ภาษีทางตรง และ ภาษีทางอ้อม ต่างกันอย่างไร ? (Taxation)

ภาษีทางตรง ภาษีทางอ้อม คือ Indirect Tax ภาษีทางตรง คือ Direct Tax

ภาษีทางตรง และ ภาษีทางอ้อม คือ อะไร ? และความแตกต่างระหว่าง ภาษีทางตรง กับ ภาษีทางอ้อม


ถ้าหากว่าจะแบ่งภาษีออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ตามลักษณะในการจ่ายภาษี ภาษีจะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ภาษีทางตรง และ ภาษีทางอ้อม

โดยทั้ง 2 ประเภทที่กล่าวถึง ภาษีทางตรงและภาษีทางอ้อม คือ การแบ่งด้วยเงื่อนไขในการผลักภาระในการจ่ายภาษี (ผลักภาระในการจ่ายภาษีไม่ได้ กับ ผลักภาระในการจ่ายภาษีได้)

ภาษีทางตรง ไม่สามารถผลักภาระให้ผู้อื่นได้

ภาษีทางอ้อม สามารถผลักภาระให้ผู้อื่นได้


มาดูกันว่า ผลักภาระได้ กับ ผลักภาระไม่ได้ เป็นอย่างไร


ภาษีทางอ้อม (Indirect Tax)

ภาษีทางอ้อม (Indirect Tax) คือ ภาษีที่สามารถผลักภาระให้คนอื่นได้ ถามว่า ผลักภาระให้คนอื่นได้อย่างไร ?

ยกตัวอย่างเช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ที่จะเก็บเพิ่ม 7% จากมูลค่าสินค้าหรือบริการ

สมมติว่า สินค้า A ราคา 100 บาท คนขายก็จะขายสินค้า A ให้คุณ 107 บาท แล้วบอกว่าราคา 107 บาทนี้ รวม VAT แล้ว ซึ่งร้านค้าก็จะเก็บเงินไปแค่ 100 บาทจริง ๆ โดยอีก 7 บาทก็จะนำไปจ่าย VAT

และนี่ก็คือ “การผลักภาระในการจ่ายภาษีให้คนอื่นได้”


โดยภาษีทางอ้อม จะมีอยู่ 3 ประเภท คือ

  1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax)
  2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specification Business Tax)
  3. อากรแสตมป์ (Stamp Duty)

ภาษีทางตรง (Direct Tax)

ภาษีทางตรง (Direct Tax) คือ ด้านตรงข้ามของภาษีทางอ้อม ผู้ที่ต้องเสียภาษีจะไม่สามารถผลักภาระการเสียภาษีไปให้คนอื่นได้

ภาษีทางตรง (Direct Tax) จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ

  1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax)
  2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax)

ซึ่งจะเห็นว่าภาษีทั้ง 2 แบบที่กล่าวถึง ผู้ที่มีรายได้จะต้องจ่ายภาษีเอง ไม่สามารถผลักไปให้คนอื่นจ่ายแทนได้


 

About greedisgoods

สวัสดี! อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่าง

View all posts by greedisgoods →