GreedisGoods » Economics » Bitcoin คือ Safe Haven Asset หรือไม่?

Bitcoin คือ Safe Haven Asset หรือไม่?

by K. Pair
Bitcoin คือ Safe Haven บิทคอยน์ คือ Safe Haven จริงหรือ

Bitcoin (บิทคอยน์) สูญเสียมูลค่ากว่า 40% ในสัปดาห์แห่งความผันผวนที่ผ่านมา Bitcoin คือ Safe Haven Asset หรือสินทรัพย์ปลอดภัยจริงหรือ?

Bitcoin คือ Safe Haven ชนิดใหม่ที่เป็นความคาดหวังของนักลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลที่ว่านักลงทุนมองว่า Bitcoin คือ สินทรัพย์หรือสกุลเงินดิจิตอลที่ไม่ได้เชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจแบบเดิมโดยตรง ทำให้ไม่น่าจะได้รับผลกระทบเมื่อสินทรัพย์อย่างหุ้นมูลค่าลดลง

ส่วนหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนมองว่า Bitcoin คือ Safe Haven ในมุมมองดังกล่าว มาจากการที่เหตุผลของการสร้าง Bitcoin ของผู้ที่ใช้นามแฝงว่า Satoshi Nakamoto คือ การสร้างสกุลเงินขึ้นมาโดยมีเป้าหมายว่าเป็นสกุลเงินที่ไม่สามารถแทรกแซง (Manipulate) ได้จากระบบธนาคารเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ถึงแม้ว่า Bitcoin ในฐานะของสกุลเงิน (Currency) จะล้มเหลวแบบไม่ต้องสงสัยด้วยราคาที่ผันผวนเกินไปก็ตาม

กลับมาที่ Safe Haven อธิบายแบบสั้นและรวบรัด Safe Haven คือสินทรัพย์อะไรก็ตามที่นักลงทุนย้ายเงินไปพักเอาไว้ (ไม่ต้องกำไรมากก็ได้ขอแค่ไม่ขาดทุน) เพื่อรักษากำลังซื้อในช่วงที่ตลาดเกิดความผันผวน เนื่องจาก Safe Haven Assets เป็นสินทรัพย์ประเภทที่ไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนโดยตรง อย่างเช่นทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมาอย่างยาวนาน

พูดให้ง่ายกว่านั้น การที่นักลงทุนบางคนมองว่า Bitcoin คือ Safe Haven เกิดจากการที่นักลงทุนเชื่อว่า เมื่อหุ้นลงอย่างรุนแรงเหมือนในช่วงที่ผ่านมา Bitcoin จะไม่ได้รับผลกระทบอะไร (อ่านเพิ่มเติม Safe Haven คืออะไร)

เลือกอ่านตามหัวข้อ เพื่อหาคำตอบว่า Bitcoin คือ Safe Haven หรือไม่


Bitcoin ไม่ใช่ Safe Haven

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงจะขัดกับนักลงทุนที่มองว่า Bitcoin คือ Safe Haven เพราะในสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เป็นสัปดาห์ที่ผันผวนที่สุดในรอบ 11 ปีของตลาดการเงิน นับตั้งแต่วิกฤตการเงินเมื่อปี 2008 ที่รู้จักกันในชื่อของ Subprime Crisis หรือ วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์

ส่งผลให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin มีมูลค่าลดลงจาก 9134 ดอลลาร์สหรัฐเหลือ 4193 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ -40%) หรือคิดเป็นเงินบาทจะมีมูลค่าลดลงจากประมาณ 290,000 บาทเหลือประมาณ 133,000 บาท ต่อ 1 BTC ในเวลาเพียง 7 วัน

กราฟราคา Bitcoin ช่วงวันที่ 7 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2563 (วันที่เขียนบทความ)

Bitcoin คือ Safe Haven Asset จริงหรือ

กราฟราคา Bitcoin จากเว็บไซต์ Coindesk

ถ้าหากคุณลงทุนใน Bitcoin ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2563 ด้วยเงิน 2 ล้านบาท เพราะเชื่อว่าเป็น Safe Haven เพื่อหนีจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเรื่องของการแพร่ระบาดของ COVID-19 หรือสงครามราคาน้ำมันของอิหร่านกับรัสเซีย คุณจะมีเงินเหลือ 1,200,000 บาท ณ วันนี้

อธิบายให้เป็นรูปธรรมกว่านั้น การลงทุน 2 ล้านบาทของคุณจะขาดทุน 800,000 บาท หรือเทียบได้กับ Honda Civic ตัวล่างสุดหายไป 1 คันแบบงงๆ

