Home เศรษฐกิจ 5G คือ อะไร? เทคโนโลยี 5G มีอะไรดี

5G คือ อะไร? เทคโนโลยี 5G มีอะไรดี

by greedisgoods
5G คือ อะไร เทคโนโลยี 5G เครือข่าย 5G ในไทย อืนเตอร์เน็ต 5 G คือ

เทคโนโลยี 5G คือ อะไร? มาทำความรู้จักกับ อินเตอร์เน็ต 5G ทั้งเรื่องความเร็วและประโยชน์ที่น่าสนใจ

5G คือ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายหรือพูดง่ายๆ ก็คืออินเตอร์เน็ตไร้สายแบบใหม่ล่าสุด ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาต่อจากเทคโนโลยี 4G LTE ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยคำว่า G ที่อยู่หลังเลข 5 หมายถึง Generation ซึ่งถ้าหากสรุปแล้ว 5G คือ Generation ที่ 5 ของเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายนั่นเองนี้นั่นเอง

เทคโนโลยี 5G คือ เทคโนโลยีไร้สายที่เป็นที่จับตามองในปัจจุบัน เนื่องจาก 5G คือ อินเตอร์เน็ตไร้สายที่ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ 4G ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันอีกทั้งยังมี Latency ที่ต่ำ ทำให้เทคโนโลยีหลายอย่างที่จำเป็นต้องใช้ Internet ความเร็วสูง (นอกจากมือถือ) จะสามารถเกิดขึ้นได้จริงเมื่ออินเตอร์เน็ต 5G สามารถใช้งานได้ทั่วไปในอนาคต

อีกจุดเด่นของ เทคโนโลยี 5G คือ การที่สามารถสร้างขึ้นได้จากหลายคลื่นความถี่ไม่ว่าจะเป็นย่านความถี่ต่ำ กลางและสูง โดย 5G ที่ใช้ความถี่สูงจะมีจุดเด่นอยู่ที่ความเร็วสูงที่สุด แต่จุดด้อยคือครอบคลุมพื้นที่ค่อนข้างน้อยและมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานในอาคาร ในทางกลับกัน เทคโนโลยี 5G บนคลื่นความถี่ต่ำจะครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างที่สุดและไม่มีปัญหาเรื่องสิ่งกีดขวางสัญญาณ แต่ก็จะมีความเร็วที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับคลื่นความถี่ 5G ทุกแบบ

ในส่วนของ มือถือ 5G ในปัจจุบันที่มีให้ใช้ (อัพเดทมกราคม 2020) ได้แก่ Samsung Galaxy S10, Samsung Galaxy S10+, LG V50, OnePlus 7 Pro, OnePlus 7T Pro McLaren, Moto Z2 Force, Z3, และ Z4.


ความเร็ว 5G

เทคโนโลยี 5G คือ เทคโนโลยีที่ในปัจจุบันหลายค่ายในต่างประเทศกำลังทดสอบกันอยู่ โดยพื้นฐานแล้วความเร็วสูงสุดของ 5G คือ 20 Gbps ในการดาวน์โหลด และ 10 Gbps สำหรับการอัพโหลด (ปี 2020 อ้างอิงจาก T-Mobile)

ซึ่งถ้าหากเทียบ ความเร็ว 3G 4G 5G ที่ความเร็วสูงสุด 5G จะเร็วกว่า 4G ราว 100 เท่า และเมื่อเทียบกับ 3G จะเร็วกว่าในระดับพันเท่า

แต่แน่นอนว่าในชีวิตประจำวันในปัจจุบัน 5G ยังไม่สามารถทำความเร็วระดับนั้นได้สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป (อย่างน้อยก็ในปัจจุบัน) โดยจากผลการทดสอบ ความเร็ว 5G ในเดือนธันวาคมปี 2019 โดยเว็บไซต์ pcmag ได้ค่าเฉลี่ยออกมา ดังนี้

