Home Economics วิกฤตเศรษฐกิจ คือ อะไร? สาเหตุของ Economic Crisis

วิกฤตเศรษฐกิจ คือ อะไร? สาเหตุของ Economic Crisis

by greedisgoods
วิกฤตเศรษฐกิจ คือ Economic Crisis สาเหตุ วิกฤตเศรษฐกิจ 2020 2563

Economic Crisis หรือ วิกฤตเศรษฐกิจ คือ อะไร? มาหาคำตอบกันว่าวิกฤตเศรษฐกิจ (Economics Crisis) และวิกฤตการเงิน (Financial Crisis) ในอดีตเกิดจากอะไร

วิกฤตเศรษฐกิจ คือ สถานการณ์ที่เศรษฐกิจเกิดการชะลอตัวอย่างรุนแรงภายด้วยระยะเวลาสั้นๆ โดยสาเหตุของ วิกฤตเศรษฐกิจ (Economic Crisis) ส่วนใหญ่มีต้นเหตุจาก วิกฤตการเงิน (Financial Crisis) ซึ่งเกิดจากการที่มูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินบางอย่างลดลงอย่างรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังส่วนอื่นของระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม วิกฤตเศรษฐกิจ (Economic Crisis) คือ สิ่งที่ไม่จำเป็นที่จะต้องมีต้นเหตุมาจากวิกฤตการเงินเสมอไป แม้ว่า 2 ครั้งล่าสุดอย่าง วิกฤตเศรษฐกิจ 2540 หรือ วิกฤตต้มยำกุ้ง และ วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ที่เป็นวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 จะมีต้นเหตุมาจาก Financial Crisis หรือวิกฤตการเงินก็ตาม

แต่เงื่อนไขของ วิกฤตเศรษฐกิจ คือ การที่เศรษฐกิจเกิดการชะลอตัวอย่างรุนแรง จนทำให้การจ้างงานลดลง การจับจ่ายใช้สอยน้อยลง การลงทุนลดลง และมีหนี้เสียมากขึ้นจากการที่ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ เพราะไม่สามารถสร้างกำไรได้ เนื่องจากไม่มีการจับจ่ายใช้สอย

วิกฤตเศรษฐกิจ (Economic Crisis) จึงเป็นอะไรก็ได้ที่ทำให้เศรษฐกิจชะงักอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดปัญหาในข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น โรคระบาดที่รุนแรงจนคนไม่สามารถออกมาใช้เงินได้ สงคราม และวิกฤตการเงินอย่างในอดีตที่ธุรกิจต้องปิดตัวจนเกิดคนว่างงานจำนวนมาก

สาเหตุของ วิกฤตเศรษฐกิจ ในอดีต

จริงอยู่ที่ วิกฤตเศรษฐกิจ คือ สิ่งที่ไม่ได้จำเป็นจะต้องเริ่มจากวิกฤตการเงินเสมอไปอย่างที่ได้อธิบายในตอนต้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิกฤตการเงินหรือ Financial Crisis คือ สิ่งที่นำไปสู่ วิกฤตเศรษฐกิจ (Economic Crisis) ได้ง่ายที่สุด เพราะวิกฤตการเงินคือสิ่งที่ทำให้กำลังซื้อลดลง

จุดที่ทำให้วิกฤตการเงิน (Financial Crisis) ลุกลาม จนเป็นต้นเหตุของ Economic Crisis หรือ วิกฤตเศรษฐกิจ คือ การล้มของสถาบันการเงิน เพราะนั่นหมายความว่าเงินของผู้ฝากจะกลายเป็น 0 ทันทีที่ธนาคารล้มละลาย ทำให้คนที่ฝากเงินทุกคนสูญเงินไม่มากก็น้อย

เมื่อคนทั่วไปมีเงินน้อยลงก็จะใช้จ่ายเงินน้อยลง หมายความว่ารายได้ธุรกิจจะลดลงหรือไม่มีรายได้เพราะคนทั่วไปไม่มีกำลังซื้อหรือไม่อยากซื้อ ส่งผลให้ธุรกิจขาดสภาพคล่องจนไม่สามารถจ่ายหนี้ได้และไม่สามารถจ้างงานได้ เมื่อไม่มีการจ้างงาน รายได้ของคนทั่วไปก็จะยิ่งน้อยลงไปอีก

ส่วนหนี้ที่ไม่สามารถจ่ายคืนได้ก็จะกลายเป็นหนี้สูญ ซึ่งหนี้สูญที่มากในระดับหนึ่งจะทำให้ธนาคารที่ปล่อยกู้ขาดสภาพคล่อง จนอาจทำให้มีธนาคารที่ 2 และ 3 ล้มตามมาวนไป และเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ในที่สุด

วิกฤตเศรษฐกิจ (Economic Crisis) ในอดีต

ในอดีตวิกฤตเศรษฐกิจที่เคยเกิดขึ้นก็ล้วนเกิดขึ้นมาโดยมีจุดเริ่มต้นมาจากวิกฤตการเงิน (Financial Crisis) ทั้งสิ้น ซึ่งมีรูปแบบในลักษณะเดียวกับที่อธิบายในข้างต้นเกือบทุกอย่าง สำหรับวิกฤตเศรษฐกิจเหล่านั้น ได้แก่

วิกฤตต้มยำกุ้ง หรือ วิกฤตเศรษฐกิจ 2540 ที่เกิดขึ้นเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยไม่สามารถตรึงค่าเงินบาทได้อีกต่อไปจึงต้องลอยตัวค่าเงินบาทของไทย ทำให้หนี้จากการกู้ต่างชาติเพิ่มขึ้น 2 เท่าชั่วข้ามคืน (อธิบายแบบรวบรัด) ส่งผลให้เกิดการเทขายสินทรัพย์อย่างหนักเพื่อใช้หนี้ที่กู้มาจากต่างประเทศเพื่อเก็งกำไร และทำให้สถาบันการเงินกว่า 56 แห่งต้องปิดตัว

วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ หรือ วิกฤต Subprime ปี ค.ศ. 2008 ปัญหาหนี้เสียจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐด้วยการปล่อยกู้ให้กับผู้กู้ที่มีความน่าเชื่อถือ (Credit) ต่ำกว่ามาตรฐาน (เรียกว่า Subprime) จนทำให้เกิดปัญหาหนี้เสียจำนวนมหาศาล จนทำให้สถาบันการเงินขาดสภาพคล่องและล้มในที่สุด (อธิบายแบบรวบรัด ถ้าอยากทำความเข้าใจง่ายๆ แนะนำให้ดูหนังเรื่อง The Big Short)


สาเหตุของ Economic Crisis คือ อะไร

จุดเริ่มต้นที่นำไปสู่ วิกฤตเศรษฐกิจ คือ วิกฤตการเงิน (Financial Crisis) ไม่ว่าสาเหตุจะมาจากอะไร แต่ปัญหาที่ทำให้เกิดวิกฤตการเงินจนลามไปเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ (Economic Crisis) คือ หนี้ (Credit) ที่ไม่จำเป็นและมากเกินไปในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะหนี้เพื่อการเก็งกำไรสินทรัพย์ จนทำให้สินทรัพย์ราคาสูงขึ้นเกินมูลค่าที่แท้จริง

สาเหตุที่หนี้ (Credit) คือ ปัญหาที่นำไปสู่ กฤตเศรษฐกิจ เสมอมา เพราะการที่มีหนี้หมายความว่าคุณต้องใช้หนี้ โดยการก่อหนี้เพื่อการลงทุนอะไรก็ตาม อยู่บนพื้นฐานที่ว่า “จะทำให้คุณได้กำไรมากกว่าต้นทุน (ดอกเบี้ย) ที่ต้องจ่าย” ในทางกลับกันถ้าหากคุณล้มและไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ เงินก้อนนั้นของธนาคารก็จะกลายเป็น 0 ทันที

ซึ่งทุกวิกฤตการเงินก่อนจะพัฒนาไปเป็น วิกฤตเศรษฐกิจ (Economic Crisis) จุดเริ่มต้นจะมาจากเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้คนขาดสภาพคล่องและไม่มีรายได้จนทำให้ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ และหนี้ของคนเหล่านี้กลายเป็นหนี้สูญ และเมื่อมีคนผิดนัดชำระหนี้มากขึ้นในท้ายที่สุดสถาบันการเงินจะขาดสภาพคล่อง

จุดที่กลายเป็น Financial Crisis

จากที่อธิบายน่าจะพอมองออกกันแล้วว่า จุดที่จาก “การก่อหนี้” พัฒนาไปเป็น Financial Crisis หรือ วิฤตการเงิน ได้ก็คือเหตุการณ์ที่คนจำนวนมากและธุรกิจจำนวนมากเกิดการผิดนัดชำระหนี้

ในอดีตวิกฤตการเงินเกิดขึ้นกับภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ราคาสูงขึ้นเพราะการเก็งกำไร (ความต้องการซื้อมาจากคนที่ซื้อบ้านมากกว่า 1 หลังเพื่อเก็งกำไร) จนราคาไปถึงในระดับที่ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งไม่ใช่ราคาที่เกิดจากความต้องการซื้อเพื่อการอยู่อาศัยจริงๆ

อย่างวิกฤตต้มยำกุ้งหรือ วิกฤตเศรษฐกิจ 2540 จุดที่ทำให้ลูกหนี้ (ที่กู้เงินไปเก็งกำไรอสังหา) ขาดสภาพคล่อง คือการลอยตัวค่าเงินบาทจากดอลลาร์ละ 25 บาท เป็นดอลลาร์ละ 50 บาท ซึ่งทำให้หนี้เพิ่มเป็น 2 เท่าในชั่วข้ามคืน และเป็นจุดเริ่มต้นของการขายอสังหาฯ (ที่กู้เงินมาซื้อ) เพื่อหนีตาย

  • ถ้าหากต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกราคาจากการก่อหนี้ แนะนำให้อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง Demand เทียม ที่ทำให้ราคาสินทรัพย์สูงเกินจริง

อย่างที่บอกว่าการที่ราคาขึ้นมาถึงตรงนี้ได้ไม่ใช่เพราะมีคนแย่งกันซื้อเพราะต้องการซื้อไปอยู่อาศัย แต่ราคาขึ้นมาได้เพราะการเก็งกำไรของนักลงทุนล้วนๆ (ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่คล้ายกันของ วิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 40 และ วิกฤต Subprime ปี 2008)

เมื่อมีแต่ความต้องการขายแต่ไม่มีความต้องการซื้อ ราคาของสินทรัพย์ก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว (ในกรณีนี้คือราคาอสังหาฯ) และถ้าหากว่าไม่รีบขายก็อาจจะต้องขายในราคาที่ต่ำลงเรื่อยๆ ก็ยิ่งทำให้ความต้องการขายเพิ่มยิ่งขึ้นไปอีก ส่งผลให้ราคาก็จะยิ่งลดลงเร็วขึ้นแบบทวีคูณ ซึ่งเราเรียกอะไรแบบนี้ว่า Panic Sell หรือ การเทขายด้วยความแตกตื่น

ตัวอย่าง การเทขายอย่างหนักในวันที่ 12 มีนาคม 2563 จนทำให้เกิด Circuit Breaker ครั้งที่ 4 ของตลาดหุ้นไทย และครั้งแรกในรอบ 11 ปี แบบนี้เรียกได้ว่าการ Panic Sell (แต่ไม่เกี่ยวกับวิกฤตการเงิน)

วิกฤตเศรษฐกิจ คือ Economic Crisis คือ Financial Crisis วิกฤตการเงิน 2020

วิกฤตการเงิน กลายเป็น วิกฤตเศรษฐกิจ

หลังจากการเทขายด้วยราคาเท่าไหร่ก็ได้เพื่อหนีตายก่อนที่จะไม่เหลืออะไรเลย ก็ใช่ว่าจะได้เงินมาเงินพอใช้หนี้ (เพราะส่วนใหญ่เป็นการขายขาดทุน) และไม่ใช่ทุกคนจะขายสินทรัพย์ออก

เมื่อไม่สามารถจ่ายหนี้ได้หนี้เหล่านี้จะกลายเป็นหนี้สูญ (Default) ซึ่งผู้ที่ต้องรับภาระหนี้สูญก็คือสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ให้กับลูกหนี้เหล่านั้น โดยหนี้สูญจะทำให้ธนาคารขาดสภาพคล่องและเมื่อถึงจุดหนึ่งธนาคารจะไม่มีเงินให้ลูกค้าถอนหรือในกรณีที่แย่กว่านั้นคือล้มไปเลย ซึ่งหมายความเงินฝากของลูกค้าทั้งหมดจะกลายเป็น 0

นอกจากนี้ อีกส่วนหนึ่งที่นำไปสู่ วิกฤตเศรษฐกิจ ได้เช่นกันคือการกู้เงินของธุรกิจเพื่อนำไปใช้ลงทุน แต่โชคไม่ดีที่มีเหตุให้ธุรกิจเหล่านี้ไม่สามารถขายสินค้าได้ เมื่อถึงจุดที่ธุรกิจขาดสภาพคล่องจนล้มละลายหนี้ก็จะกลายเป็นสูญ และเช่นเดิมธนาคารที่ปล่อยกู้คือผู้รับภาระจากการที่ผู้กู้ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้จะไม่ล้ม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือธนาคารจะไม่อยากปล่อยกู้ ซึ่งหมายถึงการลงทุนใหม่ๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น ในขณะที่ธุรกิจเองก็ไม่อยากกู้เพราะไม่เห็นโอกาสที่จะทำกำไรได้ในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ทั้งหมดจะยิ่งส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวมากขึ้นและการจ้างงานไม่เพิ่มขึ้น ตามที่ได้อธิบายเอาไว้ในตอนต้น

สำหรับใครที่ยังไม่เห็นภาพว่าหนี้นำไปสู่ วิกฤตเศรษฐกิจ (Economic Crisis) ได้อย่างไร แนะนำให้ดู How the Economic Machine Works by Ray Dalio ตั้งแต่ต้นไปจนถึงนาทีที 19.09

อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่กำลังคิดว่าปัญหา วิกฤต COVID-19 คือสิ่งที่จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ วิกฤตเศรษฐกิจ ครั้งใหม่หรือไม่สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ – Coming Soon

บทความที่เกี่ยวข้อง