ภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก สรุปภาษีเงินฝาก ที่กำลังเป็นประเด็น!

ภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 2562 ภาษีดอกเบี้ย ยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 20000

ภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก แบบใหม่ 2562 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2562 หรือก็คือตอนนี้ที่กำลังอ่านอยู่ มาดูกันว่า ภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 2562 มีอะไรที่ต้องรู้ และอะไรที่หลายคนเข้าใจผิดบ้าง??


ภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก จริง ๆ มีมานานแล้ว เพียงแต่มีการยกเว้น ภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ในส่วนของ อัตราดอกเบี้ย 20,000 บาทแรกของทุกบัญชีของคุณรวมกัน ทำให้ในความเป็นจริงถ้าเงินฝากคุณไม่เยอะมากระดับ 4 หรือ 5 ล้านขึ้นไป คุณก็ไม่ต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากนี้อยู่แล้ว

และถ้าหากว่าคุณได้ ดอกเบี้ยเงินฝาก เกิน 20,000 บาท ส่วนที่เกินจะถูก หักภาษี ณ ที่จ่าย 15%

ปัญหาของ ภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ที่ทำให้ต้องมีการอัพเดทในต้นเดือนเมษายนปี 2562 คือมีการนำช่องว่างไปใช้ในการเลี่ยงภาษีของรายใหญ่ที่ทำให้ถึงแม้ว่าได้ดอกเบี้ยเกิน 20,000 ก็ไม่โดนภาษี หัก ณ ที่จ่าย (อ่านด้านล่างถ้าอยากรู้ว่าทำอย่างไร)

แต่สิ่งที่เป็นประเด็นของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ครั้งนี้จริง ๆ ควรอยู่ที่ คุณจะยังได้สิทธิการยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ก็ต่อเมื่อ คุณเซ็นต์ยินยอมให้ทุกธนาคารที่จ่ายดอกเบี้ยให้คุณ นำส่งข้อมูลดอกเบี้ยให้กับกรมสรรพากร


ถ้าคุณไม่ยินยอมให้ทุกธนาคารส่งข้อมูลดอกเบี้ยให้สรรพากร ธนาคารจะนำส่ง ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% อัตโนมัติจากดอกเบี้ยที่คุณได้ให้กับสรรพากร โดยไม่สนว่าบัญชีนั้นได้ ดอกเบี้ยเงินฝาก ถึงจำนวน 20,000 บาทหรือไม่ 

ภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ใครได้รับผลกระทบ?

  1. ผู้ที่มีบัญชีออมทรัพย์ที่ได้ดอกเบี้ยเงินฝากรวมกันมากกว่า 20,000 บาท ที่กำลังใช้ช่องโหว่ของกฎหมายอยู่ โดยที่อาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม
  2. ผู้ที่ไม่ยินยอมให้ทุกธนาคารส่งข้อมูลดอกเบี้ยของคุณให้สรรพากร ทำให้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ไม่ว่าจะได้ดอกเบี้ยเงินฝากกี่บาท

สิ่งที่ต้องทำ

รายเล็กที่ได้ดอกเบี้ยเงินฝากไม่ถึง 20,000 บาท ต้องไปลงทะเบียนที่ธนาคาร เพื่อยินยอมให้ส่งข้อมูลการรับดอกเบี้ยให้สรรพากร เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ทั้งที่ได้ดอกเบี้ยไม่ถึง 20,000 บาท


ทำไมต้องแก้ การยกเว้น ภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ได้รับการ ยกเว้นภาษีจากดอกเบี้ยเงินฝาก 20,000 บาทมาตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้เงื่อนไขของ การยกเว้นภาษีจากดอกเบี้ยเงินฝาก มีช่องโหว่อยู่

และจริง ๆ แล้วการ ยกเว้นภาษีจากดอกเบี้ยเงินฝาก 20,000 บาท คือ ดอกเบี้ยจากทุกธนาคารของคุณรวมกันแล้วไม่เกิน 20,000

แต่ช่องโหว่ที่ว่าเกิดจาก

  1. สรรพากรไม่ได้มีข้อมูลของทุกธนาคาร
  2. จากข้อ 1 ทำให้ไม่รู้ว่าทั้งหมดแล้วแต่ละคนได้ ดอกเบี้ยเงินฝาก เท่าไหร่

สมมติว่า นายรวยมากมีเงินฝาก 20,000,000 บาท และสมมติว่าดอกเบี้ยเงินฝากของทุกธนาคารคือ 0.5%

จากข้อ 1) สรรพากร จะไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วนายรวยมาก มีเงินฝากทุกธนาคารเท่าไหร่หรือ เงินจากดอกเบี้ยเงินฝากทั้งหมดที่นายรายมากได้คือเท่าไหร่ แต่ปัญหาไม่ได้จบแค่ไม่รู้ เพราะมีการใช้ช่องว่างตรงนี้ในการเลี่ยงภาษี ซึ่งทำได้ง่าย ๆ ด้วย 2 ขั้นตอนคือ

  1. เริ่มจากปิดบัญชีที่ดอกเบี้ยจะถึง 20,000 บาท เพื่อไม่ให้เสียภาษีดอกเบี้ย ณ ที่จ่าย 15% เพราะดอกเบี้ยเกิน 20,000 บาท
  2. จากนั้นเปิดบัญชีใหม่ โดยแยกเงินออกให้แต่ละบัญชีได้รับ ดอกเบี้ยจากเงินไม่เกิน 20,000 บาท

