Home ข่าวเศรษฐกิจ มาตรการเยียวยาผลกระทบ COVID-19 จากกระทรวงการคลัง

มาตรการเยียวยาผลกระทบ COVID-19 จากกระทรวงการคลัง

by greedisgoods
มาตรการเยียวยาผลกระทบ COVID-19 ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม ผู้ประกอบการ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เผยรายละเอียด มาตรการเยียวยาผลกระทบ COVID-19 ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ระยะที่ 2

มาตรการเยียวยาผลกระทบ COVID-19 จากกระทรวงการคลัง จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ที่ได้ขยายวงกว้างขึ้นและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยาเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19

สำหรับมาตรการเยียวยาผลกระทบ COVID-19 ของกระทรวงการคลังในระยะที่ 2 จะแบ่งมาตรการดูแลและเยียวยาออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

  • มาตรการดูแลและเยียวยา “แรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม” ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ประกอบด้วย 8 มาตรการ
  • มาตรการดูแลและเยียวยา “ผู้ประกอบการ” ประกอบด้วย 7 มาตรการ

สรุป มาตรการเยียวยาผลกระทบ COVID-19 แบบรวบรัด

มาตรการเยียวยาผลกระทบ COVID-19 สำหรับ “แรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม” ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ประกอบด้วย 8 มาตรการ

  1. สนับสนุนเงินคนละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน (รายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง)
  2. สินเชื่อฉุกเฉิน 10,000 บาทต่อคน ไม่ต้องมีหลักประกัน อัตราดอกเบี้ย 0.1% ต่อเดือน (วงเงินรวมั้งหมด 40,000 ล้านบาท) ระยะเวลากู้ไม่เกิน 2 ปี 6 เดือน รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563
  3. สินเชื่อพิเศษ 50,000 บาทต่อคน ดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน โดยจะต้องมีหลักประกัน (วงเงินรวมทั้งหมด 20,000 ล้านบาท) ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563
  4. สำนักงานธนานุเคราะห์รับจำนำดอกเบี้ยต่ำ วงเงินรวม 2 พันล้านบาท อัตราดอกเบี้ยกับประชาชนไม่เกิน 0.125% ต่อเดือน
  5. ยืดระยะเวลาการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ออกไปเป็นภายในเดือนสิงหาคม 2563 (ตอนแรกเลื่อนถึง มิถุนายน)
  6. ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพ เพิ่มขึ้นจาก 15,000 บาทเป็น 25,000 บาท ตั้งแต่ปีภาษี 2563 เป็นต้นไป
  7. ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าเสียงภัยให้บุคคลากรทางแพทย์ (รายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง)
  8. ฝึกอบรมมีเงินใช้ เพื่อเพิ่มทักษะอาชีพ รวมถึงนักศึกษาที่ยังหางานไม่ได้

รายละเอียด การสนับสนุนเงิน 5,000 บาทต่อเดือน  3 เดือน

สนับสนุนเงินคนละ 5,000 บาทต่อเดือนเป็นระยะเวลา 3 เดือน ให้กับแรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม หรือผู้ได้รับผลกระทบอื่น ๆ ของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19)

มาตรการเยียวยาผลกระทบ COVID-19 สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดของสถานประกอบการที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) เนื่องจาก เป็นสถานที่ที่มีคนแออัด เบียดเสียด ง่ายต่อการแพร่เชื้อ ตัวอย่างเช่น สนามมวย สนามกีฬา ผับ สถานบันเทิง โรงมหรสพ นวดแผนโบราณ สปา ฟิตเนส สถานบริการอื่น ๆ หรือผู้ได้รับผลกระทบอื่น ๆ

  • ไม่รวมผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่มีคุณสมบัติครบเงื่อนไขการได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม
  • ไม่รวมข้าราชการและข้าราชการบำนาญ
  • ไม่รวมเกษตรกร (กลุ่มเกษตรกรได้รับความช่วยเหลืออื่นอยู่แล้ว)

