GreedisGoods » Economics » เงินแข็งค่า คือ สิ่งที่เกิดจากอะไร? ใครได้ประโยชน์

เงินแข็งค่า คือ สิ่งที่เกิดจากอะไร? ใครได้ประโยชน์

by Kris Piroj
เงินแข็งค่า คือ อะไร Currency Appreciation หมายถึง เงินบาทแข็ง คือ อัตราแลกเปลี่ยน เงินแข็ง

เงินแข็งค่า คืออะไร?

เงินแข็งค่า คือ การที่เงินสกุลหนึ่งมีค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับเงินอีกสกุลหนึ่ง เนื่องจากปริมาณความต้องการเงินที่แข็งค่าเพิ่มขึ้นมากกว่าเงินอีกสกุลหนึ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ส่งผลให้เงินสกุลที่แข็งค่าสามารถจำนวนเท่าเดิมแลกเงินอีกสกุลหนึ่งได้มากขึ้น

ตัวอย่างเช่น เมื่อปีที่แล้วเงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ สามารถแลกเป็นเงินบาทได้ 33 บาท ในขณะที่ปีนี้เงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ แลกเงินบาทได้เพียงใช้เงินบาทเพียง 32 บาท จากตัวอย่างคือการที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จากปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ในทางกลับกันเมื่อเงินสกุลหนึ่งแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินอีกสกุลหนึ่ง นั่นหมายความว่าเงินอีกสกุลหนึ่งอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลที่แข็งค่าดังกล่าว จากตัวอย่างเดียวกันคือการที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาท

โดยวิธีที่ง่ายที่สุดในการทำความเข้าใจเงินแข็งค่า (Appreciation) คือการมองว่าเงินอีกสกุลหนึ่งเป็น “สินค้า” ชนิดหนึ่ง และมองว่าอัตราแลกเปลี่ยนเป็น “ราคา” ของสินค้านั้น จากตัวอย่างเดิมสินค้า คือ เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมีราคา ดังนี้

  • ปีที่แล้วเงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ราคา 33 บาท
  • ปีนี้เงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ราคา 32 บาท

จะเห็นว่าการซื้อดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยเงินบาทมีราคาถูกลง นั่นหมายความว่า เงินบาทแข็งค่า หรือ มีค่ามากขึ้น (ในขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า)

เงินแข็งค่าเกิดจากอะไร?

สาเหตุพื้นฐานในภาพรวมของการที่เงินแข็งค่า (Appreciation) มาจากการที่ความต้องการเงินสกุลที่แข็งค่าเพิ่มขึ้น ไม่ต่างจากกลไกราคาสินค้าทั่วไปที่เกิดขึ้นตามกลไกอุปสงค์ อุปทาน (Demand และ Supply) ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เงินสกุลหนึ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้น โดยทั่วไปมักจะเกี่ยวข้องกับปัจจัย ดังนี้

  • เงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศดังกล่าว (Fund Flow) เนื่องจากการจะเข้าไปลงทุนในประเทศใดก็ตาม ต้องแลกเงินเป็นเงินสกุลของประเทศนั้นก่อน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นักลงทุนเข้าไปลงทุนในประเทศหนึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น การถือไว้ในฐานะ Safe Haven, ความแตกต่างของดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate) ที่เกิดขึ้นจากดอกเบี้ยนโยบาย, ตลอดจนความน่าสนใจอื่นในตลาดการเงินของประเทศนั้น
  • ประเทศเกิดดุลบัญชีเดินสะพัด เมื่อต่างชาติซื้อสินค้าหรือบริการจากประเทศหนึ่งเงินที่ได้มาจะเป็นเงินสกุลต่างประเทศ ทำให้ผู้ส่งออกต้องแลกเงินสกุลต่างประเทศกลับเป็นเงินของประเทศต้นเองเพื่อนำใช้ ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้สกุลเงินของประเทศนั้นเป็นที่ต้องการมากขึ้น
  • การแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารกลาง เพื่อทำให้ค่าเงินอยู่ในระดับที่ธนาคารกลางต้องการ
  • เงินอีกสกุลที่นำมาเปรียบเทียบอ่อนค่าลง ทำให้เงินสกุลดังกล่าวแข็งค่าขึ้นไปโดยปริยาย

เงินแข็งค่า ใครได้ประโยชน์

ผู้ที่ได้ประโยชน์จากเงินแข็งค่า คือ ใครก็ตามที่ต้องการเปลี่ยนเงินสกุลที่แข็งค่าเป็นเงินอีกสกุล ตัวอย่างเช่น ผู้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และลูกหนี้ที่ต้องจ่ายหนี้เป็นสกุลเงินต่างประเทศ เนื่องจากด้วยเงินสกุลที่แข็งค่าจำนวนเท่าเดิมจะสามารถแลกเงินอีกสกุลหนึ่งมากขึ้น

สมมติว่า สายการบินแห่งหนึ่งในประเทศไทยกู้เงินจากต่างประเทศจำนวน $10,000 โดยวันที่กู้อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ ฿34 ต่อ $1 เงินกู้เมื่อแลกกลับเป็นเงินบาทเท่ากับ 340,000 บาท (34 x 10,000) แต่ในวันที่ครบกำหนดจ่ายหนี้ อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ ฿33 ต่อ $1 ทำให้เงินบาทที่ต้องใช้แลกเป็นเงินดอลล่าห์เพื่อใช้คืนเจ้าหนี้ต่างประเทศเท่ากับ 330,000 บาท (33 x 10,000)

