GreedisGoods » Economics » เส้นความเป็นไปได้ในการผลิต คืออะไร? (Production Possibility Curves)

เส้นความเป็นไปได้ในการผลิต คืออะไร? (Production Possibility Curves)

by Kris Piroj
Production Possibility Curves คือ เส้นเป็นไปได้ในการผลิต PPC

Production Possibility Curves คืออะไร?

Production Possibility Curves คือ เส้นความเป็นไปได้ในการผลิต หรือ เส้นเป็นไปได้ในการผลิต เป็นเส้นที่แสดงความสามารถสูงสุดของการผลิตสินค้า 2 ชนิด ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่ง Production Possibility Curves (เส้น PPC) หรือเส้นเป็นไปได้ในการผลิตคือสิ่งที่เกิดจากกราฟที่แสดงค่าเสียโอกาสจากการเสียโอกาสในการผลิตสินค้าหนึ่ง เมื่อใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไปกับการผลิตสินค้าอีกชนิดหนึ่ง

โดยเส้นเป็นไปได้ในการผลิตหรือ Product Possibility Curve (PPC) จะแสดงให้เห็นค่าเสียโอกาส (Opportunity Costs) ที่เกิดขึ้นจากการเลือกที่จะใช้ทรัพยากรในการผลิตสิ่งหนึ่งมากขึ้น ที่จะทำให้ปริมาณการผลิตสินค้าอีกชนิดหนึ่งลดลง

ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตมีต้นทุนแรงงานที่จำกัด คือ พนักงาน 4 คน โดยที่ผู้ผลิตดังกล่าวสามารถใช้แรงงานที่มีอยู่ในการผลิตสินค้าได้ 2 ชนิด คือ จานและกล่องพลาสติก

จากปัญหาในตัวอย่างดังกล่าวเมื่อเขียนเป็นกราฟจะทำให้เห็นเส้นความเป็นไปได้ในการผลิต (Production Possibility Curves) หรือเส้น PPC ตามกราฟในภาพด้านล่าง โดยเส้นความเป็นไปได้ในการผลิตจะแสดงออกมาเป็นเส้นโค้งสีแดงและเส้นโค้งสีดำในกราฟ

Production Possibility Curves คือ เส้น PPC การผลิตที่เป็นไปได้
กราฟเส้นความเป็นไปได้ในการผลิต (Production Possibility Curves)

จากกราฟจะเห็นว่าถ้าหากผู้ผลิตเลือกผลิตจาน 10 หน่วย จะทำให้สามารถผลิตกล่องได้เพียง 6 หน่วย (เส้นความเป็นไปได้ในการผลิตสีดำ)

ในกรณีที่เลือกผลิตจาน 10 หน่วยต้นทุนค่าเสียโอกาสของการผลิตจานในกราฟ PPC คือการเสียโอกาสในการผลิตกล่อง 4 หน่วย (เพราะผลิตได้แค่ 6 หน่วย)

แต่ในทางกลับกันถ้าผู้ผลิตเลือกผลิตจานเพียงแค่ 6 หน่วย จะทำให้สามารถผลิตกล่องได้ถึง 10 หน่วย (เส้นความเป็นไปได้ในการผลิตสีแดง)

ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการผลิตกล่อง 10 กล่องในกราฟ PPC คือการเสียโอกาสในการผลิตจาน 4 หน่วย (เพราะผลิตได้แค่ 6 หน่วย)

จากกราฟเส้นความเป็นไปได้ในการผลิต (Production Possibility Curves) ในกรณีตัวอย่างนี้จะเห็นว่าไม่ว่าจะเลือกผลิตสินค้าอีกชนิดเป็นอะไรก็จะได้จำนวนหน่วยของสินค้าอีกชนิดเท่ากันที่เท่ากัน (จาน 10 กล่อง 6 หรือ กล่อง 6 จาน 10)

ดังนั้น ในกรณีนี้ต้องพิจารณาต่อไปว่าสินค้าใดมีมูลค่ามากกว่ากันหรือสินค้าชนิดใดมีต้นทุนในส่วนอื่นที่ต่ำกว่ากันเพื่อเลือกผลิตสินค้าที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด ซึ่งการผลิตที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าอาจจะพิจารณาได้จาก:

  • ต้นทุนการผลิตสินค้าใดต่ำกว่ากัน
  • ราคาขายและกำไรในสินค้าใดมากกว่ากัน
  • ระยะเวลาในการผลิตสินค้าชนิดใดต่ำกว่า

สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นทุนค่าเสียโอกาสแบบละเอียดต่อได้ที่บทความ: ต้นทุนค่าเสียโอกาส หรือ Opportunity Cost คืออะไร?

บทความที่เกี่ยวข้อง

GreedisGoods มีการเก็บ Cookies สำหรับสถิติการเข้าชมและโฆษณา เพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานที่ดียิ่งขึ้น หากท่านใช้เว็บไซต์ต่อไปโดยไม่ปรับตั้งค่าปฏิเสธ Cookies เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้ ยินยอม ดูรายละเอียด