Home Economics เงินเฟ้อ เงินฝืด คือ อะไร ? เกิดจากอะไรและต่างกันยังไง ?

เงินเฟ้อ เงินฝืด คือ อะไร ? เกิดจากอะไรและต่างกันยังไง ?

by greedisgoods
เงินเฟ้อ เงินฝืด คือ ภาวะเงินฝืด และ ภาวะเงินเฟ้อ คือ อะไร

เงินเฟ้อ เงินฝืด คือ อะไร ? มาดูกันว่าอะไรคือ สาเหตุของ เงินเฟ้อ และ เงินฝืด ?

เงินเฟ้อ และ เงินฝืด คือ ตัวเลขทางเศรษฐกิจแบบหนึ่ง โดยทั้ง เงินเฟ้อ เงินฝืด จะมาจากระดับราคาของสินค้าและบริการในประเทศนั้นๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าทั้ง เงินเฟ้อ เงินฝืด แท้จริงแล้วเป็นตัวเลขตัวเดียวกัน เพียงแต่ เงินฝืด คือ ตัวเลขเงินเฟ้อที่ติดลบ

ดังนั้น เพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจทั้ง เงินเฟ้อและเงินฝืด แนะนำให้เริ่มจากทำความเข้าใจกับ เงินเฟ้อ (Inflation) ก่อน

โดยทั้งเงินเฟ้อ (Inflation) และ เงินฝืด (Deflation) ในเบื้องต้นเป็นตัวเลขหนึ่งที่สามารถสะท้อนสภาพเศรษฐกิจให้เห็นว่าประเทศนั้นๆ มีเงินหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจมากแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อไม่ได้แย่เสมอไป เงินเฟ้อ คือ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติอยู่แล้วแต่ควรอยู่ในระดับที่เหมาะสม อย่างประเทศไทยก็จะมี ระดับเงินเฟ้อเป้าหมาย หรือ ระดับเงินเฟ้อที่เหมาะสม อยู่ที่ 0-3.5%

ส่วนเงินเฟ้อที่เป็นปัญหา คือ เงินเฟ้อในอัตราที่สูงมากเกินปกติ


เงินเฟ้อ (Inflation)

ภาวะเงินเฟ้อ หรือ เงินเฟ้อ คือ ภาวะที่ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าที่แท้จริงของเงินลดลง ทำให้เงินเท่าเดิมไม่สามารถซื้อสินค้าได้เท่าเดิมอีกต่อไป

ตัวอย่างเช่น ในอดีตเงิน 100 บาทสามารถซื้อสปาเก็ตตี้ได้ 1 จาน แต่เมื่อเวลาผ่านไปเงิน 100 บาทไม่สามารถซื้อสปาเก็ตตี้แบบเดิมได้อีกแล้ว

สาเหตุของเงินเฟ้อ จะแบ่งเป็น 2 สาเหตุหลักคือ Demand Pull และ Cost Push

Demand Pull คือ  เงินเฟ้อที่เกิดจากการที่ความต้องการของสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ในขณะที่สินค้าและบริการเหล่านั้นมีอยู่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ราคาของสินค้าเพิ่มขึ้นตามหลัก Demand

Cost Push คือ เงินเฟ้อที่เกิดจากการที่ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นจากการที่ต้นทุนของสินค้าและบริการเหล่านั้นเพิ่มขึ้น (ทำให้ผู้ขายต้องขึ้นราคาสินค้า)

ผลกระทบของ เงินเฟ้อ

  1. ค่าครองชีพสูงขึ้น จากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น
  2. ต้นทุนของสินค้าสูงขึ้น จากการที่สินค้าที่เป็นวัตถุดิบของอีกสินค้าหนึ่งเพิ่มขึ้น
  3. มูลค่าที่แท้จริงของเงินลดลง การปล่อยเงินทิ้งไว้เฉยๆ เมื่อเวลาผ่านไปเงินก้อนนั้นจะไม่สามารถซื้อสินค้าได้เท่าเดิม

เงินฝืด (Deflation)

อย่างที่บอกไว้เมื่อตอนต้นว่า เงินฝืด คือ ด้านตรงข้ามของของ เงินเฟ้อ (Inflation) หรือก็คือตัวเลขเงินเฟ้อที่มีค่าเป็นลบ โดย เงินฝืด คือ การที่ราคาสินค้าและบริการลดลงอย่างต่อเนื่อง

สาเหตุของการที่ราคาสินค้าและบริการลดลงอย่างต่อเนื่องของ เงินฝืด จะมีอยู่ 2 สาเหตุหลักๆ ได้แก่

ความต้องการซื้อลดลง เมื่อคนส่วนใหญ่ไม่ซื้อ ก็ทำให้ผู้ขายต้องลดราคาสินค้าลง ซึ่งความต้องการซื้อที่ลดลงอาจมาจากกำลังซื้อที่ลดลง

ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจมีน้อย หรือในระบบเศรษฐกิจมีเงินหมุนเวียนอยู่น้อย (เป็นผลตามมาจากการที่คนไม่ใช้เงิน)

จะเห็นว่าการที่จะเกิด 2 เหตุการณ์ด้านบนได้ ก็คือ การที่เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) หรือที่เรียกว่า “เศรษฐกิจไม่ดี”

ผลที่ตามมาของ ภาวะเงินฝืด

  1. อัตราการว่างงานสูง เมื่อไม่มีคนซื้อ ก็ไม่ต้องผลิต และแน่นอนว่าไม่มีงาน
  2. กำลังซื้อลดลง เมื่อไม่มีงาน ก็ไม่มีเงินซื้อสินค้า

ใครจัดการกับ เงินเฟ้อและเงินผืด ?

จะเห็นว่า เงินเฟ้อ เงินฝืด คือ เรื่องของราคาสินค้าและเงิน ดังนั้น หน่วยงานที่คอยรับมือ เงินเฟ้อ และ เงินฝืด ในแต่ละประเทศก็คือ ธนาคารกลาง และ กระทรวงพาณิชย์

ธนาคารกลาง (Central Bank) จะดูแลเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเครื่องมือทางการเงิน ซึ่งก็คือ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือ Policy Rate

กระทรวงพาณิชย์ (Ministry of Commerce) ดูแลควบคุมเกี่ยวกับราคาสินค้า เช่น การจัดกับผู้ที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาที่อาจทำให้เงินเฟ้อแย่ไปกว่าเดิม และตรึงราคาสินค้าบางชนิดชั่วคราว

สามารถติดตาม ตัวเลขเงินเฟ้อของไทย ได้ทางเว็บไซต์ของทั้ง ธนาคารกลาง (Central Bank) และกระทรวงพาณิชย์ (Ministry of Commerce) 


บทความที่เกี่ยวข้อง