ทำไม Bitcoin ยังไม่ใช่ Safe Haven

อันดับแรก จากที่ก่อนหน้านี้ได้อธิบายถึงพื้นฐานของ Safe Haven จะเห็นว่า นักลงทุนที่นำเงินลงทุนมาพักในสินทรัพย์ปลอดภัยแท้จริงแล้วไม่ได้ต้องการกำไรที่หวือหวาด้วยซ้ำ แต่นำมาพักไว้เพียงแค่ต้องการรักษากำลังซื้อและหลีกเลี่ยงความผันผวนที่รุนแรงเกินควบคุม เพื่อรอโอกาสในการลงทุนครั้งใหม่

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ สุดท้าย Bitcoin กลับมีทิศทางเดียวกับตลาดการเงินแบบเดิมๆ อย่างตลาดหุ้นหรือตลาดซื้อขายล่วงหน้าอยู่ดี ทำให้ในท้ายที่สุดไม่มีประโยชน์อะไรที่จะนำเงินทุนไปพักไว้ใน Bitcoin ถ้าหากต้องการรักษากำลังซื้อ

เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน แม้ว่า Bitcoin จะยังไม่ใช่ Safe Haven (และยังไม่ใกล้เคียง) ในขณะนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่า Bitcoin คือการลงทุนที่ไม่น่าลงทุนหรือให้ผลตอบแทนต่ำ Bitcoin ยังคงเป็นการลงทุนที่ทำผลตอบแทนได้ดีและให้ผลตอบแทนที่สูงไปจนกว่าพื้นฐานบางอย่างจะเปลี่ยนแปลงไป

สรุป สาเหตุสำคัญที่พอจะบอกได้ว่า Bitcoin ยังไม่ใช่ Safe Haven Asset ณ ตอนนี้ (ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การลงทุนที่แย่) คือ

  • ความผันผวนที่มากเกินไป (อย่างเช่น 40% ใน 7 วัน เหมือนในเคสด้านบน) เหตุผลเดียวกับที่ Bitcoin ยังไม่ถูกยอมรับในฐานะของสกุลเงิน
  • ทิศทางราคาเป็นทิศทางเดียวกับตลาดการเงินแบบเดิมๆ ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อต่อไปว่าทำไม

ทำไมเงินไหลออกจาก Bitcoin

เหตุผลที่ทำให้ราคาของ Bitcoin ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นไปในทิศทางเดียวกับทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลก หลังจากเกิดการ Panic Sell อย่างชัดเจนจนในช่วงวันพุธและวันพฤหัสที่ผ่านมามีอยู่หลายสาเหตุ แต่สาเหตุสำคัญที่นักลงทุนส่วนใหญ่มองไปในทิศทางเดียวกันมีอยู่ 3 ประเด็น ได้แก่

ประเด็นที่ 1 นักลงทุนดึงเงินจาก Bitcoin ออกมาใช้เติมเงินเพื่อป้องกัน Margin Call ที่เป็นผลมาจากการปรับตัวลดลงอย่างหนักของตลาดหุ้น สำหรับนักลงทุนที่เทรดด้วย Leverage และนำไปใช้ลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ราคาถูกและน่าสนใจกว่า Bitcoin อย่างเช่น หุ้นที่ราคาถูกตามเป้าหมายของนักลงทุน

ประเด็นที่ 2 เทรดได้ 24 ชั่วโมงได้โดยไม่มีการควบคุม ไม่มี Circuit Breaker ไม่มี Floor ในขณะที่ความกลัวเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลารอบโลก

ประเด็นที่ 3 สุดท้ายแล้วนักลงทุนยังต้องการถือเงินสด (Cash in King) ซึ่งจะสัมพันธ์กับประเด็นที่ 1 ถึงแม้ว่าจะยังไม่นำมาใช้ลงทุน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่นักลงทุนหลายคนเชื่อว่าใกล้ถึงเวลานั้นแล้วก็จะรีบขาย Bitcoin ออกมาอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงจุดหนึ่งเมื่อเงื่อนไขหลายอย่างลงตัวมากกว่านี้ ในอนาคตอันใกล้อาจจะทำให้ Bitcoin คือ Safe Haven ชนิดใหม่ก็ได้ หรือในอีกกรณีหนึ่งคือมี Cryptocurrency ชนิดอื่นหรือใหม่ที่สามารถทำหน้าที่ Safe Haven ได้ดีกว่า

บทความที่เกี่ยวข้อง

GreedisGoods มีการเก็บ Cookies เพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานที่ดียิ่งขึ้น หากท่านใช้เว็บไซต์ต่อไปโดยไม่ปรับตั้งค่าเราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้ ยินยอม ดูรายละเอียด