Home Marketing การตลาด Below the Line คือ อะไร ? (Marketing)

การตลาด Below the Line คือ อะไร ? (Marketing)

by greedisgoods
Below the Line คือ โฆษณา บนอินเตอร์เน็ต การตลาด

การโฆษณากับสื่อ Below the Line คือ อะไร ? และ Below the Line แตกต่างจาก Above the Line อย่างไร ?

Below the Line คือ การส่งเสริมการขายด้วยการโฆษณาที่ไม่ใช่การใช้สื่อหลักอย่าง โฆษณาทางทีวี วิทยุ หรือ สื่อสิ่งพิมพ์อย่างหนังสือพิมพ์ (ที่เรียกว่า Above the Line)

โดยการโฆษณาแบบ Below the Line ในปัจจุบันมักจะเป็นการโฆษณาทางสื่อ Internet โดยส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ในปัจจุบัน Internet เข้าถึงคนทั่วไปมากขึ้น

ตัวอย่างการโฆษณาแบบ Below the Line ที่เห็นบ่อยๆ ได้แก่ การโฆษณาผ่าน Ads แต่ละเจ้า การลงโฆษณาบทเว็บไซต์ Email Marketing หรือ การจ้าง Influencer เพื่อโฆษณาสินค้า เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม Below the Line ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่การโฆษณาบน Internet อย่างที่บอกไว้ว่าอะไรก็ตามที่ไม่ใช่สื่อหลัก (Above the Line) ก็คือ Below the Line ทั้งนั้น

ไม่ว่าจะเป็น การออกบูธตามงานต่างๆ การจัดงานขึ้นมา การเป็นสปอนเซอร์ให้กับกิจกรรมบางอย่าง การจัดงานประกวด และกิจกรรมส่งเสริมการขายอื่น ๆ


ข้อดีของ Below the Line

ข้อดีของ Below the Line คือ ด้านตรงข้ามของ Above the Line ที่ Above the Line ไม่สามารถทำได้ นั่นก็คือความละเอียด และความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย

เลือกกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน ถ้าออกบูธก็ไปงานที่กลุ่มเป้าหมายไป หรือ การลงโฆษณาบน Internet ก็สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ ภูมิภาค Lifestyle หรือด้วยเงื่อนไขอื่นๆ

วัดผลได้ชัดเจนจากตัวเลขสถิติ สามารถเก็บสถิติได้อย่างชัดเจน ว่าการประชาสัมพันธ์ของเราเข้าถึงใครบ้าง โดยเฉพาะโฆษณาบน Internet ที่ผู้ลงโฆษณาสามารถรู้ได้แม้กระทั่งคนดูโฆษณาไปจนถึงวินาทีที่เท่าไหร่

ต้นทุนต่ำกว่า Above the Line (ในหลายๆ กรณี) เพราะสามารถเลือกยิงโฆษณาให้กับกลุ่มเป้าหมายที่สนใจสินค้าเราจริงๆได้ ทำให้ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการหว่านโฆษณาไปแบบ Above the Line


ข้อเสียของ Below the Line

ข้อเสียหลักของการใช้ Below the Line คือ ต้องอาศัยทรัพยากรมนุษย์ที่สูงกว่า Above the Line อย่างมาก

ถ้าเป็นการลงโฆษณาบน Internet ก็จะต้องใช้เวลาศึกษาก่อนอย่างถี่ถ้วนว่าลงควรจะโฆษณาตรงไหนจึงจะตรงกลุ่มเป้าหมาย

ส่วนการจัดบูธ นอกจากจะต้องศึกษาว่าจะไปที่ไหน ก็ยังต้องใช้เวลาในการออกแบบและจัดบูธ

ซึ่งผลที่ตามมาของความผิดพลาดในการส่งเสริมการขายด้วยวิธีแบบ Below the Line ก็คือ การกลับบ้านมือเปล่าเสียเวลาฟรีแบบไม่ได้อะไร เช่น ยิงโฆษณาใส่กลุ่มเป้าหมายผิดกลุ่ม ออกบูธผิดงาน


 

บทความที่เกี่ยวข้อง