GreedisGoods » Economics » Bitcoin คือ Safe Haven Asset หรือไม่?

Bitcoin คือ Safe Haven Asset หรือไม่?

by Kris Piroj
Bitcoin คือ Safe Haven บิทคอยน์ คือ Safe Haven จริงหรือ

Bitcoin คือ Safe Haven

Bitcoin คือ Safe Haven ชนิดใหม่ที่เป็นความคาดหวังของนักลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลที่ว่านักลงทุนมองว่า Bitcoin คือ สินทรัพย์หรือสกุลเงินดิจิตอลที่ไม่ได้เชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจแบบเดิมโดยตรง ทำให้ไม่น่าจะได้รับผลกระทบเมื่อสินทรัพย์อย่างหุ้นมูลค่าลดลง

ส่วนหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนมองว่า Bitcoin คือ Safe Haven ในมุมมองดังกล่าว มาจากการที่เหตุผลของการสร้าง Bitcoin ของผู้ที่ใช้นามแฝงว่า Satoshi Nakamoto คือ การสร้างสกุลเงินขึ้นมาโดยมีเป้าหมายว่าเป็นสกุลเงินที่ไม่สามารถแทรกแซง (Manipulate) ได้จากระบบธนาคารเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ถึงแม้ว่า Bitcoin ในฐานะของสกุลเงิน (Currency) จะล้มเหลวแบบไม่ต้องสงสัยด้วยราคาที่ผันผวนเกินไปก็ตาม

กลับมาที่ Safe Haven อธิบายแบบสั้นและรวบรัด Safe Haven คือสินทรัพย์อะไรก็ตามที่นักลงทุนย้ายเงินไปพักเอาไว้ (ไม่ต้องกำไรมากก็ได้ขอแค่ไม่ขาดทุน) เพื่อรักษากำลังซื้อในช่วงที่ตลาดเกิดความผันผวน เนื่องจาก Safe Haven Assets เป็นสินทรัพย์ประเภทที่ไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนโดยตรง อย่างเช่น ทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมาอย่างยาวนาน

พูดให้ง่ายกว่านั้น การที่นักลงทุนบางคนมองว่า Bitcoin คือ Safe Haven เกิดจากการที่นักลงทุนเชื่อว่า เมื่อหุ้นลงอย่างรุนแรงเหมือนในช่วงที่ผ่านมา Bitcoin จะไม่ได้รับผลกระทบอะไร

Bitcoin ไม่ใช่ Safe Haven

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงจะขัดกับนักลงทุนที่มองว่า Bitcoin คือ Safe Haven เพราะในสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เป็นสัปดาห์ที่ผันผวนที่สุดในรอบ 11 ปีของตลาดการเงิน นับตั้งแต่วิกฤตการเงินเมื่อปี 2008 ที่รู้จักกันในชื่อของ Subprime Crisis หรือ วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์

ส่งผลให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin มีมูลค่าลดลงจาก 9134 ดอลลาร์สหรัฐเหลือ 4193 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ -40%) หรือคิดเป็นเงินบาทจะมีมูลค่าลดลงจากประมาณ 290,000 บาทเหลือประมาณ 133,000 บาท ต่อ 1 BTC ในเวลาเพียง 7 วัน

กราฟราคา Bitcoin ช่วงวันที่ 7 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2563 (วันที่เขียนบทความ)

Bitcoin คือ Safe Haven Asset จริงหรือ
กราฟราคา Bitcoin จากเว็บไซต์ Coindesk

ถ้าหากคุณลงทุนใน Bitcoin ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2563 ด้วยเงิน 2 ล้านบาท เพราะเชื่อว่าเป็น Safe Haven เพื่อหนีจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเรื่องของการแพร่ระบาดของ COVID-19 หรือสงครามราคาน้ำมันของอิหร่านกับรัสเซีย คุณจะมีเงินเหลือ 1,200,000 บาท ณ วันนี้

ทำไม Bitcoin ยังไม่ใช่ Safe Haven

อันดับแรก จากที่ก่อนหน้านี้ได้อธิบายถึงพื้นฐานของ Safe Haven จะเห็นว่า นักลงทุนที่นำเงินลงทุนมาพักในสินทรัพย์ปลอดภัยแท้จริงแล้วไม่ได้ต้องการกำไรที่หวือหวา แต่นำมาพักไว้เพียงแค่ต้องการรักษากำลังซื้อและหลีกเลี่ยงความผันผวนที่รุนแรงเกินควบคุม เพื่อรอโอกาสในการลงทุนครั้งใหม่

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ สุดท้าย Bitcoin กลับมีทิศทางเดียวกับตลาดการเงินแบบเดิม ๆ อย่างตลาดหุ้นหรือตลาดซื้อขายล่วงหน้าอยู่ดี ทำให้ในท้ายที่สุดไม่มีประโยชน์อะไรที่จะนำเงินทุนไปพักไว้ใน Bitcoin ถ้าหากต้องการรักษากำลังซื้อ เพราะธรรมชาติของราคา Bitcoin และ Cryptocurrency อื่นๆ มีความผันผวนที่สูงมาก

