Home Tax สรรพากรประกาศ มาตรการภาษีเยียวยาผลกระทบ COVID-19

สรรพากรประกาศ มาตรการภาษีเยียวยาผลกระทบ COVID-19

by greedisgoods
มาตรการภาษีเยียวยาผลกระทบ COVID-19 สรรพากร ลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย กองทุน SSF

สรรพากรประกาศ 6 มาตรการภาษีเยียวยาผลกระทบ COVID-19 สำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

หลังจากที่ปัญหาการระบาดของ COVID-19 เริ่มรุนแรงมากขึ้นจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อย ตอนนี้กรมสรรพากรก็ได้ประกาศ 6 มาตรการภาษีเยียวยาผลกระทบ COVID-19 เพื่อช่วยเหลือในเรื่องของสภาพคล่องธุรกิจ การจ้างงานต่อเนื่อง และความเชื่อมั่นตลาดทุน

โดยทั้ง 6 มาตรการจากกรมสรรพากรที่เป็น มาตรการภาษีเยียวยาผลกระทบ COVID-19 ทั้ง ได้แก่

  1. ลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากร้อยละ 3 เหลือร้อยละ 1.5
  2. ซื้อกองทุน SSF ลดหย่อนภาษีเพิ่ม 200,000 บาท (รวมเป็นลดหย่อนได้สูงสุด 400,000 บาท)
  3. SMEs หักรายจ่ายจากดอกเบี้ย 1.5 เท่า
  4. SMEs หักรายจ่ายจากค่าจ้างได้ 3 เท่า
  5. คืน VAT เร็วขึ้นภายใน 15 วัน (และ 45 วัน)
  6. สิทธิประโยชน์จากการบริจาค เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหา COVID-19

ลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย จาก 3% เหลือ 1.5% ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 – กันยายน 2563 สำหรับการจ่ายเงินด้วยวิธีใดก็ได้ และตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – ธันวาคม 2564 ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย จาก 3% เหลือ 2% สำหรับการจ่ายผ่าน e-witholding tax เท่านั้น

บุคคลธรรมดา เงินที่ได้รับสิทธิลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย ได้แก่ เงินค่าจ้างทำของ ค่าบริการ และค่าวิชาชีพอิสระ

บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (มูลนิธิและสมาคมไม่ได้สิทธิ) เงินที่ได้รับสิทธิลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย ได้แก่ เงินค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่านายหน้า และค่าวิชาชีพอิสระ

ซื้อกองทุน SSF ลดหย่อนภาษีเพิ่ม

ซื้อกองทุน SSF ลดหย่อนภาษีเพิ่มอีก 200,000 บาท (รวมเป็นสูงสุด 400,000 บาท) โดยจะต้องเป็นกองทุน SSF ที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ไม่ต่ำกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) และต้องถือหน่วยลงทุนดังกล่าวอย่างน้อย 10 ปี

สำหรับการซื้อหน่วยลงทุน SSF จะต้องซื้อตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 – 30 มิถุนายน 2563

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับกองทุน SSF ที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้แทนกองทุน LTF ที่ถูกยกเลิกไปแล้ว สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขแบบละเอียดได้ที่บทความ กองทุน SSF คืออะไร? ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่


SMEs หักรายจ่ายดอกเบี้ย 1.5 เท่า

SMEs ที่เข้าร่วมมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของรัฐบาล สามารถหักรายจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม 1.5 เท่า สำหรับการจ่ายดอกเบี้ยช่วงเดือนเมษายน 2563 ถึงเดือนธันวาคม 2563 โดยมีเงื่อนไข ดังนี้

  • มีรายได้ครบ 12 เดือน และมีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านต่อปี
  • มีลูกจ้างทั้งหมดไม่เกิน 200 คน
  • เป็นธุรกิจที่จัดทำบัญชีเดียว
  • มีรอบบัญชีสิ้นสุดก่อนหรือในวันที่ 30 กันยายน 2562*

SMEs หักรายจ่ายค่าจ้างได้ 3 เท่า

สนับสนุนให้ธุรกิจ SMEs จ้างงานต่อเนื่องด้วยการ หักรายจ่ายที่เกิดจากค่าจ้างได้ 3 เท่า สำหรับการจ่ายค่าจ้างในช่วงเดือนเมษายน 2563 ถึงเดือน กรกฎาคม 2563 โดยมีเงื่อนไขคือ

  • มีรายได้ครบ 12 เดือน และมีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านต่อปี
  • มีลูกจ้างทั้งหมดไม่เกิน 200 คน
  • เป็นธุรกิจที่จัดทำบัญชีเดียว
  • มีรอบบัญชีสิ้นสุดก่อนหรือในวันที่ 30 กันยายน 2562*

โดยที่ SMEs จะต้องคงการจ้างงานของลูกจ้างที่ประกันตนและมีค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อเดือน และจำนวนลูกจ้างจะต้องไม่น้อยกว่าจำนวนลูกจ้าง ณ วันสุดท้ายของเดือนธันวาคม 2562

คืน VAT ภายใน 15 วัน

คืน VAT ภายใน 15 วัน (และ 45 วัน) เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ส่งออกที่ดี (ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.490/2562 เรื่องหลักเกณฑ์การจัดระดับผู้ประกอบการส่งออกที่ดีและผู้ประกอบการส่งออกขึ้นทะเบียน) สำหรับบริษัทและบริษัทมหาชน

การยื่นผ่านอินเตอร์เน็ต จะคืน VAT ภายใน 15 วัน (จากปกติ 30 วัน) และสำหรับการยื่นผ่านสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา จะคืน VAT ภายใน 45 วัน (จากปกติ 60 วัน)

สิทธิประโยชน์จากการบริจาค

สิทธิประโยชน์จากการบริจาคเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหา COVID-19 ได้แก่ ลดหย่อนสำหรับบุคคลธรรมดา, หักรายจ่ายสำหรับนิติบุคคล, และยกเว้น VAT สำหรับผู้ประกอบการ VAT โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • บุคคลธรรมดา สามารถบริจาคเงินเพื่อหักลดหย่อนได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย
  • บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถบริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อหักรายจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ
  • ผู้ประกอบการ VAT สามารถบริจาคทรัพย์สิน เพื่อที่จะได้รับการยกเว้น VAT

โดยการบริจาคสามารถทำได้ผ่าน e-Donation ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 5 มีนาคม 2564

ที่มา – แถลงหลังการประชุม ครม. โดยนายกรัฐมนตรีได้ที่ https://youtu.be/UbyUsjhaUrc และประกาศจาก Facebook กรมสรรพากร

บทความที่เกี่ยวข้อง