Home Economics ต้นทุนค่าเสียโอกาส คือ อะไร? (Opportunity Cost)

ต้นทุนค่าเสียโอกาส คือ อะไร? (Opportunity Cost)

by greedisgoods
ต้นทุนค่าเสียโอกาส คือ Opportunity Cost คือ ต้นทุน ค่าเสียโอกาส คือ อะไรต้นทุนค่าเสียโอกาส คือ Opportunity Cost คือ ต้นทุน ค่าเสียโอกาส คือ อะไร

ในทุกทางเลือกสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) มาทำความเข้าใจกันว่า ต้นทุนค่าเสียโอกาส คืออะไร และการเปรียบเทียบค่าเสียโอกาส

ต้นทุนค่าเสียโอกาส คือ ต้นทุนที่เกิดขึ้นตามมาเมื่อเราเลือกทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วทำให้เราไม่สามารถทำอีกสิ่งหนึ่งได้ พูดได้ว่าค่าเสียโอกาส คือ ต้นทุนของการเลือก เพราะการเลือกทำสิ่งหนึ่งหมายความว่าจะไม่สามารถทำอีกสิ่งหนึ่งไปพร้อมกันได้

ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) คือ สิ่งที่เกิดขึ้นจากการที่ทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด ทำให้เราไม่สามารถทำได้ทุกเรื่องหรือทำได้หลายเรื่องพร้อมกัน

ตัวอย่าง ต้นทุนค่าเสียโอกาส แบบง่ายๆ คือการที่คุณมีเงิน 1 ล้านบาทสำหรับการลงทุน การที่คุณใช้เงินทั้งหมดซื้อหุ้น A ก็จะเสียโอกาสใช้เงินในการซื้อหุ้นอื่น แต่ถ้าใช้เงิน 1 ล้านซื้อหุ้นอื่น ก็จะไม่สามารถซื้อหุ้น A ได้

แต่ถ้าหากแบ่งเงินไปซื้อทั้งหุ้น A และหุ้น B ก็จะทำให้เกิดต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการที่ไม่สามารถทำกำไรแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากหุ้นใดหุ้นหนึ่ง

อีกตัวอย่างง่ายๆ ของ Opportunity Cost หรือ ค่าเสียโอกาส คือ การที่ต้องเลือกระหว่างอ่านหนังสือ หรือ เล่นเกมในระหว่างช่วงสอบ การเล่นเกมก็จะทำให้เสียโอกาสอ่านหนังสือ และการอ่านหนังสือก็จะทำให้เสียโอกาสเล่นเกม

ประโยชน์ของการทำความเข้าใจกับ ต้นทุนค่าเสียโอกาส คือ ใช้สำหรับการประเมินทางเลือกในการลงทุนบางอย่างเมื่อคุณมีทรัพยากรอยู่จำกัดไม่สามารถทำทุกอย่างได้

นอกจากนี้ ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) นี่เองก็คือที่มาของการของการซื้อขายแลกเปลี่ยนด้วยเงินตรา เพราะเราจะไม่เสียเวลาปลูกผักทั้งวันทั้งที่ไม่ถนัดและได้ผลผลิตน้อยกว่าคนที่ถนัด ในขณะที่คุณสามารถทำอย่างอื่นแล้วได้ผลผลิตมากกว่า

เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการ

ประเภทต้นทุนค่าเสียโอกาส

ประเภทของ ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ ต้นทุนชัดแจ้ง (Explicit Costs) และ ต้นทุนแฝง (Implicit Costs)

ต้นทุนชัดแจ้ง (Explicit Costs) คือ ต้นทุนค่าเสียโอกาสที่เห็นได้ชัดเจน และเป็นต้นทุนที่อยู่ในรูปของตัวเงิน เป็นต้นทุนที่เป็นผลมาจากการชำระเงินค่าปัจจัยการผลิต การเลือกทางเลือกใดทางเลือกหนึ่งจะทำให้ไม่สามารถใช้เงินทำอย่างอื่น

