Home Tax ภาษีทางตรง ภาษีทางอ้อม คืออะไร? มีอะไรบ้าง

ภาษีทางตรง ภาษีทางอ้อม คืออะไร? มีอะไรบ้าง

by greedisgoods
ภาษีทางตรง ภาษีทางอ้อม คือ มีอะไรบ้าง ภาษีทางตรง คือ Direct Tax Indirect Tax

ภาษีทางตรง ภาษีทางอ้อม คืออะไร? ทำควาเข้าใจกับความแตกต่างระหว่าง ภาษีทางตรง กับ ภาษีทางอ้อม

ภาษีทางตรง และ ภาษีทางอ้อม คือ การจำแนกประเภทภาษีที่รัฐจัดเก็บจากประชาชนออกเป็น 2 ประเภท ตามลักษณะในการรับภาระการจ่ายภาษีของผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือผู้มีเงินได้ ว่าจะสามารถ ผลักภาระในการจ่ายภาษีได้ หรือ ผลักภาระในการจ่ายภาษีไม่ได้

Direct Tax หรือ ภาษีทางตรง คือ ภาษีประเภทที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่สามารถผลักภาระให้ผู้อื่นได้

Indirect Tax หรืออ ภาษีทางอ้อม คือ ภาษีประเภทที่สามารถผลักภาระให้ผู้อื่นได้ อย่างเช่น ผู้ซื้อสินค้า

ภาษีทางอ้อม (Indirect Tax)

ภาษีทางอ้อม (Indirect Tax) คือ ภาษีที่สามารถผลักภาระให้คนอื่นได้ โดยคำว่าผลักภาระให้คนอื่นได้หมายความว่า ผู้ขาย ซึ่งเป็นผู้ที่มีรายได้จากการขายของชิ้นนั้น สามารถผลักภาระในการจ่ายภาษีในกลุ่ม ภาษีทางอ้อม (Indirect Tax) ให้กับผู้ซื้อได้

โดยภาษีทางอ้อมหรือ (Indirect Tax) ที่กรมสรรพากรจัดเก็บจะมีอยู่ 3 ประเภท คือ

  1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax หรือ VAT)
  2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specification Business Tax)
  3. อากรแสตมป์ (Stamp Duty)

ตัวอย่างของคำว่า “ผลักภาระภาษีได้” ของภาษีทางอ้อมที่ทุกคนน่าจะเห็นภาพได้ง่ายที่สุดคือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ที่จะเก็บเพิ่ม 7% จากมูลค่าสินค้าหรือบริการอย่างที่ทุกคนรู้

สมมติว่า ร้านค้า A อยากขายสินค้าด้วยราคา 100 บาท ผู้ขายก็จะขายสินค้าให้คุณ 107 บาท แล้วบอกว่าราคา 107 บาทนี้รวม VAT ซึ่งร้านค้าก็จะเก็บเงินไปแค่ 100 บาทจริงๆ โดยอีก 7 บาทก็จะนำไปจ่าย VAT

ในทางกลับกันถ้าหากร้านค้า A ไม่ผลักภาระภาษีหัก ณ ที่จ่ายหรือ VAT ให้กับผู้ซื้อ ร้านค้า A โดยขายสินค้าด้วยราคาเพียง 100 บาท ร้านค้า A ก็จะต้องหักส่วนหนึ่งจาก 100 บาทที่ขายได้เพื่อจ่าย VAT ทำให้รายได้จริงๆ ของร้านค้า A จะได้ไม่ถึง 100 เหมือนกับกรณีที่ผลักภาระภาษีให้ผู้ซื้อตามตัวอย่างด้านบน

ภาษีทางตรง (Direct Tax)

ภาษีทางตรง (Direct Tax) คือ ด้านตรงข้ามของภาษีทางอ้อมคือการที่ ผู้เสียภาษีจะไม่สามารถผลักภาระการเสียภาษีไปให้คนอื่นได้เหมือนกับ VAT ในตัวอย่างด้านบน โดยภาษีทางตรง (Direct Tax) จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ

  1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax)
  2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax)

และสำหรับใครที่กำลังคิดในลักษณะที่ คุณเป็นพนักงานแล้วเสนอเงื่อนไขให้บริษัทจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้คุณ แค่นี้คุณก็ไม่ต้องจ่ายภาษีเองแล้ว ก็ต้องบอกว่า “ถ้าบริษัทจ่ายภาษีให้คุณ เงินจำนวนนั้นก็ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอยู่ดี” เพราะถือว่าเป็นเงินได้พึงประเมิน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและวิธีคำนวณภาษีด้วยตัวเองได้ที่บทความ – ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax)

บทความที่เกี่ยวข้อง