GreedisGoods » Finance » หุ้นกู้ คืออะไร? Corporate Bond ต่างจากหุ้นอย่างไร

หุ้นกู้ คืออะไร? Corporate Bond ต่างจากหุ้นอย่างไร

by K. Pair
หุ้นกู้ คือ Corporate Bond คือ ตราสารหนี้ หุ้น กู้

หุ้นกู้ คือ ตราสารหนี้ระยะยาวรูปแบบหนึ่ง (มากกว่า 270 วัน) เป็นตราสารที่ออกโดยบริษัทจดทะเบียนเพื่อแสดงการกู้ยืมเงินเหมือนสัญญากู้เงิน โดยวัตถุประสงค์หลักของการออกหุ้นกู้ (Corporate Bond) คือการหาเงินทุนเพื่อนำเงินทุนไปใช้ลงขยายกิจการนั่นเอง

พื้นฐานของ หุ้นกู้ คือ การกู้เงินของบริษัท โดยที่ผู้ออกหุ้นกู้หรือขายหุ้นกู้ (บริษัท) จะอยู่ในฐานะลูกหนี้ ส่วนนักลงทุนที่มาซื้อหุ้นกู้คือเจ้าหนี้ที่ได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย ถ้าหากเทียบหุ้นกู้กับพันธบัตรรัฐบาล เรียกได้ว่า หุ้นกู้ (Corporate Bond) ก็คือพันธบัตรเวอร์ชั่นที่บริษัทจดทะเบียนเป็นผู้ออกก็ได้

ความแตกต่างระหว่างหุ้นสามัญ (Common Stock) กับหุ้นกู้ (Corporate Bond) คือ นักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นสามัญฐานะเป็นเจ้าของธุรกิจ นักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นกู้มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ และจากการที่นักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นกู้มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ ทำให้เมื่อไหร่ก็ตามที่บริษัทที่ออกหุ้นกู้เกิดล้มละลายขึ้นมา ผู้ที่จะได้เงินคืนก่อนก็คือผู้ที่ซื้อหุ้นกู้เพราะเจ้าของบริษัทต้องใช้เงินคืนเจ้าหนี้

สำหรับการลงทุนกับหุ้นกู้ นักลงทุนสามารถลงทุนในหุ้นกู้ได้ 2 กรณี คือ หุ้นกู้ที่ออกขายให้คนทั่วไป (Public Offering) และหุ้นกู้ที่ขายให้เฉพาะรายใหญ่ โดยส่วนใหญ่หุ้นกู้ส่วนใหญ่จะขายที่ธนาคาร (แต่ไม่ใช่ทุกธนาคาร) จึงเป็นหน้าที่ของนักลงทุนที่จะต้องศึกษาว่าหุ้นกู้ที่สนใจขายที่ไหน เปิดให้จองและเปิดขายเมื่อไหร่

รายละเอียดของหุ้นกู้ (Corporate Bond) จะประกอบด้วย อายุตราสาร (Tenor) ดอกเบี้ย (Coupon Rate) มูลค่าต่อหน่วย หรือ มูลค่าที่ตราไว้ (Par value หรือ Face value) เป็นมูลค่าที่ผู้ออกหุ้นกู้ต้องจ่ายคืนเมื่อครบกำหนด (เงินต้น) โดยทั่วไปกำหนดมูลค่าไว้ที่ 1,000 บาทต่อหน่วย

ผลตอบแทนของหุ้นกู้

สำหรับผลตอบแทนของผู้ที่ลงทุนใน Corporate Bond หรือ หุ้นกู้ คือ ดอกเบี้ย (Interest) ตามที่แสดงอยู่ในตราสารหนี้น้ัน ๆ ซึ่งดอกเบี้ยของ หุ้นกู้ โดยทั่วไปจะมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่

  • ดอกเบี้ยแบบขั้นบันได
  • ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate)

ดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดของหุ้นกู้ คือ ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่ถือ หุ้นกู้ ตัวอย่างเช่น หุ้นกู้ระยะเวลา 10 ปี โดยที่ปีที่ 1-3 จ่ายดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี ปีที่ 4-5 จ่ายดอกเบี้ย 5% ต่อปี และปีที่ 6-10 จ่ายดอกเบี้ย 8% ต่อปี

ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) คือ ดอกเบี้ยจากหุ้นกู้จะได้เท่าเดิมตลอดระยะเวลาของหุ้นกู้ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ ในส่วนของช่วงระยะเวลาในการจ่ายดอกเบี้ยก็จะมีอยู่หลายแบบขึ้นกับหุ้นกู้นั้น เช่น จ่ายทุก 3 เดือน จ่ายทุก 6 เดือน และจ่ายทุก 12 เดือน

ซึ่งทั้งอัตราดอกเบี้ย (Coupon Rate) และเงื่อนไขในการจ่ายดอกเบี้ย (Coupon Frequency) จะปรากฏอยู่ในหุ้นกู้ ตรงนี้เป็นหน้าที่ของนักลงทุนที่จะต้องอ่านรายละเอียดก่อนลงทุน

