Home Investment ตราสารหนี้ คืออะไร? ตราสารหนี้มีกี่ประเภท

ตราสารหนี้ คืออะไร? ตราสารหนี้มีกี่ประเภท

by greedisgoods
ตราสารหนี้ คือ Bond คือ พันธบัตร หุ้นกู้ ตราสาร หนี้ตราสารหนี้ คือ Bond คือ พันธบัตร หุ้นกู้ ตราสาร หนี้ การลงทุน

การลงทุนใน ตราสารหนี้ คือ อะไร? มาทำความเข้าใจกับ ตราสารหนี้ (Bond) แต่ละรูปแบบและความเสี่ยงของการลงทุน

ตราสารหนี้ คือ ตราสารทางการเงินที่ให้สิทธิในการเป็นเจ้าหนี้แก่นักลงทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ (Bond) โดยผลตอบแทนของตราสารหนี้ คือ ดอกเบี้ย (Interest) และเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน ผู้ออกตราสารหนี้จะคืนเงินต้นให้กับนักลงทุนตามที่ระบุในตราสารหนี้

พูดให้ง่ายกว่านั้น ตราสารหนี้ คือ สัญญากู้เงินระหว่างผู้ออกตราสารหนี้กับนักลงทุน โดยที่ผู้ออกตราสารหนี้อย่างเช่น รัฐบาล บริษัท หรือรัฐวิสาหกิจมีสถานะเป็น “ลูกหนี้” ส่วนนักลงทุนที่ซื้อตราสารหนี้มีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” และได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย

ผลตอบแทนของ ตราสารหนี้ คือ ดอกเบี้ย (Interest) ซึ่งถ้าหากระยะเวลาของตราสารหนี้ยิ่งยาวผลตอบแทนตราสารหนี้จะยิ่งสูงตาม ในทางกลับกันตราสารหนี้ที่มีระยะเวลาสั้นก็จะให้ผลตอบแทนที่ต่ำ โดยดอกเบี้ยที่นักลงทุนจะได้รับจากตราสารหนี้จะมีอยู่ 2 แบบคือ  

  • อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) ที่จะให้ดอกเบี้ยเท่าเดิมตลอดระยะเวลาของตราสารหนี้
  • อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) อัตราดอกเบี้ยในกรณีนี้จะเพิ่มหรือลดลงตามเงินเฟ้อในแต่ละช่วงเวลา ทำให้ดอกเบี้ยของตราสารนี้ในลักษณะนี้อาจเพิ่มหรือลดลงได้

นอกจากนี้ ช่วงเวลาในการจ่ายดอกเบี้ยของ ตราสารหนี้ จะมีอยู่หลายแบบ เช่น จ่ายทุก 6 เดือน และจ่ายทุก 12 เดือน เป็นต้น นักลงทุนควรศึกษาในส่วนนี้ให้ดี เพราะแค่ระยะเวลาในการจ่ายดอกเบี้ยต่างกันก็อาจทำให้ผลตอบแทนโดยรวมของตราสารหนี้ต่างกัน


ข้ามไปที่หัวข้อที่ต้องการ


ประเภทของตราสารหนี้

อย่างที่อธิบายในตอนต้นว่า ตราสารหนี้ คือ การกู้เงินจากนักลงทุน ทำให้โดยทั่วไปสามารถแบ่ง ประเภทของตราสารหนี้ (Bond) ได้เป็น 2 ประเภทตามผู้ที่ออกตราสารหนี้ คือ

ตราสารหนี้ภาครัฐ ซื้อได้จากธนาคารพาณิชย์ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย และ ธนาคารไทยพาณิชย์ (เงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท)

ตราสารหนี้เอกชน ซื้อได้จากธนาคารพาณิชย์ 14 แห่งและบริษัทหลักทรัพย์ (เงินลงทุนขั้นต่ำ 50,000 – 100,000 บาท)

ตราสารหนี้ภาครัฐ

ตราสารหนี้ภาครัฐ คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยภาครัฐ ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง และพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ซึ่งหน่วยงานที่ออกตราสารหนี้ก็จะเป็นหน่วยงานตามชื่อของตราสารหนี้เหล่านั้น