นอกจากนี้ การที่ Bitcoin (และ Cryptocurrency อื่นๆ) มีจุดเด่นในการที่ไม่มี Regulator ควบคุมเหมือนตลาดการเงินอื่น ๆ ทำให้ Bitcoin สามารถถูกแทรกแซง (Manipulate) ได้ด้วยหลากหลายวิธีการ ทั้งวิธีการเดิม ๆ และวิธีการที่ปกติไม่สามารถทำได้เพราะมี SEC (ก.ล.ต.) และกฎหมายคอยควบคุมอยู่ จึงกลายเป็นข้อด้อยอีกข้อที่ทำให้ Bitcoin ไม่เหมาะแก่การนำเงินปริมาณมหาศาลมาวางทิ้งไว้เพื่อรักษามูลค่า

เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน แม้ว่า Bitcoin จะยังไม่ใช่ Safe Haven (และยังไม่ใกล้เคียง) ในขณะนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่า Bitcoin คือการลงทุนที่ไม่น่าลงทุนหรือให้ผลตอบแทนต่ำ Bitcoin ยังคงเป็นการลงทุนที่ทำผลตอบแทนได้ดีและให้ผลตอบแทนที่สูงไปจนกว่าพื้นฐานบางอย่างจะเปลี่ยนแปลงไป

สรุป สาเหตุสำคัญที่พอจะบอกได้ว่า Bitcoin ยังไม่ใช่ Safe Haven Asset ณ ตอนนี้ (ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การลงทุนที่แย่) คือ

  • ความผันผวนที่มากเกินไป (อย่างเช่น 40% ใน 7 วัน เหมือนในเคสด้านบน) เหตุผลเดียวกับที่ Bitcoin ยังไม่ถูกยอมรับในฐานะของสกุลเงิน
  • ทิศทางราคาเป็นทิศทางเดียวกับตลาดการเงินแบบเดิมๆ ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อต่อไปว่าทำไม

ทำไมเงินไหลออกจาก Bitcoin

เหตุผลที่ทำให้ราคาของ Bitcoin ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นไปในทิศทางเดียวกับทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลก หลังจากเกิดการ Panic Sell อย่างชัดเจนจนในช่วงวันพุธและวันพฤหัสที่ผ่านมามีอยู่หลายสาเหตุ แต่สาเหตุสำคัญที่นักลงทุนส่วนใหญ่มองไปในทิศทางเดียวกันมีอยู่ 3 ประเด็น ได้แก่

ประเด็นที่ 1 นักลงทุนดึงเงินจาก Bitcoin ออกมาใช้เติมเงินเพื่อป้องกัน Margin Call ที่เป็นผลมาจากการปรับตัวลดลงอย่างหนักของตลาดหุ้น สำหรับนักลงทุนที่เทรดด้วย Leverage และนำไปใช้ลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ราคาถูกและน่าสนใจกว่า Bitcoin อย่างเช่น หุ้นที่ราคาถูกตามเป้าหมายของนักลงทุน

ประเด็นที่ 2 เทรดได้ 24 ชั่วโมงได้โดยไม่มีการควบคุม ไม่มี Circuit Breaker ไม่มี Floor ในขณะที่ความกลัวเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลารอบโลก ดังนั้นเป็นธรรมดาที่ Bitcoin จะมูลค่าลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น ๆ ที่มีการควบคุม

ประเด็นที่ 3 สุดท้ายแล้วนักลงทุนยังต้องการถือเงินสด (Cash in King) ซึ่งจะสัมพันธ์กับประเด็นที่ 1 ถึงแม้ว่าจะยังไม่นำมาใช้ลงทุน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่นักลงทุนหลายคนเชื่อว่าใกล้ถึงเวลานั้นแล้วก็จะรีบขาย Bitcoin ออกมาอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงจุดหนึ่งเมื่อเงื่อนไขหลายอย่างลงตัวมากกว่านี้ ในอนาคตอันใกล้อาจจะทำให้ Bitcoin คือ Safe Haven ชนิดใหม่ก็ได้ หรือในอีกกรณีหนึ่งคือการที่มี Cryptocurrency ชนิดอื่นหรือใหม่ที่สามารถทำหน้าที่ Safe Haven ได้ดีกว่า

บทความที่เกี่ยวข้อง

GreedisGoods มีการเก็บ Cookies สำหรับสถิติการเข้าชมและโฆษณา เพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานที่ดียิ่งขึ้น หากท่านใช้เว็บไซต์ต่อไปโดยไม่ปรับตั้งค่าปฏิเสธ Cookies เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้ ยินยอม ดูรายละเอียด