เงินแข็ง คือ อะไร ? ใครได้ประโยชน์จาก เงินแข็ง ?

เงินแข็ง คือ อะไร เงินบาทแข็ง คือ อัตราแลกเปลี่ยน

เงินแข็ง คือ อะไร ? มาดูกันว่าใครได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จาก เงินแข็ง


เงินแข็งค่า หรือ เงินแข็ง คือ การที่เงินสกุลหนึ่งมีค่ามากขึ้น เมื่อเทียบกับเงินอีกสกุลหนึ่ง (ในทางกลับกันเงินอีกสกุลหนึ่งก็จะ อ่อนค่า ลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลที่แข็งค่า)

ถ้ายังไม่เข้าใจลองดูตัวอย่างระหว่าง เงินดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ เงินบาทไทย มาดูกันว่า เงินแข็ง คือ อะไร ? และทำงานอย่างไร

วันที่ 1 มกราคม เราต้องใช้เงินบาท 34 บาทในการแลก 1 ดอลลาร์สหรัฐ

ต่อมาวันที่ 3 มกราคม เราใช้เงินแค่ 33 บาท ก็สามารถแลกเงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐได้


จากตัวอย่างจะเห็นว่า เงินบาทแข็งค่า ขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ (ในทางกลับกัน เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับบาท)


ถ้ายังไม่หายงง !! ให้มองว่าเงินอีกสกุลหนึ่งที่จะนำมาเปรียบเทียบเป็น “สินค้า” ชนิดหนึ่ง และมองอัตราแลกเปลี่ยนเป็น “ราคา” ของสินค้านั้น

จากตัวอย่างข้างบน สินค้าคือ “เงินดอลลาร์สหรัฐ”

วันที่ 1 ราคา 34 บาท
วันที่ 2 ราคาเปลี่ยนเป็น 33 บาท

จะเห็นว่าสินค้า (เงินดอลลาร์สหรัฐ) มีราคาถูกลง นั่นหมายความว่า เงินบาทแข็งค่า นั่นเอง

กลับกันถ้าราคาสินค้าที่เราสมมติสูงขึ้น ก็จะหมายความว่า เงินบาทอ่อนค่าลง


เงินแข็ง ใครได้ ? ใครเสีย ?

เงินแข็ง ข้อดี (ผู้ที่ได้ประโยชน์จากเงินแข็ง)

ผู้ที่ได้ประโยชน์จากเงินแข็ง คือ ใครก็ตามที่ต้องการเปลี่ยนเงินบาทเป็นเงินอีกสกุล เช่น ผู้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

สายการบินแห่งหนึ่งในประเทศไทย กู้เงินจากต่างประเทศจำนวน $10,000 โดยวันที่กู้อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ ฿34 ต่อ $1

เงินกู้เมื่อแลกกลับเป็นเงินบาทเท่ากับ 340,000 บาท (34 x 10,000)

วันที่ครบกำหนดจ่ายหนี้ อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ ฿33 ต่อ $1

ทำให้เงินบาทที่ต้องใช้แลกเป็นเงินดอลล่าห์เพื่อใช้คืนเจ้าหนี้ต่างประเทศเท่ากับ 330,000 บาท (33 x 10,000)

ทำให้สายการบินที่กู้เงินมาจากต่างประเทศจ่ายหนี้ลดลง 10,000 บาท (จริงๆยังไม่ได้รวมดอกเบี้ย)


เงินแข็ง ข้อเสีย (ผู้ที่เสียประโยชน์จากเงินแข็ง)

ในทางกลับกันผู้ที่ได้รับผลเสียจากเงินแข็ง ก็คือผู้ส่งออก

เพราะสินค้าที่ส่งออกไปจะถูกมองว่าแพงขึ้นในสายตาต่างประเทศ เช่น ประเทศไทยส่งซอสพริกไปขายอเมริกา แล้วอยู่มาวันหนึ่งเงินเกิดแข็งค่าขึ้นมา (จาก 34 เป็น 33)

ถ้าสมมติว่า ซอสพริกขวดละ 34 บาท คนอเมริกาที่นำเข้าซอสพริกไปขายจะจ่าย 1 ดอลลาร์สหรัฐพอดีในการซื้อซอสพริกหนึ่งขวด (ตอนที่ 34 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ)


แล้ววันดีคืนดีเงินบาทเกิดแข็งขึ้นมาเป็น 33 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ นั่นแปลว่าคนที่นำเข้าจะไม่สามารถซื้อซอสพริกขวดละ 1 ดอลลาร์อีกต่อไปแล้ว (ขาด 1 บาท) ทำให้กลายเป็นว่าซอสพริกแพงขึ้น 1 บาทโดยที่คนขายยังไม่ทันขึ้นราคา

ทีนี้คนอเมริกาที่นำเข้าก็จะไปสั่งสินค้าจากประเทศอื่นที่ถูกกว่าแทน กลายเป็นว่าซอสพริกของไทยไม่มีคนซื้อไปโดยปริยาย

อีกกรณีหนึ่ง สมมติว่าผู้ส่งออกส่งออกสินค้าในราคา $1 (34 บาท) แล้ววันดีคืนดีเงินบาทเกิดแข็งค่าขึ้นเป็น 33 บาทต่อ 1 ดอลล่าร์ จะทำให้เมื่อขายสินค้าได้และแลกเงินดอลลาร์กลับเป็นเงินบาท ผู้ส่งออกจะได้เงินน้อยลง 1 บาท


ทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เงินอ่อน (Depreciate) ได้ที่ https://bit.ly/2TyBQAI

About greedisgoods

สวัสดี! อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่าง

View all posts by greedisgoods →