ธนาคารกรุงไทยจะเป็นผู้รับลงทะเบียน ผ่านการลงทะเบียนแสดงความจำนงตรวจสอบคุณสมบัติ โดยมีเป้าหมายรวม 3 ล้านคน โดยการสนับสนุนเงิน 5,000 บาทต่อเดือน ระยะเวลา 3 เดือน (เมษายน – มิถุนายน 2563) ผ่านทางการโอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น พร้อมเพย์ตามเลขบัตรประจำตัวประชาชน โอนเข้าบัญชีธนาคาร หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

วิธีลงทะเบียนรับเงิน 5000 บาทต่อเดือน 3 เดือนดูได้ที่บทความ – วิธีลงทะเบียน เราไม่ทิ้งกัน

ยกเว้นภาษีค่าเสียงภัยบุคคลากรทางแพทย์

มาตรการเยียวยาผลกระทบ COVID-19 ในส่วนของการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าเสียงภัยให้บุคคลากรทางแพทย์ จะเงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีดังนี้

  1. ค่าตอบแทนเสี่ยงภัยในการเฝ้าระวัง สอบสวน ป้องกัน ควบคุม และรักษาผู้ป่วยจากไวรัส COVID-19
  2. ค่าตอบแทนบุคคลที่มิใช่ข้าราชการหรือข้าราชการที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ได้รับแต่งตั้งจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับในปีภาษี 2563 เพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ไม่มีภาระภาษีสำหรับค่าตอบแทนพิเศษจากการปฏิบัติงานดังกล่าวและมีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น

มาตรการเยียวยาผลกระทบ COVID-19 มาตรการเยียวยาโคโรน่าไวรัส กระทรวงการคลังมาตรการเยียวยาผลกระทบ COVID-19 มาตรการเยียวยาโคโรน่าไวรัส กระทรวงการคลัง


มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ

มาตรการเยียวยาผลกระทบ COVID-19 สำหรับผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ประกอบด้วย 7 มาตรการ ทั้งหมดมีดังนี้

สรุป มาตรการเยียวยาผลกระทบ COVID-19 สำหรับผู้ประกอบการ

มาตรการเยียวยา ผู้ประกอบการ มาตรการเยียวยาผลกระทบ COVID-19

สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัส COVID-19 สินเชื่อวงเงินรวม 10,000 ล้านบาท วงเงินต่อรายไม่เกิน 3 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 สำหรับ 2 ปีแรก ระยะเวลาการกู้ยืมสูงสุดไม่เกิน 5 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563 โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

เพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ได้แก่ ธุรกิจทัวร์ ธุรกิจสปา ธุรกิจขนส่งที่เกี่ยวเนื่อง (รถทัวร์ รถบัส รถตู้ รถแท็กซี่ เรือนำเที่ยว รถเช่า) บริษัทนำเที่ยว โรงแรม ห้องพัก และร้านอาหาร 


มาตรการเลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยเลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนี้

รอบระยะเวลาบัญชีปี 2562 (ภ.ง.ด. 50) สำหรับกรณีที่จะต้องยื่นรายการชำระภาษีตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2563 ออกไปเป็นภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

รอบระยะเวลาบัญชีปี 2563 (ภ.ง.ด. 51) สำหรับกรณีที่จะต้องยื่นรายการชำระภาษีตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ถึงวันที่ 29 กันยายน 2563 ออกไปเป็นภายในวันที่ 30 กันยายน 2563 เพื่อให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นจากการเลื่อนชำระภาษีตาม ภ.ง.ด. 50 ประมาณ 120,000 ล้านบาท และจากการเลื่อนชำระภาษีตาม ภ.ง.ด. 51 ประมาณ 30,000 ล้านบาท


มาตรการเลื่อนเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ นำส่ง และชำระภาษี โดยเลื่อนเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ นำส่ง และชำระภาษีทุกประเภทที่กรมสรรพากรจัดเก็บ ตัวอย่างเช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นต้น ให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ได้แก่