จากตัวอย่าง การที่เงินบาทแข็งค่าในตัวอย่างส่งผลให้สายการบินที่กู้เงินมาจากต่างประเทศได้ประโยชน์จากการจ่ายหนี้ลดลง 10,000 บาท (แบบไม่รวมดอกเบี้ย) ในขณะที่เจ้าหนี้ยังคงได้เงินต้นเท่าเดิม

เงินแข็งค่า ใครเสียประโยชน์

ในทางกลับกันผู้ที่เสียประโยชน์จากการที่เงินแข็งค่า คือ ผู้ที่จำเป็นต้องแลกเงินสกุลอื่นกลับเป็นเงินสกุลที่แข็งค่า เช่น ผู้ส่งออกไทยที่ได้รับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งต้องแลกกลับเป็นเงินบาทไทย

นอกจากนี้ ในกรณีของผู้ส่งออกยังได้รับผลกระทบด้านราคาสินค้าเมื่อเงินแข็งค่าขึ้น เนื่องจากสินค้าที่ส่งออกไปต่างประเทศจะถูกมองว่าแพงขึ้นในสายตาผู้ซื้อต่างประเทศ (ทั้งที่สินค้าราคาเท่าเดิม)

ตัวอย่างเช่น ประเทศไทยส่งซอสพริกไปขายอเมริกาโดยซอสพริกราคาขวดละ 34 บาท ถ้าหากปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ ฿34 ต่อ $1 ผู้นำเข้าอเมริกาที่นำเข้าซอสพริกไปขายจะจ่าย 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ พอดีในการซื้อซอสพริกหนึ่งขวด แต่เมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาเป็น 33 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ นั่นหมายความว่าผู้นำเข้าจะไม่สามารถซื้อซอสพริกขวดละ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อีกต่อไป (ขาด 1 บาท) ทำให้กลายเป็นว่าซอสพริกแพงขึ้น 1 บาททั้งที่ผู้ขายไม่ได้ขึ้นราคาสินค้าแต่อย่างใด

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือการที่ผู้นำเข้าชาวสหรัฐอเมริกาจะหันไปสั่งซื้อซอสพริกแบบเดียวกันหรือคล้ายกันจากประเทศอื่นที่มีราคาถูกกว่าแทน ส่งผลให้ซอสพริกจากไทยไม่มีใครซื้อไปโดยปริยาย นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้ส่งออกส่งออกสินค้าในราคา $1 (34 บาท) แล้วเงินบาทเกิดแข็งค่าขึ้นเป็น 33 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ยังทำให้เมื่อขายสินค้าได้และแลกเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กลับเป็นเงินบาท ผู้ส่งออกก็จะได้เงินน้อยลง 1 บาทต่อซอส 1 ขวดตามที่ได้อธิบายในตอนต้น

คำถามที่พบบ่อยเมื่อเงินแข็งค่า

เมื่ออยู่ในช่วงที่เงินแข็งค่าเป็นพิเศษไม่ว่าจะเป็นเงินสกุลใดก็ตามมักจะเกิดคำถามเหล่านี้ขึ้นมา ซึ่งเราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเมื่อเงินแข็งค่าเอาไว้ ดังนี้

เงินแข็งค่า คืออะไร?

เงินแข็งค่า คือ การที่เงินสกุลหนึ่งมีค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับเงินอีกสกุลหนึ่ง ส่งผลให้สามารถใช้เงินสกุลที่แข็งค่าจำนวนเท่าเดิมแลกเงินอีกสกุลได้มากขึ้นจากก่อนหน้านี้

ทำไมเงินแข็งค่า?

เงินแข็งค่าเพราะปริมาณความต้องการเงินสกุลดังกล่าวที่แข็งค่าเพิ่มขึ้นด้วยเหตุผลใดก็ตาม เมื่อเทียบกับเงินอีกสกุลหนึ่ง

ใครได้ประโยชน์จากเงินแข็งค่า?

ใครก็ตามที่ต้องการเปลี่ยนเงินบาทเป็นเงินอีกสกุลจะได้รับประโยชน์ในระยะสั้นจากเงินแข็งค่า เช่น ผู้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และลูกหนี้ที่ต้องจ่ายหนี้เป็นสกุลเงินต่างประเทศ

ใครเสียประโยชน์จากเงินแข็งค่า?

ผู้ที่ได้รับผลเสียจากการที่เงินแข็งค่าคือผู้ส่งออก เพราะสินค้าที่ส่งออกไปต่างประเทศจะถูกมองว่าแพงขึ้นในสายตาผู้ซื้อต่างประเทศ (ทั้งที่สินค้าราคาเท่าเดิม) ตลอดจนผู้ที่ต้องการแลกเงินสกุลต่างประเทศเป็นเงินสกุลที่แข็งค่าดังกล่าว

บทความที่คุณอาจสนใจ

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ปรับตั้งค่าปฏิเสธ Cookies ยินยอม ดูรายละเอียด