วิธีคำนวณภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภาษีแบบขั้นบันได)

วิธีคำนวณภาษี สำหรับ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แบบขั้นบันได ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ที่ใคร ๆ ก็คำนวณเองได้


สำหรับ วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax) ของประเทศไทยจะใช้ ภาษีอัตราก้าวหน้า หรือเป็น วิธีคำนวณภาษีแบบขั้นบันได และวิธีคำนวณภาษีนี้จะใช้ได้กับทุกปี (อย่างน้อยก็กว่ากฎหมายจะเปลี่ยนไป)

อย่างไรก็ตาม ก็มีสิ่งที่ทำให้มีโอกาสที่การคำนวณภาษีในแต่ละปีจะต่างออกไปเล็กน้อย ที่ผู้เสียภาษีควรติดตามจากกรมสรรพากร (หรือติดตามข่าว Fanpage ของเราไว้ก็ได้) ในแต่ละปีว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไป

สำหรับประเด็นที่มีส่วนกับการคำนวณภาษีที่ควรติดตาม ได้แก่

การหักค่าใช้จ่าย มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
การหักค่าลดหย่อน มีการเพิ่มประเภทค่าลดหย่อน หรือมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อัตราภาษาเปลี่ยนแปลง หรือมีการปรับเปลี่ยนเงินได้ในแต่ละขั้นหรือไม่



วิธีคำนวณภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (วิธีขั้นบันได)

ขั้นแรก เริ่มจากทำการ หักค่าใช้จ่าย ตามประเภทของเงินได้ โดยหลักๆ จะมีอยู่ 2 แบบคือ แบบเหมา กับ การหักค่าใช้จ่ายตามจริง

ก่อนอื่นเริ่มจากคำนวณดูว่าคุณมีรายได้เท่าไหร่ และรายได้แต่ละประเภทได้มาจากไหน โดยเงินได้แต่ละประเภท ซึ่งเราเรียกว่า “เงินได้พึงประเมิน” แต่ละประเภทจะ หักค่าใช้จ่าย ได้ต่างกัน

สามารถดูว่าเงินได้แต่ละส่วนเป็น เงินได้พึงประเมิน ประเภทไหนและหักค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่ ได้ที่

ขั้นที่ 2 หักค่าลดหย่อน เท่าที่หักได้

หลังจากที่หักค่าใช้จ่ายจากขั้นก่อนหน้าแล้ว นำเงินที่เหลือมา หักค่าลดหย่อน

สามารถดูรายละเอียด ค่าลดหย่อน ได้ที่

ขั้นที่ 3 คำนวณภาษี ด้วย อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

นำจำนวนของเงินหลังจาก หักค่าใช้จ่าย และ หักค่าลดหย่อน มาใช้ คำนวณภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา ด้วยวิธีขั้นบันได

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับการ คำนวณภาษี

คำนวณภาษี อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีขั้นบันได

จากตาราง อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax) จะเห็นว่าอัตราภาษีที่ใช้ คำนวณภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา จะเปลี่ยนไปตามเงินได้สุทธิ เหมือนกับขั้นบันได (เงินได้สุทธิ ยิ่งมากยิ่งต้องจ้ายภาษีในอัตราที่สูงตาม) ทำให้เป็นที่มาของ อัตราภาษีขั้นบันได นั่นเอง


ตัวอย่าง วิธีคำนวณภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา

สมมติว่า นาย A เป็นโสด มีรายได้ทั้งปีจากเงินเดือน เป็นเงิน 500,000 บาท และรายได้จากการให้เช่าคอนโดทั้งปีเป็นเงิน 60,000 บาท และในปีภาษีนี้นาย A ยังได้บริจาคเงินให้กับมูลนิธิหนึ่ง 5,000 บาทด้วย

หักค่าใช้จ่าย

เงินเดือน 500,000 บาท (เงินได้ประเภทที่ 1) หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

500,000 – 100,000 = 400,000

เงินได้ในส่วนของเงินเดือนเหลือ 400,000 บาท

รายได้จากการให้เช่าคอนโด 60,000 บาท หักค่าใช้จ่ายได้ 30%

60,000 – 18,000 = 42,000

เงินได้จากการให้เช่าคอนโดเหลือ 42,000 บาท

สรุป รายได้ทั้งปีของนาย A หลังจาก หักค่าใช้จ่าย คือ 442,000 บาท

หักค่าลดหย่อน

ทุกคนสามารถหัก ค่าลดหย่อนส่วนตัว โดยลดหย่อนได้ 60,000 บาท

เงินบริจาค สามารถหักได้ตามที่จ่าย คือ 5,000 บาท


442,000 – 60,000 – 5,000 = 377,000

สรุป นาย A มีเงินได้สุทธิ เพื่อนำไปคิดอัตราภาษี 377,000 บาท

ผู้ที่ได้เงินเดือนจะโดนหักค่าประกันสังคมจำนวนหนึ่งทุกเดือนด้วย ซึ่งไม่เท่ากันและจะทำให้ผู้อ่านสับสนได้ เราจึงไม่ได้ใส่เอาไว้ เพราะบทความนี้ตั้งใจจะให้เข้าใจเรื่อง การคำนวณภาษีแบบขั้นบันได

ดังนั้น ในการคำนวณจริงถ้าหากรู้ว่าคุณถูกหักค่าประกันสังคมทั้งปีเท่าไหร่ให้นำมาหักเพิ่มไปด้วย โดยจะรู้ได้จากหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่บริษัทออกให้

คำนวณภาษี

ดูตารางด้านบน จากรายได้ของนาย A 377,000 บาท ต้องคิด 3 ครั้ง เพราะรายได้ของนาย A อยู่ใน 3 ช่วงภาษี

  1. 150,000 บาทแรก ไม่ต้อเสียภาษี ทำให้นาย A ต้องเสียภาษี 0 บาท (เหลืออีก 227,000 บาท)
  2. 150,000 บาทที่สอง อยู่ในช่วงที่ต้องเสียภาษีด้วยอัตราภาษี 5% ทำให้นาย A ต้องเสียภาษี 7,500 บาท (เหลืออีก 77,000 บาท)
  3. 77,000 บาทสุดท้าย อยู่ในช่วงเงินได้ระหว่าง 300,000 ถึง 500,000 ต้องเสียภาษี 10% ทำให้นาย A ต้องเสียภาษี 7,700 บาท

สรุป ภาษีที่นาย A ต้องเสียทั้งหมด เท่ากับ 0+7500+7700 = 15,200 บาท


 

About greedisgoods

สวัสดี! อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่าง

View all posts by greedisgoods →