Home Finance อัตราส่วนสภาพคล่อง Liquidity Ratio คือ อะไร?

อัตราส่วนสภาพคล่อง Liquidity Ratio คือ อะไร?

by greedisgoods
Liquidity Ratio คือ อัตราส่วนสภาพคล่อง คือ ตัวอย่าง

Liquidity Ratio คือ อะไร? มาทำความเข้าใจกับวิธีวิเคราะห์ อัตราส่วนสภาพคล่อง (Liquidity Ratio) และวิธีคำนวณ

อัตราส่วนสภาพคล่อง หรือ Liquidity Ratio คือ อัตราส่วนทางการเงินสำหรับการวัดสภาพคล่องทางการเงินของกิจการ ที่จะแสดงให้เห็นความสามารถในการชำระหนี้หมุนเวียนหรือหนี้ระยะสั้นของกิจการ ว่าในระยะสั้นบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนพอที่จะจ่ายหนี้ระยะสั้นหรือไม่

Liquidity Ratios หรือ อัตราส่วนสภาพคล่องทางการเงิน จะเป็นอัตราส่วนทางการเงินที่คำนวณจากการนำสินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) มาเปรียบเทียบกับหนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) เพื่อหาอัตราส่วน (Ratio) ว่าบริษัทมีสินทรัพย์เป็นกี่เท่าของหนี้สินหมุนเวียน

สำหรับ อัตราส่วนสภาพคล่องทางการเงิน (Liquidity Ratios) ที่ใช้ในการวิเคราะห์งบการเงิน จะมีอยู่ 2 อัตราส่วน คือ อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) และ อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick Ratio)

วิธีคำนวณ Liquidity Ratios

ถึงแม้ว่า Liquidity Ratios หรืออัตราส่วนสภาพคล่องจะมี 2 แบบ แต่วิธีคำนวณทั้ง อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) และ อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick Ratio) จะแตกต่างกันเพียงแค่มีการหักสินค้าคงเหลือ (Inventory) ออก ในกรณีของ Quick Ratio

อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) = สินทรัพย์หมุนเวียน ÷ หนี้สินหมุนเวียน

อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick Ratio) = (สินทรัพย์หมุนเวียน – สินค้าคงเหลือ) ÷ หนี้สินหมุนเวียน

โดยการแปลผล อัตราส่วนสภาพคล่อง (Liquidity Ratios) ที่คำนวณได้ของทั้ง 2 อัตราส่วน ควรจะมีค่ามากกว่า 1 หรือมี สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) มากกว่า หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) จึงจะมีความสามารถพอที่จะจ่ายหนี้ได้

Liquidity Ratio มีค่ามากกว่า 1 หมายความว่า บริษัทมีสภาพคล่องดี สินทรัพย์มากกว่าหนี้ มีสินทรัพย์พอที่จะจ่ายหนี้ระยะสั้น

Liquidity Ratio มีค่าน้อยกว่า 1 หมายความว่า บริษัทขาดสภาพคล่อง มีหนี้ระยะสั้นมากกว่าสินทรัพย์ระยะสั้น หรือก็คือมีสินทรัพย์ระยะสั้นไม่พอจ่ายหนี้ ซึ่งอาจทำให้กิจการต้องกู้เงินเพิ่มหรือเปลี่ยนสินทรัพย์ระยะยาวเป็นเงินเพื่อมาใช้หนี้โดยไม่จำเป็น

สำหรับใครที่สนใจอัตราส่วนสภาพคล่องและอัตราส่วนทางการเงินอื่นๆ ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ของไทย เพื่อนำมาวิเคราะห์บริษัทที่สนใจ สามารถหาได้จากรายงานประจำปีของแต่ละบริษัทที่เว็บไซต์ www.set.or.th

ทำไม อัตราส่วนสภาพคล่อง ต้องมากกว่า 1

Liquidity Ratios หรือ อัตราส่วนสภาพคล่อง คือ การหาร อย่างเช่น มีสินทรัพย์ 300 บาท และมีหนี้สินหมุนเวียน 100 บาท อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) จะมาจาก 300 ÷ 100 = 3 เท่า

และการหารคือการหาว่าตัวตั้ง (300) เป็นกี่เท่าของตัวหาร หรือ สินทรัพย์ที่มีอยู่ 300 บาทคิดเป็นกี่เท่าของหนี้ 100 บาท เพราะฉะนั้นคำตอบที่มากกว่า 1 ก็จะหมายความว่า ตัวตั้ง (ในที่นี้คือสินทรัพย์หมุนเวียน) มากกว่าตัวหาร (ในที่นี้คือหนี้สินหมุนเวียน) ซึ่งคือสิ่งที่ควรจะเป็น

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะบอกว่า Liquidity Ratio คำนวณแล้วได้ค่า มากกว่า 1 คือสิ่งที่ดี แต่บางครั้งสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีอยู่มากเกินไปอาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป ตัวอย่างเช่น

สินค้าคงเหลือ (Inventory) มีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสินค้าเอาไว้ อาจหมดอายุระหว่างเก็บ หรือสินค้าเทคโนโลยีที่เก็บไว้นานๆแล้วตกรุ่น

ลูกหนี้การค้า ถ้าหากว่าบริษัทไม่สามารถจัดเก็บหนี้ได้ก็ไม่มีค่าอะไร พูดง่ายๆ ก็คือบริษัทจะไม่มีเงินมาจ่ายหนี้อยู่ดี ดังนั้น Liquidity Ratio ที่มีค่ามากแต่ส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้การค้า ก็ไม่ได้แปลว่าบริษัทสภาพคล่องสูงอยู่ดี

ดังนั้น เราไม่สามารถใช้อัตราส่วนทางการเงินตัวใดตัวหนึ่งเพื่อตัดสินทุก แนะนำว่าให้ใช้อัตราส่วนทางการเงินหลายตัวประกอบกันเพื่อความแม่นยำของข้อมูล

บทความที่เกี่ยวข้อง