ดังนั้น เพียงแค่นายรวยมากแยกเงินฝาก 20 ล้านบาท ออกเป็น 5 บัญชี 5 ธนาคาร บัญชีละ 4 ล้านบาท เท่านี้กรมสรรพากรก็จะไม่รู้ว่าเงินฝากของนายรวยมากจริง ๆ แล้วมีเท่าไหร่ และได้ดอกเบี้ยเงินฝากเท่าไหร่กันแน่

และทั้งหมดก็คือสิ่งที่ทำให้มีประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับนี้ออกมานั่นเอง

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร แบบเต็มอ่านได้ที่ bit.ly/2DoL6xR


ภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 2562

มาดูกันว่าจริง ๆ แล้วเนื้อหาโดยละเอียดของ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับ การยกเว้นภาษีจากดอกเบี้ย มีที่มาที่ไปอย่างไร (สำหรับคนอยากอ่านแบบยาว)

ก่อนอื่น สิ่งที่ครอบคลุมหรือได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ คือ ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในประเทศ ที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ และผลตอบแทนเงินฝากธนาคารในประเทศ ที่ได้รับจากการฝากเงินตามหลักการของศาสนาอิสลามที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามตามหลักการวะดีอะฮ์

สำหรับบทความนี้ขอเรียก ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในประเทศ และผลตอบแทนเงินฝากธนาคารในประเทศ รวมกันว่า “ดอกเบี้ย” เพื่อความง่ายในการอ่าน

การยกเว้น ภาษีจากดอกเบี้ย 2562 (ปัจจุบัน)

ดอกเบี้ยและผลตอบแทนเงินฝากที่ได้รับยกเว้น ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสีย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่ประกาศใช้ในครั้งนี้ ระบุไว้ในข้อ 3 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

โดยการที่จะทำให้ดอกเบี้ยเงินฝากของคุณได้รับการยกเว้น ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสีย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขต่อไปนี้

  1. ดอกเบี้ยและผลตอบแทนเงินฝากทุกบัญชีรวมกัน มีจำนวนไม่เกิน 20,000 บาท ตลอดปีภาษีนั้น
  2. ชื่อบัญชีเงินฝากและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรที่ใช้ในการเปิดบัญชีเงินฝาก ต้องเป็นของผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยและผลตอบแทนเงินฝากนั้น
  3. ผู้มีเงินได้ซึ่งได้รับดอกเบี้ยและผลตอบแทนเงินฝาก ต้องยินยอมให้ทุกธนาคารซึ่งเป็นผู้จ่ายดอกเบี้ย นำส่งข้อมูลดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนเงินฝากของผู้มีเงินได้ต่อกรมสรรพากร
  4. ผู้มีเงินได้ต้องไม่นำดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนเงินฝากที่ได้รับไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

นอกจากนี้ ยังมีข้อ 4 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ในกรณีที่ผู้มีเงินได้ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามข้อ 3 โดยสรุปได้ดังนี้

กรณีที่ผู้มีเงินได้ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามข้อ 3 ผู้มีเงินได้จะไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และให้ธนาคารซึ่งเป็นผู้จ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนเงินฝากมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และนำส่งตามมาตรา ๕๐ (๒) และมาตรา ๕๒ แห่งประมวลรัษฎากร

สรุปแบบง่าย ๆ

มาดูสรุปแบบเข้าใจได้ง่าย ๆ ไม่อ้อมค้อม คุณจะได้ยกเว้นก็ต่อเมื่อ

  1. ดอกเบี้ยจากทุกบัญชีรวมกันไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี
  2. ชื่อบัญชีเงินฝากและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรที่ใช้เปิดบัญชี ต้องเป็นชื่อเดียวกับชื่อที่ได้ดอกเบี้ยจากธนาคาร
  3. คุณต้องยอมให้ธนาคารทุกธนาคารที่จ่ายดอกเบี้ยให้คุณ ส่งข้อมูลดอกเบี้ยของคุณให้สรรพากร
  4. ต้องไม่นำดอกเบี้ยที่ได้ไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

แต่ในกรณีที่คุณไม่ยินยอม ธนาคารก็จะต้องนำส่งภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายแทน (หักภาษี ณ ที่จ่าย) หรือพูดให้เข้าใจง่ายกว่านั้น ก็คือหักภาษี 15% จากดอกเบี้ยเงินฝากทันที (เหมือนกับที่ได้อธิบายไว้ตอนแรกสุด)


ในกรณีที่คุณไม่ยินยอมในข้อ 3 และไม่ทำตามทั้ง 4 ข้อด้านบน ไม่ว่าคุณจะมีดอกเบี้ยจากทุกบัญชีรวมกันเกินหรือไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี ก็จะโดนหัก 15% ทันทีโดยอัตโนมัติ

รายละเอียดของ การนำส่งข้องมูลดอกเบี้ยฯ อ่านที่ bit.ly/2DoL6xR

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร แบบเต็มอ่านได้ที่ bit.ly/2DoL6xR


About greedisgoods

สวัสดี! อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่าง

View all posts by greedisgoods →