ข้อดีของตราสารหนี้ที่ออกโดยภาครัฐ คือ โอกาสที่ภาครัฐจะผิดนัดชำระหนี้ต่ำมาก เพราะการผิดนัดของตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลจะเกิดจากการที่รัฐไม่มีเงินหรือรัฐล้มละลายเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงเกิดขึ้นได้ยากมาก

หมายเหตุ: ตั๋วเงินคลัง คือ ตราสารหนี้ประเภทเดียวที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย แต่จะให้ผลตอบแทนเป็นส่วนต่างที่เรียกว่า Discount แทน

ตราสารหนี้ภาคเอกชน

ตราสารหนี้เอกชน คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยเอกชน เรียกอีกอย่างว่า หุ้นกู้ (Corporate Bond) เป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทที่ต้องการนำเงินไปลงทุน เป็นตราสารหนี้ที่มีโอกาสที่ผู้ลงทุนจะโดนบริษัทที่ออกตราสารหนี้ผิดนัดชำระหนี้

อย่างไรก็ตาม ตราสารหนี้ของเอกชนหรือหุ้นกู้ จะมีการจัดอันดับความเสี่ยงเรียกว่า Credit Rating ตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำสุด AAA AA A BBB BB B C และ D ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่สูงที่สุด (ยิ่งความเสี่ยงสูงผลตอบแทนที่เป็นดอกเบี้ยยิ่งสูงตาม)

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหุ้นกู้ (Corporate Bond) แบบละเอียดได้ที่บทความ – หุ้นกู้ หรือ Corporate Bond คืออะไร

ความเสี่ยงของ ตราสารหนี้

ความเสี่ยงหลักของ ตราสารหนี้ คือ การผิดนัดชำระหนี้ เหมือนกับหนี้ทั่วไป โดยความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Credit Risk) คือ ความเสี่ยงจากการที่ลูกหนี้ไม่จ่ายหนี้นั่นเอง แต่นอกจากนี้ ตราสารหนี้ (Bond) ยังมีความเสี่ยงอื่นๆ อยู่อีกด้วย ได้แก่:

ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk) เพราะตราสารหนี้ส่วนมากจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราคงที่ให้กับผู้ลงทุน ซึ่งถ้าหากว่าอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate) เกิดเปลี่ยนแปลงไป ราคาของตราสารหนี้ก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางตรงข้ามกับอัตราดอกเบี้ย

ถ้าอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นราคาของตราสารหนี้ก็จะลดลง ถ้าหากนักลงทุน ขายตราสารหนี้ ก็จะต้องลดราคาของตราสารหนี้ลงเพื่อชดเชยกับการที่ตราสารหนี้นั้นไม่สามารถให้ดอกเบี้ยที่สูงเท่าดอกเบี้ยของตราสารหนี้ที่ออกมาใหม่

ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่อง (Liquidity Risk) คือ ความเสี่ยงจากการที่ผู้ลงทุนอาจจะเสียโอกาสในการใช้เงินทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ไปลงทุนกับสินทรัพย์อื่น เนื่องจากการลงทุนใน ตราสารหนี้ คือ การลงทุนที่มีระยะเวลาค่อนข้างนาน

วิธีซื้อตราสารหนี้

ตราสารหนี้ คือ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายบน 2 ตลาดเช่นเดียวกับสินทรัพย์ทางการเงินประเภทอื่นๆ โดยการลงทุนในตราสารหนี้ในแต่ละตลาดทำได้ดังนี้

ตราสารหนี้ตลาดแรก คือ การซื้อตราสารหนี้ที่ออกครั้งแรก โดยจะสามารถติดต่อซื้อตราสารหนี้ตลาดแรกได้จาก ผู้ค้าตราสารหนี้ (Dealers) ซึ่งก็คือธนาคารพานิชย์และบริษัทหลักทรัพย์

ตราสารหนี้ในตลาดรอง เรียกว่า Thai Bond Exchange (TBX) คือ ตลาดสำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนตราสารหนี้ระหว่างนักลงทุน (คล้ายตลาดหุ้น) โดยนักลงทุนจะต้องเปิดบัญชีซื้อขายกับบริษัทหลักทรัพย์ ดูรายชื่อบริษัทหลักทรัพย์ได้ที่ เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์

บทความที่เกี่ยวข้อง