Brand Identity Prism คือ อะไร ?

Brand Identity Prism คือ องค์ประกอบของ Brand Identity

Brand Identity Prism คือ อะไร ? มาดูกันว่า Brand Identity Prism บอกอะไร และสำคัญอย่างไรกับแบรนด์ !?


Brand Identity Prism คือ แนวคิดที่อธิบาย อัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity) และ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Image) ด้วยแผนภาพของ J. Kapferer ที่ถูกนำเสนอในปี 1986

โดยประโยชน์ของ Brand Identity Prism คือ การใช้สำหรับวางแผนในการสร้าง อัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity) หรือนำไปรีวิว Brand Identity ปัจจุบัน เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงเพื่อทำให้ลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่ง Brand Identity จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกับสินค้าประเภทเดียวกัน จากการที่ลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์ได้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Brand Identity – bit.ly/2FyO44X


ในส่วนของ แนวคิด Brand Identity Prism จะแบ่งออกเป็น 6 มิติ ซึ่งทั้ง 6 มิติของ Brand Identity Prism ประกอบด้วย

  1. Physique
  2. Personality หรือ Brand Personality
  3. Culture
  4. Relationship
  5. Reflection หรือ Customer Reflection
  6. Self-Image หรือ Customer Self-Image

Physique

Physique คือ ลักษณะของแบรนด์ที่ลูกค้ามองเห็น (ความหมายเหมือนๆกับ Physical) และรวมไปถึงสิ่งที่ลูกค้านึกภาพออกเมื่อเห็นแบรนด์

โดยสิ่งที่ลูกค้ามองเห็นหรือ Physique ได้แก่ สี ฟอนต์ รูปลักษณ์สินค้า โลโก้ หรืออะไรก็ตามที่ดึงภาพของสินค้านั้นขึ้นมาในหัวลูกค้าทันทีที่เห็น ตัวอย่างเช่น

การที่ Logo ของ Nike (โดยไม่ต้องเห็นชื่อแบรนด์) ก็จะนึกออกทันทีว่าเป็นแบรนด์ Nike

Logo ม้าในท่ายืนก็จะนึกถึงแบรนด์ Ferrari

สัญลักษณ์แอปเปิลแหว่งของ Apple ต่อให้แหว่งผิดด้าน แต่ท้ายที่สุดคนก็จะยังนึกถึงแบรนด์ Apple ก่อนอยู่ดี

Personality

Personality คือ บุคลิกภาพของแบรนด์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Brand Personality เป็นสิ่งที่ลูกค้าจะมองแบรนด์ว่าแบรนด์เป็นอย่างไร ถ้าอธิบายให้ง่ายกว่านั้น Brand Personality เหมือนกับการที่มองคนคนหนึ่งแล้วรู้สึกว่าบุคลิกภาพของคนคนนั้นเป็นอย่างไร

ซึ่งแบรนด์ควรที่จะบอกได้ว่า ต้องการมีบุคลิกภาพของแบรนด์เป็นแบบไหน รวมถึงต้องทำให้ลูกค้ามองแบรนด์ไปในแบบที่แบรนด์ต้องการให้มองด้วย

ตัวอย่างด้าน Brand Personality

Ferrari ถูกมองเป็นยี่ห้อของรถ Formula One และมีความเป็นอิตาลี

Lamborghini มีบุคลิกที่ดุดัน แข็งแรง

Mustang มีบุคลิกที่ดุดัน พูดถึงแล้วต้องนึกถึงรถ Muscle Car ที่เน้นเครื่องใหญ่ไว้ก่อน และมาพร้อมกับเครื่อง V8 (ถึงแม้ว่าช่วงหลังจะไม่ค่อยดันเครื่อง V8 เหมือนเมื่อก่อน)

Culture

Culture คือ มุมมองในด้านวัฒนธรรมของแบรนด์ โดย Brand Culture เป็นสิ่งที่จะสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์เกี่ยวกับที่มาของแบรนด์

ตัวอย่างด้าน Brand Culture

Coca Cola เป็นแบรนด์แบบอเมริกัน (ที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นอาหารเสียสุขภาพ เช่นเดียวกันกับ McDonald หรือ KFC)

Mustang และ Dodge เป็นรถประเภท Muscle Car ที่เป็นของที่ต้องมาจากอเมริกา

Audi BMW และ Mercedes Benz ที่คนทั่วไปรับรู้ว่าเป็นเยอร์มัน

Relationship

Relationship คือ เรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ (Relationship) ระหว่างลูกค้าต่อแบรนด์ เป็นสิ่งที่ลูกค้ามองว่าแบรนด์ปฏิบัติอย่างไรกับพวกเขา หรือมอบอะไรให้กับพวกเขา

ตัวอย่างเช่น เป็นแบรนด์ที่เอาใจใส่ลูกค้า ทิ้งลูกค้าไม่สนใจเสียงลูกค้า เชื่อถือได้ ราคาจับต้องได้ มีคุณภาพ มีคุณค่าเหนือการเวลา เป็นต้น

Reflection

Reflection หรือ Customer Reflection คือ ฐานลูกค้าของแบรนด์ถูกมองว่าคือใคร คนมองว่าแบรนด์นี้เป็นของคนกลุ่มไหน

ซึ่งในความเป็นจริงแบรนด์อาจจะมีลูกค้ามากกว่าคนกลุ่มนั้นก็ได้

ตัวอย่างของ Brand Identity Prism ด้าน Customer Reflection

Ferrari และ Lamborghini ถูกมองว่าเป็นแบรนด์สำหรับผู้ชายที่ชอบความเร็ว

Porsche ถูกมองว่าเป็นแบรนด์สำหรับผู้ชายที่ชอบความหรู

Mercedes Benz ถูกหลายคนมองว่าเป็นรถผู้หญิงขับ (และ Benz รุ่นปีเก่าๆ ถูกมองว่าเป็นรถคนแก่)


Self-Image

Self-Image หรือ Customer Self-Image คือ สิ่งที่ลูกค้าจะมองตัวเองหรือเป็นสิ่งที่ลูกค้ารู้สึกจากการใช้สินค้าจากแบรนด์ ซึ่งจริงๆ แล้วลูกค้าอาจจะรู้สึกแบบที่แบรนด์คิดว่าลูกค้าจะรู้สึกหรือไม่ก็ได้ (แต่แบรนด์ควรจะทำให้ลูกค้ารู้สึกหรือได้รับประสบการณ์ตามที่แบรนด์ได้วางไว้)

ตัวอย่างของ Brand Identity Prism ด้าน Customer Self-Image

Lamborghini และ Ferrari สิ่งที่ผู้ใช้งานจะได้รับหรืออาจจะรู้สึกว่า เป็นที่สุด ไม่เหมือนใคร เร็วกว่าแรงกว่า

Nike และ Adidas ผู้ใช้งานอาจรู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนช่างแต่งตัวหรือเป็นคนแต่งตัวดูดี หรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนเล่นกีฬา

การที่ผู้หญิงตัดสินใจลดน้ำหนัก แล้วแค่ซื้อสปอร์ตบรา (จากแบรนด์อะไรก็ตาม) ก็รู้สึกว่าตัวเอง Healthy แล้วตั้งแต่ยังไม่ได้ออกกำลังกาย

About greedisgoods

สวัสดี! อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่าง

View all posts by greedisgoods →