Home » Economics » เงินอ่อน คือ อะไร? ใครได้ประโยชน์จาก เงินอ่อน

เงินอ่อน คือ อะไร? ใครได้ประโยชน์จาก เงินอ่อน

by K. Pairoj
เงินอ่อน คือ เงินบาทอ่อน คือ อัตราแลกเปลี่ยน ค่าเงินอ่อน เงินอ่อนค่า บาทอ่อน

เงินอ่อน คืออะไร? ใครได้ประโยชน์และใครเสียประโยชน์จากการที่ เงินอ่อน (Currency Depreciation)

เงินอ่อน คือ การที่ค่าของเงินสกุลหนึ่งมีค่าลดลงเมื่อเทียบกับเงินอีกสกุลหนึ่ง ดังนั้น เมื่อนำเงินสองสกุลมาเปรียบเทียบกันจะพบว่า ถ้าเงินสกุลหนึ่ง “อ่อนค่า” นั่นหมายความว่าเงินอีกสกุลหนึ่ง “แข็งค่า”

ตัวอย่างเช่น เมื่อวาน 1 ดอลลาร์สหรัฐแลกได้ 30 บาท แต่วันนี้ 1 ดอลลาร์สหรัฐแลกได้ 31 บาท นั่นหมายความว่า เงินบาทอ่อนค่า ในขณะเดียวกันก็คือ เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า

พูดให้ง่ายกว่านั้น เงินอ่อน คือ ด้านตรงข้ามของเงินแข็ง (Appreciation) นั่นเองเนื่องจากเป็นการเทียบกันระหว่าง 2 สกุลเงิน (เมื่อสกุลหนึ่งแข็งค่า นั่นหมายความว่าอีกสกุลเงินหนึ่งอ่อนค่า)

ในส่วนของผู้ที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จาก เงินอ่อน หรือ เงินอ่อนค่า ก็จะเป็นด้านตรงข้ามกับผู้ที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จากเงินแข็งด้วยเช่นกัน

ตัวอย่าง เงินบาทอ่อนค่า

อย่างที่บอกไว้ว่า เงินอ่อนค่า หรือ เงินอ่อน คือ การที่เงินมีมูลค่าลดลงเมื่อเทียบกับเงินอีกสกุลหนึ่ง ซึ่งในตัวอย่างนี้จะเป็น เงินบาทอ่อนค่า เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อวานอัตราแลกเปลี่ยน $1 = 35 บาท

วันต่อมาอัตราแลกเปลี่ยน $1 = 36 บาท

วิธีที่เข้าใจ เงินอ่อน อย่างง่ายๆ คือ การมองว่าเราต้องใช้เงินบาทซื้อสินค้าที่ชื่อว่า “ดอลลาร์” 1 ชิ้นแพงขึ้น

  • เดิมซื้อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ราคา 35 บาท
  • วันต่อมาซื้อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ราคา 36 บาท

การที่ 1 ดอลลาร์เท่าเดิม แต่เราต้องใช้เงินบาทมากขึ้น เพื่อที่จะซื้อเงินดอลลาร์ นั่นก็คือคือการที่เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ

ใครได้ประโยชน์จากเงินอ่อน

ผู้ที่ได้ประโยชน์จาก เงินอ่อน คือ ผู้ที่ต้องแลกเงินสกุลต่างชาติกลับมาเป็นเงินบาท เช่น ผู้ส่งออก และนักลงทุนที่นำเงินลงทุนไปลงทุนในต่างประเทศ เป็นต้น

สมมติว่า ขายของให้ต่างชาติได้ $10,000 ถ้าแลกกลับมาตอนที่ $1 = 35 บาท จะได้เงิน 350,000 บาท แต่ถ้าหากรอเงินบาทอ่อนเป็น $1 = 36 บาท แล้วแลกจะทำให้ได้เงินกลับมา $360,000

พูดง่ายๆ คือจะได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนฟรี ๆ 10,000 บาท

ใครเสียประโยชน์จาก เงินอ่อน

ผู้ที่เสียประโยชน์จากการที่เงินอ่อนค่า ก็คือผู้ที่ต้องการเปลี่ยน เงินบาท เป็นเงินสกุลต่างชาติ เช่น ผู้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และ ผู้ที่มีหนี้เป็นเงินสกุลอื่น

เพราะต้องใช้เงินบาทมากขึ้น ในการแลกเป็นสินค้าจำนวนเท่าเดิม (เหมือนตัวอย่างที่ 1 ดอลลาร์แพงขึ้น)

นอกจากนี้ ใครที่สนใจเกี่ยวกับเงินแข็ง สามารอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินแข็งซึ่งเป็นด้านตรงข้ามของเงินอ่อนได้ในบทความ เงินแข็ง คืออะไร?

บทความที่เกี่ยวข้อง