ความเสี่ยงของหุ้นกู้

ความเสี่ยงของ หุ้นกู้ คือ การผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ไม่ต่างจากการปล่อยกู้ทั่วไป ดังนั้น ห้ามคิดว่าบริษัทมหาชนในระดับที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นจะไม่มีทางล้มหรือผิดนัดชำระหนี้ การลงทุนกับหุ้นกู้นักลงทุนควรศึกษาความเสี่ยงของบริษัทที่ออกหุ้นกู้อย่างถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเครดิตความน่าเชื่อถือของบริษัท (Credit Rating) และผลการดำเนินงานของบริษัท

ดังนั้น ในการลงทุนกับหุ้นกู้ นักลงทุนจึงต้องศึกษาความเสี่ยงของบริษัทที่ออกหุ้นกู้อย่างถี่ถ้วน โดยเบื้องต้นสามารถศึกษาความเสี่ยงได้จาก

  1. เครดิตความน่าเชื่อถือของหลักทรัพย์ หรือ Credit Rating ที่เป็นการจัดลำดับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ออกหุ้นกู้
  2. งบการเงินของบริษัทโดยเฉพาะในส่วนของความสามารถในการจ่ายหนี้ในช่วงที่ผ่านมา

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Credit Rating หรือ การจัดอันดับความเสี่ยงของหลักทรัพย์ได้ที่บทความ Credit Rating คืออะไร

ประโยชน์ของหุ้นกู้

มาถึงตรงนี้อาจสงสัยว่าในเมื่อบริษัทต้องการเงินทุน ทำไมบริษัทไม่ออกหุ้นสามัญเพิ่มถ้าอยากได้ทุนเพิ่ม? สำหรับคำตอบจะอยู่ที่ข้อได้เปรียบของหุ้นกู้ที่มีอยู่ 2 ประเด็น ได้แก่

หุ้นกู้ คือ หนี้สินของกิจการทำให้บริษัทไม่ต้องจ่ายปันผล จ่ายเพียงแค่ดอกเบี้ยตามที่ตกลงกันไว้ ไม่ว่าบริษัทจะได้กำไรมาน้อยแค่ไหนดอกเบี้ยก็เท่าเดิม ดังนั้นถ้าหากว่าบริษัทกู้เงินมาแล้วสร้างผลตอบแทนได้สูงมาก กำไรที่บริษัทจะได้ก็จะไม่ต่างจากเดิมมาก (เพราะจำนวนหุ้นเท่าเดิม ตัวหารกำไรเท่าเดิม)

นักลทุนที่ ซื้อหุ้นกู้ มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ ไม่ได้เป็นเจ้าของเหมือนซื้อหุ้นสามัญ ดังนั้นการได้เงินมาจากการออกหุ้นกู้จะดีตรงที่สัดส่วนการถือหุ้นยังไม่เปลี่ยนไปทำให้อำนาจในการบริหารยังเท่าเดิม

อย่างไรก็ตาม หุ้นกู้ มีสถานะเป็นหนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่บริษัทไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ก็มีสิทธิ์ที่จะถูกฟ้องล้มละลายได้เช่นกัน

ซื้อหุ้นกู้ ได้จากไหน

ก่อนอื่นต้องบอกว่าหุ้นกู้ที่เปิดขายจะมี 2 แบบ คือ หุ้นกู้ที่ขายให้คนทั่วไป (Public Offering) กับ หุ้นกู้ที่ขายให้เฉพาะรายใหญ่ ที่มีเงินระดับหลายสิบล้าน (Private Placement) แน่นอนว่านักลงทุนทั่วไปซื้อหุ้นกู้ได้แต่แบบแรก

หุ้นกู้ส่วนใหญ่จะขายที่ธนาคาร แต่ว่าหุ้นกู้หนึ่งจะไม่ได้มีขายทุกธนาคาร ดังนั้นนักลงทุนก็ต้องศึกษาเองว่า หุ้นกู้ที่สนใจขายที่ธนาคารไหนและเปิดให้จองและเปิดขายวันไหน

สำหรับเอกสารที่ใช้ในการซื้อหุ้นกู้ที่ขายให้คนทั่วไป (Public Offering) ตามปกติจะประกอบด้วย

  1. บัตรประชาชน สำหรับการยืนยันตัวตน
  2. สมุดบัญชี สำหรับการรับดอกเบี้ยของหุ้นกู้

ข้อมูลอ้างอิงจาก: Investor.gov, SEC

บทความที่เกี่ยวข้อง

GreedisGoods มีการเก็บ Cookies สำหรับสถิติการเข้าชมและโฆษณา เพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานที่ดียิ่งขึ้น หากท่านใช้เว็บไซต์ต่อไปโดยไม่ปรับตั้งค่าปฏิเสธ Cookies เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้ ยินยอม ดูรายละเอียด