มาตรวัดตัวแปร 4 ระดับ และการเลือกใช้ (วิจัย)

มาตรวัด วิจัย มาตรวัดตัวแปร 4 ระดับ

ทำความรู้จัก มาตรวัดตัวแปร ทััง 4 ระดับ


มาตรวัด คือ เครื่องมือที่ช่วยแปลงตัวแปรที่เป็นนามธรรมไปเป็นข้อมูลในลักษณะของสถิติ เพราะโดยปกติเราจะไม่สามารถทำให้เรื่องที่เป็นนามธรรมกลายเป็นข้อมูลสถิติได้

เช่น ถ้าตัวแปรที่เป็นนามธรรมคือ ความมั่งคั่ง แต่ถ้าหากเราต้องการเปรียบเทียบ “ความมั่งคั่ง” ของคน 3 คน เราก็ต้องหาอะไรบางอย่างมาเป็นตัวกลางในการวัด ไม่ใช่มองแล้วบอกไปตามความรู้สึกว่าคนนั้นรวยมาก

จากปัญหาดังกล่าว เราอาจจะวัดความมั่งคั่งด้วย

  1. สินทรัพย์ทั้งหมดที่มี
  2. รายได้ต่อเดือน

และทั้งหมดที่เล่ามาก็คือสิ่งที่เรียกว่า “มาตรวัด”
ซึ่งมาตรวัดจะถูกแบ่งออกเป็นหลายระดับ



ระดับของมาตรวัด

ระดับของมาตรวัดตัวแปร จะแบ่งออกเป็น 4 ระดับ (เรียงจากแย่ที่สุดไปหาดีที่สุด)

  1. มาตรวัดนามบัญญัติ (Nominal Scale)
  2. มาตรวัดอันดับ (Ordinal Scale )
  3. มาตรวัดอันตรภาค หรือ มาตรวัดแบบช่วง (Interval Scale)
  4. มาตรวัดอัตราส่วน (Ratio Scale)

มาตรวัดนามบัญญัติ (Nominal Scale)

มาตรวัดนามบัญญัติ คือ  มาตรวัดที่หยาบที่สุด และเป็นระดับต่ำที่สุด เป็นแค่การกำหนดสัญลักษณ์หรือตัวเลขขึ้นมาเพื่อจำแนกประเภทสิ่งของหรือคุณลักษณะต่างๆออกเป็นกลุ่ม แต่จะไม่ได้แสดงถึงปริมาณ (มากหรือน้อยน้อย) ความสูงต่ำ ไม่สามารถจัดลำดับก่อนหลังได้ และถ้าตั้งชื่อกลุ่มเป็นเลขก็ไม่สามารถนำมาคำนวณได้

เพศ แบ่งเป็นกลุ่มได้ 2 กลุ่ม คือ เพศชายและเพศหญิง

ประเภทเดียวกันอยู่กลุ่มเดียวกัน

สถิติที่ใช้กับมาตรวัดแบบนามบัญญัติ คือ ความถี่ ร้อยละ สัดส่วน และ ฐานนิยม


มาตรวัดอันดับ (Ordinal Scale)

มาตรวัดอันดับ คือ มาตรวัดที่ที่ละเอียดมากขึ้นมาจากมาตรวัดแบบนามบัญญัติ (Nominal Scale) แต่จะสามารถจัดลำดับก่อนหลังได้

เช่น การแบ่งวุฒิการศึกษาเป็น 3 กลุ่ม คือ ประถม มัธยม และ อุดมศึกษา

การที่สามารถจัดอันดับหรือเรียงลำดับได้ ทำให้เราสามารถรู้ได้ว่า การเรียนมัธยม จะต้องผ่าน การเรียนประถมมาก่อน

 

มาตรวัดอันดับจะไม่สามารถนำไปคำนวณ บอกระยะ หรือบอกความสูง/ต่ำได้เหมือนกับมาตรวัดแบบนามบัญญัติ

ประเภทเดียวกันอยู่กลุ่มเดียวกัน และ จัดลำดับได้

สถิติที่ใช้กับมาตรวัดอันดับ คือ Median และ Percentile เพื่อหาค่าสูงกว่าหรือต่ำกว่า และ Kendal-tau and Spearman Rank Correlation เพื่อรทดสอบความสัมพันธ์


มาตรวัดแบบช่วง (Interval Scale)

มาตรวัดแบบช่วง คือ มาตรวัดที่แบ่งตัวแปรออกเป็นกลุ่มและจัดลำดับได้

แต่สิ่งที่มาตรวัดแบบช่วงแตกต่างออกไปคือ “ช่วงการวัดจะมีระยะห่างที่เท่ากัน” แม้ว่าการเริ่มต้นของ 0 อาจจะไม่เท่ากัน 

ค่าของมาตรวัดแบบช่วงสามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ แต่ไม่สามารถนำมาคำนวณได้ว่ากลุ่มที่ 1 เป็นกี่เท่าของกลุ่มที่ 2

ตัวอย่างเช่น เกรด A B C D และ F ที่จะแบ่งเป็นช่วงเท่าๆกัน

เรารู้ว่าเกรด A สูงกว่า B และแต่ละเกรดห่างเป็นช่วงเท่าๆกัน (ห่างกัน 10 คะแนน)


ประเภทเดียวกันอยู่กลุ่มเดียวกัน จัดลำดับได้ ช่วงห่างเท่ากัน


มาตรวัดอัตราส่วน (Ratio Scale)

มาตรวัดอัดตราส่วน คือ มาตรวัดที่คุณภาพสูงที่สุดจากทั้ง 4 แบบ สามารถสื่อความหมายของค่าที่วัดได้อย่างชัดเจน นำมาคำนวณ (เช่น หาค่าเฉลี่ย หาสัดส่วน)

มาตรวัดอัตราส่วน คือ ทุกอย่างที่วัดเป็นเลขได้ เช่น น้ำหนัก ระยะทาง ความสูง อายุ ยอดขาย

ประเภทเดียวกันอยู่กลุ่มเดียวกัน จัดลำดับได้ ช่วงห่างเท่ากัน เป็นค่าที่ไม่ได้สมมติขึ้นมา


 

About greedisgoods

สวัสดี! อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่าง

View all posts by greedisgoods →