  • AT&T ความเร็วเฉลี่ย 762.26 Mbps
  • T-Mobile ความเร็วเฉลี่ย (High band) 303.15 Mbps
  • T-Mobile ความเร็วเฉลี่ย (Low band) 146.94 Mbps
  • Verizon ความเร็วเฉลี่ย 972.97 Mbps
  • Sprint ความเร็วเฉลี่ย 194.73 Mbps

สำหรับในประเทศไทยก็เริ่มมีการทดสอบ เทคโนโลยี 5G กันบ้างแล้ว โดย AIS และ True (ส่วนตัวยังไม่ได้ลองทดสอบ จึงไม่มีข้อมูล)

แต่ด้วยตัวเลขที่ออกมาจากค่าเฉลี่ยของการทดสอบ อินเตอร์เน็ต 5G ตามด้านบนก็พอจะประมาณได้ว่า ความเร็ว 5G คือ ช่วงระหว่างประมาณ 100 Mbps ถึง 500 Mbps ที่เราน่าจะได้ใช้ และอย่างแย่ที่สุดก็น่าจะอยู่ที่ช่วง 50 Mbps ซึ่งก็เป็นความเร็วที่มากพอจะทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่ 4G ทำไม่ได้หรือไม่ดีเท่า

Latency ของอินเตอร์เน็ต 5G

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ 5G ได้รับความสนใจไม่ได้มีแค่ความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่พัฒนาขึ้นไปอีกจาก 4G คือ Latency หรือความสามารถในการรับส่งข้อมูล อธิบายง่าย ๆ Latency คือ ความเสถียรของ Internet (หรือใครเล่นเกมอาจจะรู้จักในชื่อของ Ping)

สมมติว่า คุณคุย Facetime กับเพื่อน ในปัจจุบันคุณอาจจะเคยพบกับปัญหาอย่างเช่น ปากไม่ตรงกับเสียง เพื่อนตอบช้ากว่าคำถาม หรือกระตุกบ้างเป็นระยะ แม้ว่า Internet ของคุณทดสอบความเร็วแล้วปกติ ซึ่งปัญหาทั้งหมดคือเรื่องของ Latency นั่นเอง

หากเทียบจากค่าเฉลี่ย Latency ของ 4G มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.05 วินาที ส่วน Latency ของ 5G จะอยู่ที่ประมาณ 0.001 วินาทีเท่านั้น (Latency ที่ต่ำหมายถึงระยะเวลาในการรับส่งข้อมูลระหว่างกันยิ่งเร็ว)


เทคโนโลยี 5G ทำอะไรได้บ้าง

ถึงแม้ว่า 5G คือ เทคโนโลยีกำลังอยู่ในช่วงทดสอบ แต่ถ้าหากว่า 5G สามารถพัฒนาไปถึงจุดที่ควรจะเป็น จากความเสถียรและ ความเร็ว 5G จะทำให้เทคโนโลยีที่ต้องการการเชื่อมต่อไร้สายที่มีประสิทธิภาพสูงเกิดขึ้นได้จริง ตัวอย่างเช่น

รถขับเคลื่อนอัตโนมัติที่แม่นยำมากขึ้น เนื่องจากสามารถส่งข้อมูลที่เกิดขึ้นไปวิเคราะห์ผ่าน Cloud Computing ด้วยจำนวนข้อมูลที่มากขึ้นในเวลาเท่าเดิม

การรักษาหรือให้คำปรึกษาทางการแพทย์ผ่าน Video Call ที่ต้องอาศัยความแม่นยำจากการรับส่งข้อมูลขนาดใหญ่ และต้องการความเสถียรของอินเตอร์เน็ต (อีกทั้งยังต้องการภาพวิดีโอที่ชัด และภาพที่ชัดแน่นอนว่าขนาดใหญ่) ที่เ 4G ยังทำไม่ได้ดีนักในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ด้วยเหตุผลเดียวกันยังทำให้เทคโนโลยี IoTs หรือ Internet of Things, ระบบการผลิตระยะไกล, และระบบควบคุมระยะไกลที่ต้องพึ่งพาการประมวลผลมหาศาลแบบเรียลไทม์อื่น ๆ สามารถเกิดขึ้นได้จริง

บทความที่เกี่ยวข้อง