ต้นทุนแฝง (Implicit Costs) คือ ต้นทุนค่าเสียโอกาสที่ไม่ทำให้เห็นเป็นตัวเงินได้และไม่สามารถวัดเป็นเงินได้ แต่เป็นต้นทุนที่ค่าเสียโอกาสที่ทำให้เราไม่ได้รับผลประโยชน์บางอย่างที่เราอาจจะได้รับจากการเลือกทางเลือกอื่น


การเปรียบเทียบต้นทุนค่าเสียโอกาส

การเปรียบเทียนต้นทุนค่าเสียโอกาสคือสิ่งที่ใช้สำหรับการประเมินทางเลือก เพื่อหาทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าจากการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่

สมมติว่า มีคนอยู่ 2 คน คือ นายแดงกับนายดำ และมีงานอยู่ 2 งานที่สองคนนี้ทำได้คือ ปลูกผักและขุดดิน และแน่นอนว่าสองคนนี้มีความสามารถในการทำงานทั้ง 2 งานไม่เท่ากัน

โดยจำนวนงานที่ทั้ง 2 คนสามารถทำได้ใน 1 ชั่วโมงของ นายแดง และ นายดำ จะทำได้ดังนี้

ตัวอย่าง การเปรียบเทียบต้นทุนค่าเสียโอกาส

เมื่อเปรียบเทียนต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) จะได้ออกมาดังนี้

ต้นทุนค่าเสียโอกาสที่เกิดขึ้นเมื่อปลูกผัก

ค่าเสียโอกาสของนายแดงในการปลูกผัก 1 แปลง คือ การไม่สามารถขุดดิน 5 แปลง (10÷2)

ค่าเสียโอกาสของนายดำในการปลูกผัก 1 แปลง คือ การไม่สามารถขุดดิน 3 แปลง (12÷4)

ต้นทุนค่าเสียโอกาสที่เกิดขึ้นเมื่อขุดดิน

ค่าเสียโอกาสของนายแดงในการขุดดิน 1 แปลง คือ การไม่สามารถปลูกผัก 0.2 แปลง (2÷10)

ค่าเสียโอกาสของนายดำในการขุดดิน 1 แปลง คือ การไม่สามารถปลูกผัก 0.3 แปลง (4÷12)

จากตัวอย่างด้านบนจะเห็นว่า ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ในการปลูกผักของนายดำต่ำกว่านายแดง และ ต้นทุนค่าเสียโอกาส ในการขุดดินของนายแดงต่ำกว่านายดำ

นั่นหมายความว่า เมื่อคิดจากต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Costs) จะเห็นว่า นายดำควรไปปลูกผัก และ นายแดงควรไปขุดดิน ตามความสามารถสูงสุดของแต่ละคนนั่นเอง


วิธีเปรียบเทียบ ค่าเสียโอกาส

สำหรับวิธีการเปรียบเทียบ ค่าเสียโอกาส จากต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) เมื่อเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถสรุปเป็นขั้นตอนที่ทำได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนดังนี้

Time needed: 4 minutes.

สรุป 3 ขั้นตอนที่เกิดขึ้นในการเปรียบเทียบต้นทุนค่าเสียโอกาส

  1. สร้างทางเลือก

    สร้างทางเลือกทั้งหมดที่มีให้เลือก

  2. กำหนดเงื่อนไข

    สร้างเงื่อนไขประโยชน์ที่ต้องการได้รับจากการตัดสินใจเลือก

  3. ประเมินค่าเสียโอกาส

    ประเมินทางเลือกว่าถ้าเลือกทางเลือกหนึ่งตามเงื่อนไข จะเสียประโยชน์อะไรบ้างจากการไม่เลือกทางอื่น

  4. หาทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด

    เปรียบเทียบหาทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด โดยเลือกทางที่เสียผลประโยชน์น้อยที่สุด

ทั้งนี้การประเมินค่าเสียโอกาสอาจจะไม่ได้วัดจากผลตอบแทนที่สูงที่สุด แต่อาจเป็นความเสี่ยงต่ำที่สุด เร็วที่สุด คุณภาพดีที่สุด เหนื่อยน้อยที่สุด ใช้วัตถุดิบางอย่างน้อยที่สุด หรือสบายใจที่จะทำมากที่สุดก็ได้เช่นกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง