วิธีอ่านกราฟ เศรษฐศาสตร์ มาดูกันว่า กราฟ บอกอะไร?

วิธีอ่านกราฟ เศรษฐศาสตร์ มาดูกันว่า กราฟเศรษฐศาสตร์ อ่านอย่างไรและ กราฟเศรษฐศาสตร์ อธิบายอะไรบ้าง


วิธีอ่านกราฟ เศรษฐศาสตร์ จริง ๆ แล้วไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนกลัว สำหรับบทความนี้จะเน้นไปที่พื้นฐาน การอ่านกราฟ เศรษฐศาสตร์ ที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง Price กับ Quantity

สำหรับ กราฟเศรษฐศาสตร์ ที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง Price กับ Quantity จะเป็นการแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง ราคาสินค้า (Price) กับ ปริมาณสินค้า (Quantity)

ซึ่งกราฟลักษณะนี้เป็นกราฟพื้นฐานที่ถ้าหากศึกษาเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐศาสตร์ยังไงก็ต้องเจอ และพบได้บ่อยมาก ๆ ในการเรียนเศรษศาสตร์

โดยบริบทของ ปริมาณสินค้า หรือ Quantity ก็จะต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่ากราฟนั้นกำลังอธิบายอะไร


กราฟ Demand ส่วนของ Quantity จะหมายถึง ปริมาณความต้องการซื้อสินค้า (ปริมาณ Demand)

กราฟ Supply ส่วนของ Quantity จะหมายถึง ปริมาณความต้องการขายสินค้า (ปริมาณ Supply)


กราฟเศรษฐศาสตร์ แต่ละส่วน

ก่อนที่จะทำความเข้าใจกับ วิธีอ่านกราฟเศรษฐศาสตร์ หรือแปลความหมายของกราฟ มาทำความเข้าใจกับแต่ละส่วนของกราฟกันก่อน

แกนตั้งและแกนนอน

ในหลาย ๆ กราฟเศรษฐศาสตร์ จะเห็นว่า แกนตั้ง คือ Price และ แกนนอน คือ Quantity ซึ่งในความเป็นจริง ทั้ง 2 ส่วนสามารถสลับกันได้โดยที่ความหมายไม่เปลี่ยน

แต่ถ้าหากสลับที่กันแล้วมีกราฟอื่นที่เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกัน ก็ต้องสลับให้เหมือนกันทั้งหมด

Price

Price คือ ระดับราคาสินค้า ของสิ่งที่กราฟกำลังอธิบาย ซึ่งจะใช้ P1 P2 และ P3 จะแทนราคาของสินค้า (จากน้อยไปหามาก โดยจุด P1 มีค่าน้อยที่สุด)

Quantity

Quantity คือ ปริมาณ โดยคำว่าปริมาณในที่นี้จะมีความหมายที่ต่างกันไปว่าเป็นปริมาณของอะไร ขึ้นอยู่กับว่ากราฟนั้นกำลังอธิบายอะไร

อย่างกราฟด้านล่าง คือ กราฟ Supply ดังนั้นในส่วนของ Quantity ก็จะหมายถึง ปริมาณ Supply หรือ ความต้องการขายสินค้า

ซึ่งจะใช้ Q1 Q2 และ Q3 จะแทนปริมาณของสินค้าจากน้อยไปหามาก โดยจุด Q1 มีค่าน้อยสุด

ตรงมุมมีค่าเท่ากับ 0 ทั้งแกน Price และ Quantity

ตัวอย่าง กราฟเศรษฐศาสตร์ ในที่นี้คือ กราฟ Supply หรือ กราฟอุปทาน

วิธีอ่านกราฟ เศรษฐศาสตร์ กราฟ วิธีดูกราฟ เศรษฐศาสตร์

เส้นประ

จากภาพคือเส้นสีม่วง แดง และฟ้า คือเส้นที่บอกว่าจุด 2 จุดระหว่างแกนตั้งกับแกนนอนสัมพันธ์กันอย่างไร หรือพูดให้ง่ายกว่านั้นคือ จุดที่เส้นประโยงหากันคือจุดที่สัมพันธ์กัน

ตัวอย่างเช่น เส้นสีม่วง จะเป็นการโยงระหว่าง P1 กับ Q1 ซึ่งจะหมายความว่า ที่ระดับราคา P1 บาท ความต้องการซื้อสินค้าจะอยู่ที่ Q1 หน่วย 

ความชัน เส้นสีเขียว

เส้นสีเขียวคือเส้นที่บอกความชัน โดยความชันจะมี 3 กรณีคือ ความชันเป็นบวก ความชันเป็นลบ และ ความชันเท่ากับศูนย์

ความชันเป็นบวก เส้นจะลาดเอียงจากมุมล่างซ้ายขึ้นไปทางขวา

ความชันเป็นลบ เส้นจะลาดเอียงจากซ้ายลงมาขวา (แนวเดียวกับลายน้ำ greedisgoods.com ในภาพด้านบน)

ความชันเท่ากับ 0 เส้นจะขนานกับแกนนอนของกราฟ

โดยความชันคือสิ่งที่จะบอกว่าเมื่อ Price เปลี่ยนแปลงจะทำให้ Quantity เพิ่มหรือลดเท่าไหร่ และในทางกลับกันก็จะบอกว่า เมื่อ Quantity เปลี่ยนแปลง Price จะเพิ่มหรือลดเท่าไหร่ (ในส่วนนี้จะต้องคำนวณ)

นอกจากนี้ เส้นความชัน มักจะถูกเรียกตามชื่อกราฟ อย่างเช่นในตัวอย่างด้านบนคือ กราฟ Supply เราก็จะเรียกว่าเส้น Supply หรือ เส้นอุปทาน


วิธีอ่านกราฟ เศรษฐศาสตร์

จากตัวอย่างจะเป็น กราฟอุปทาน หรือ กราฟ Supply เพื่อความง่ายต้องเข้าใจพื้นฐานของ อุปทาน หรือ Supply ก่อนว่า เมื่อราคาสินค้าเพิ่มขึ้น (Price เพิ่ม) ความต้องการขายก็จะเพิ่มตาม (Supply หรือ Quantity เพิ่ม)

ในทางตรงกันข้าม เมื่อราคาสินค้าลดลง (Price ลด) ความต้องการขายก็จะลดลงเช่นกัน (Supply หรือ Quantity ลด)


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อุปทาน หรือ Supply ได้ที่ bit.ly/2WfaCNC

กราฟบอกอะไร?

สำหรับสิ่งที่ กราฟอุทาน ด้านบนบอกก็คือ ความสัมพันธ์ของ ราคา (Price) ที่มีต่อ ปริมาณความต้องการขายสินค้า (Quantity) โดยจากกราฟอุปทานด้านบนจะเห็นว่า:

  • เมื่อราคาเพิ่มจาก P1 ไปเป็น P2 ความต้องการขายก็จะขยับตามจาก Q1 ไปหา Q2 ด้วยเช่นกัน
  • และเมื่อราคาเพิ่มจาก P2 ไปเป็น P3 ความต้องการขายก็จะขยับตามจาก Q2 ไปหา Q3 เช่นเดียวกัน

ซึ่งทั้งหมดก็จะตรงกับพื้นฐานของ อุปทาน หรือ Supply ที่อธิบายไว้ในส่วนก่อนหน้านี้


About greedisgoods

สวัสดี! อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่าง

View all posts by greedisgoods →