา สินทรัพย์ไม่มีตัวตน

ค่าตัดจำหน่าย คืออะไร?

ค่าตัดจำหน่าย คือ การแบ่งการหักค่าใช้จ่ายของสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนอย่างเช่น ลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิบัตร ออกเป็นหลายส่วน แล้วนำมาหักค่าใช้จ่ายทีละปีไปจนครบมูลค่าของสินทรัพย์ดังกล่าว (คล้ายกับค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ถาวร) แทนที่จะหักค่าใช้จ่ายนั้นในปีเดียว

อธิบายแบบง่าย ๆ ค่าตัดจำหน่าย (Amortization) คือค่าเสื่อมราคา (Depreciation) ของสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนอย่างลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา และสิทธิบัตรนั่นเอง ซึ่งมีรายละเอียดเหมือนกับค่าตัดจำหน่ายทุกอย่าง

โดยสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่สามารถใช้ค่าตัดจำหน่าย ได้แก่ สิทธิบัตร (Patent), ลิขสิทธิ์ (Copyrights), สิทธิการเช่า (Leasehold), สัมปทานและการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Franchises and Licening), เครื่องหมายการค้าและยี่ห้อการค้า (Trademark and Tradename), และค่าความนิยม (Goodwill)

ตัวอย่าง ค่าตัดจำหน่าย

ตัวอย่างเช่น บริษัท GreedisGoods ซื้อลิขสิทธิ์เพลงมูลค่า 1 ล้านบาท และสมมติว่าบริษัท GreedisGoods มีรายได้ในปีเดียวกับปีที่ซื้อลิขสิทธิ์เพลงดังกล่าวทั้งสิ้น 1 ล้านบาท

ในกรณีทีไม่มีค่าตัดจำหน่าย (Amortization) หมายว่าว่าบริษัท GreedisGoods จะต้องนำค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์ทั้งหมด 1 ล้านบาทไปหักค่าใช้จ่ายทั้งจำนวน ส่งผลให้ในทางบัญชีบริษัท GreedisGoods เมื่อนำรายได้ 1 ล้านบาทหักด้วยค่าใช้จ่าย 1 ล้านบาท ก็จะมีกำไร 0 บาท

ซึ่งในความเป็นลิขสิทธิ์เพลงที่ซื้อมาไม่ได้ถูกใช้จนเต็มราคาภายในปีเดียว ทำให้ต้องมีการหักค่าใช้จ่ายด้วยการใช้ค่าตัดจำหน่ายขึ้นมาแทนการหักทั้งจำนวนในปีเดียว

ในกรณีที่มีค่าตัดจำหน่าย

ในกรณีที่มีการหักค่าตัดจำหน่าย จะเป็นการแบ่งการหักค่าใช้จ่ายด้วยวิธีต่าง ๆ จนครบมูลค่าของสินทรัพย์ดังกล่าว

จากตัวอย่างเดิม ถ้าใช้การหักค่าใช้จ่ายด้วยค่าตัดจำหน่าย (Amortization) ค่าลิขสิทธิ์ดังกล่าวโดยแบ่งเป็น 5 ปี

ดังนั้น ค่าใช้จ่ายที่อยู่ในบัญชีของบริษัท GreedisGoods ในปีนี้คือ 1 ใน 5 ของราคาสิขสิทธิ์เพลงดังกล่าวหรือ 200,000 บาทต่อปี และจะหักค่าใช้จ่ายได้ครบมูลค่าของลิขสิทธิ์ดังกล่าวในสิ้นปีที่ 5

หรือในทางกลับกันเมื่อถึงสิ้นปีในแต่ละรอบบัญชี มูลค่าของลิขสิทธิ์เพลงในทางบัญชีจะลดลง 200,000 บาทต่อปี ดังนี้

  • ปีแรกซื้อมาในราคา 1 ล้านบาท
  • สิ้นปีแรก เหลือมูลค่า 1,000,000 – 200,000 = 800,000
  • สิ้นปีที่ 2 เหลือมูลค่า 800,000 – 200,000 = 600,000
  • สิ้นปีที่ 3 เหลือมูลค่า 600,000 – 200,000 = 400,000
  • สิ้นปีที่ 4 เหลือมูลค่า 400,000 – 200,000 = 200,000
  • สิ้นปีที่ 5 เหลือมูลค่า 200,000 – 200,000 = 0

สรุป ค่าตัดจำหน่าย (Amortization) คือค่าเสื่อมราคา (Depreciation Expense) ของสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน อย่างเช่น ลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิบัตร

ในขณะที่ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) จะเป็นเรื่องของสินทรัพย์ถาวรซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่สามารถจับต้องได้ (และมักจะพบได้บ่อยกว่า) อย่างเช่น อาคาร เครื่องจักร และที่ดิน

บทความที่เกี่ยวข้อง

GreedisGoods มีการเก็บ Cookies สำหรับสถิติการเข้าชมและโฆษณา เพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานที่ดียิ่งขึ้น หากท่านใช้เว็บไซต์ต่อไปโดยไม่ปรับตั้งค่าปฏิเสธ Cookies เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้ ยินยอม ดูรายละเอียด