  1. ผู้ประกอบการที่ต้องปิดสถานประกอบการตามคำสั่งของทางราชการ เช่น กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น
  2. ผู้ประกอบการอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 เฉพาะที่มีเหตุอันสมควรให้เลื่อนเวลาออกไป โดยกระทรวงการคลังจะพิจารณาเป็นรายกรณี เพื่อลดภาระในการจัดทำเอกสารและเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง

ขยายเวลาการชำระภาษีให้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จากเดิมยื่นขอชำระภาษีภายใน 10 วันเป็นภายในวันที่ 15 ของเดือน ถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน โดยให้ดำเนินการดังกล่าวเป็นระยะเวลา 3 เดือน (เมษายน – มิถุนายน 2563)


มาตรการขยายเวลาการยื่นแบบรายการภาษีพร้อมกับชำระภาษีของการประกอบกิจการสถานบริการที่จัดเป็นบริการตามบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต

เพื่อบรรเทาภาระภาษีแก่ผู้ประกอบกิจการสถานบันเทิงที่ได้รับผลกระทบจากการให้ปิดสถานที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดที่มีคนแออัด เบียดเสียด ง่ายต่อการแพร่เชื้อไวรัส COVID-19 เป็นการชั่วคราว กรมสรรพสามิตขยายเวลาการยื่นแบบรายการภาษีพร้อมกับชำระภาษีของการประกอบกิจการสถานบริการ ได้แก่ ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลาจน์ โดยรวมถึงสถานที่ที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง ซึ่งปิดทำการหลังเวลา 24.00 นาฬิกา และสถานอาบน้ำหรืออบตัว และนวด ตลอดจนกิจการเสี่ยงโชคประเภทสนามแข่งม้า และสนามกอล์ฟ ให้ยื่นแบบรายการและชำระภาษีภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2563


มาตรการยกเว้นอากรขาเข้าของที่ใช้รักษา วินิจฉัย หรือป้องกันโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา (COVID-19) โดยยกเว้นอากรขาเข้าของที่ใช้รักษา วินิจฉัย หรือป้องกันโรค ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ตามรายการที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด

ตั้งแต่วันที่ประกาศกระทรวงการคลังมีผลบังคับใช้ จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงการรักษา วินิจฉัย หรือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ได้มากขึ้น


มาตรการทางภาษีอากรและค่าธรรมเนียมเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของเจ้าหนี้ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด เช่าซื้อ ลีสซิ่ง และเจ้าหนี้อื่นที่ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ร่วมกับสถาบันการเงิน)

  1. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ลูกหนี้สำหรับเงินได้ที่ได้จากการปลดหนี้ของเจ้าหนี้
  2. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่ลูกหนี้และเจ้าหนี้สำหรับเงินได้ที่ได้จากการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้าหรือการให้บริการ และการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
  3. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่ลูกหนี้สำหรับเงินได้ที่ได้จากการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่จำนองเป็นประกันหนี้ของเจ้าหนี้ให้แก่ผู้อื่นซึ่งมิใช่เจ้าหนี้และการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ ดังกล่าว โดยลูกหนี้ต้องนำเงินนั้นไปชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกินกว่าหนี้ที่ค้างชำระหรือมีภาระผูกพันตามสัญญาประกันหนี้ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
  4. ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้สำหรับหนี้ที่เจ้าหนี้ปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้ โดยไม่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ปกติ ทั้งนี้ สำหรับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564

ลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการโอนและการจำนองอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน และห้องชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด สำหรับกรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามกรณีที่กำหนด ซึ่งกรมที่ดินจะดำเนินการออกประกาศกระทรวงมหาดไทยให้เรียกเก็บค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมดังกล่าว ร้อยละ 0.01 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564

ทั้งนี้ การดำเนินการข้างต้นเป็นการขยายหลักเกณฑ์จากมาตรการภาษีอากรและค่าธรรมเนียมภายใต้มาตรการต่อเติม เสริมทุน SMEs สร้างไทย ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2563 เพื่อให้ครอบคลุมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้ของเจ้าหนี้อื่น

อ้างอิงจาก Facebook Fanpage สถานีข่าวกระทรวงการคลัง : Ministry of Finance News Station

บทความที่เกี่ยวข้อง