GreedisGoods » Finance » Investment » Bond Yield กับตลาดหุ้น มีความสัมพันธ์กันอย่างไร?

Bond Yield กับตลาดหุ้น มีความสัมพันธ์กันอย่างไร?

by K. Pair
Bond Yield กับตลาดหุ้น Bond Yield ส่งผลอะไรต่อตลาดหุ้น

การเพิ่มขึ้นของ Bond Yield ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี หลายครั้งทำให้เกิดการเทขายของตลาดหุ้น ในบทความนี้เราจะพาไปทำความเข้าใจ ความสัมพันธ์ระหว่าง Bond Yield กับตลาดหุ้น ว่าทำไม Bond Yield ขึ้นแล้วตลาดหุ้นต้องตัวลงในหลาย ๆ ครั้ง

เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการ

ความสัมพันธ์ของ Bond Yield กับตลาดหุ้น

Bond Yield กับตลาดหุ้น ตามปกติจะมีความสัมพันธ์ในทิศทางที่ตรงกันข้ามกัน เพราะตามปกติการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลหรือ Bond Yield เพิ่มสูงขึ้นมักจะเป็นผลจากการที่นักลงทุนมองว่าอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Rate) กำลังจะเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้

แม้ว่า Bond Yield ที่ปรับตัวสูงขึ้นถือเป็นสัญญาณที่ดีของเศรษฐกิจที่กำลังจะกลับมาฟื้นตัว เพราะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น (แบบไม่รุนแรง) อาจหมายถึงการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้น แต่ในกรณีที่เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกลับเป็นผลเสียกับภาคธุรกิจ เพราะในกรณีดังกล่าวธนาคารกลางจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างรวดเร็วเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ในกรณีที่ธนาคารกลางขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ปัญหาของกรณีนี้อยู่ที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงต้นทุนในการกู้ยืมของบริษัทหรือก็คือดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มสูงขึ้นทำให้บริษัทต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังทำให้การกู้ยืมเพื่อขยายธุรกิจในอนาคตทำได้ยากขึ้นเนื่องจากต้นทุนในการกู้ยืมสูงขึ้น หรือแม้แต่การออกหุ้นกู้ก็ทำได้ยากขึ้นเนื่องจากต้องเพิ่มดอกเบี้ยให้นักลงทุนมากขึ้นตามดอกเบี้ยในตลาด (เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้ซื้อหุ้นกู้ของบริษัท)

ทั้งหมดส่งผลให้บริษัทเหล่านี้ในอนาคตจะสามารถทำกำไรได้น้อยลง จากทั้งต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นซึ่งทำให้บริษัทขยายธุรกิจได้ยากขึ้นและจากเงินเฟ้อที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น (โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตจากสินค้า Commodities) ในกรณีที่เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นเป็น Cost Push Inflation

ผลตอบแทนของหุ้นไม่น่าสนใจอีกต่อไป

นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Policy Rate) หมายความว่า พันธบัตรรุ่นใหม่ ๆ ที่กำลังจะออกมาในอนาคตก็จะให้ผลตอบแทนพันธบัตร (Coupon Rate) เพิ่มขึ้นตามดอกเบี้ยนโยบายที่เพิ่มขึ้น

การย้ายเงินลงทุนของนักลงทุนจากหุ้น (ที่มีความเสี่ยงมากกว่าพันธบัตร) แล้วย้ายเงินไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า แต่มีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าหุ้นมาก จึงเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ปกติเมื่อ Bond Yield อยู่ในช่วงขาขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนมองว่าธนาคารกลางกำลังจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตอันใกล้

อธิบายให้ง่ายกว่านั้นก็คือ เมื่อ Bond Yield หรือผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่มีความเสี่ยงต่ำมาก ๆ ให้ผลตอบแทนที่สูงพอ ๆ กับเงินปันผลของหุ้นซึ่งเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงกว่า จึงเป็นเรื่องปกติที่นักลงทุนจะเลือกลงทุนในพันธบัตร

สำหรับใครที่ต้องการอ่านทำความเข้าใจกับ Bond Yield แบบละเอียด หรือกำลังงง ๆ กับกลไกการทำงานของ Bond Yield สามารถอ่านเพื่อทำความเข้าใจก่อนได้ที่บทความ Bond Yield คืออะไร? และกลไกผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล


Discount Cash Flow

ในกรณีที่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ Discount Rate หรืออัตราคิดลด ที่นักลงทุนใช้ในการคำนวณ Discount Cash Flow เพิ่มขึ้นตามดอกเบี้ย ซึ่งจะส่งผลให้ตัวเลขที่คำนวณออกมาน้อยลง (เพราะ Discount Rate ที่เป็นตัวหารเพิ่มขึ้น)

เมื่อนักลงทุนคำนวณ Discount Cash Flow ออกมาได้ตัวเลขที่ลดลง ก็จะทำให้นักลงทุนมองว่าหุ้นบางตัวไม่อยู่ในจุดที่ราคาเหมาะสมเมื่อเทียบกับราคาปัจจุบันอีกต่อไป จึงทำให้เกิดการเทขายหุ้นเหล่านั้นออกมาได้เช่นกัน


ทำไมเทียบ Bond Yield กับตลาดหุ้น

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าทำไมถึงเทียบผลตอบแทนของ Bond Yield กับตลาดหุ้น และกำลังสงสัยว่าทำไมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลหรือ Bond Yield ที่เราพูดถึงในบทความนี้ถึงดูให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับหุ้น ทั้งที่หลายครั้งเราได้ยินว่าหุ้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ยแถว ๆ 10% ต่อปีไม่ใช่หรือ?

คำตอบคือผลตอบแทนของพันธบัตรหรือ Bond Yield ที่เราพูดถึงถูกนำไปเทียบกับเงินปันผล (Dividend) ของหุ้น โดยจะดูจากอัตรา Earning Yield ไม่ได้เทียบกับผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้จากกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain)

เพราะการเลือกลงทุนในพันธบัตรโดยพื้นฐานแล้วเป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่งพันธบัตรเองก็จะให้ผลตอบแทนกับนักลงทุนอย่างน้อยปีละครั้งจนกว่าจะครบกำหนดไถ่ถอน


Key Takeaways

  • ความสัมพันธ์ของ Bond Yield กับตลาดหุ้นตามปกติมักจะเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม เนื่องจาก Bond Yield ที่เพิ่มขึ้นมักเป็นสัญญาณของเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น
  • โดยเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นส่งผลลบต่อธุรกิจทั้งจากต้นทุนทางการเงินที่อาจเพิ่มขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจาก Cost Push Demand
  • อย่างไรก็ตาม หุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ Commodities Goods อาจได้รับผลบวกจากการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ เนื่องจากเงินเฟ้อจะทำให้ราคาสินทรัพย์ประเภท Commodity เพิ่มสูงขึ้น อย่างเช่น สินค้าวัตถุดิบการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ราคาน้ำมัน และราคาสินค้าพลังงาน

บทความที่เกี่ยวข้อง