Home Investment CANSLIM คือ อะไร? วิธีเลือกหุ้นด้วยหลัก CAN-SLIM

CANSLIM คือ อะไร? วิธีเลือกหุ้นด้วยหลัก CAN-SLIM

by greedisgoods

ในการ ซื้อหุ้น แน่นอนว่าทุกคนอยากได้หุ้นที่ดี มาดูกันว่าวิธีเลือกหุ้นที่ดีตามหลัก CANSLIM คือ อะไร?

CANSLIM คือ หลักการเลือกหุ้นที่เป็นแนวคิดของ William J. O’Neil จากหนังสือ How to Make Money in Stocks ซึ่งหลัก CANSLIM จะเป็น วิธีเลือกหุ้น ที่จะพิจารณาจาก 7 ปัจจัยสำคัญสำคัญ

สำหรับ 7 ปัจจัยในการเลือกซื้อหุ้นที่ดีของหลัก CAN SLIM ได้แก่ Current earnings, Annual earnings, New product, Supply and Demand, Leader or laggard, Institutional Sponsorship, และ Market direction

โดยหลัก CAN SLIM แต่ละปัจจัยจะมีความหมายคร่าวๆ ดังนี้

  1. Current earnings คือ มีอัตราการเติบโตของกำไรมากกว่า 25%
  2. Annual earnings คือ กำไรมากกว่า 25% ต่อปีใน 5 ปีที่ผ่านมา
  3. New product คือ บริษัทที่มีเรื่องใหม่และแตกต่าง
  4. Supply and Demand คือ มีปริมาณการซื้อขายสูง
  5. Leader or laggard คือ เลือกหุ้นที่เป็นผู้นำ
  6. Institutional Sponsorship คือ เลือกหุ้นที่นักลงทุนสถาบันลงทุน
  7. Market direction คือ ดูทิศทางของตลาด

อย่างไรก็ตาม แนวคิด CANSLIM ของ William J. O’Neil เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นมาจากตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่ต่างจากตลาดหุ้นไทย ดังนั้น สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนใน ตลาดหุ้นไทย แนะนำให้ใช้ CANSLIM โดยปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพตลาด

Current Earnings

Current Earnings หมายถึง ให้หาหุ้นในบริษัทที่มีอัตราการเติบโตของกำไรมากกว่า 25% (อาจพิจารณาร่วมกับ Annual Earnings ในส่วนถัดไป)

Annual Earnings

Annual Earnings คือ การเลือกบริษัทที่ 5 ปีล่าสุดมีกำไรต่อปีอย่างน้อย 25% ต่อปี และมีค่า ROE หรือ Return on Equity ไม่ต่ำกว่า 17%

โดยพื้นฐานแล้ว CANSLIM ในส่วนของ Current Earnings และ Annual Earnings ยิ่งสูงยิ่งดี เนื่องจากเป็นสิ่งที่แสดงถึงความสามารถในการทำกำไรของหุ้นในปัจจุบัน

New Product

New Product คือ การมองหาบริษัทที่มีสิ่งใหม่หรือสิ่งที่แตกต่างจากที่คู่แข่งมี ถ้าพูดตามหลักบริหารก็คือ ให้หาหุ้นบริษัทที่สินค้ามีความแตกต่างตามหลัก Differentiation

ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ใหม่ บริการใหม่ เทคโนโลยีใหม่ การขยายตลาดใหม่ ผู้บริหารใหม่ และแผนการดำเนินธุรกิจใหม่ เป็นต้น

Supply and Demand

Supply and Demand (อุปสงค์ และ อุปทาน) ในที่นี้หมายถึงการมองหาหุ้นเล็กที่ปริมาณการซื้อขายสูง

เพราะหุ้นขนาดเล็กที่ปริมาณการซื้อขายสูงราคาจะเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่าและเร็วกว่า (แน่นอนว่าทั้งขึ้นแลลง)

Leader or Laggard

Leader or Laggard หมายถึง เป็นผู้นำหรือเป็นผู้ตาม ซึ่งก็คือการเลือกหุ้นบริษัทที่เป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นๆ

ในส่วนนี้อาจจะไม่ใช่หุ้นที่เป็นผู้นำอันดับ 1 แต่อาจจะเป็นหุ้นที่อยู่ในกลุ่มผู้นำของตลาดก็ได้

Institutional Sponsorship

Institutional Sponsorship แปลตรงตัวก็คือ มีนักลงทุนสถาบันเป็นสปอนเซอร์บริษัทนี้อยู่ หมายถึงการเลือกหุ้นที่นักลงทุนสถาบัน (พวกกองทุน) มักจะซื้อขาย

โดยเฉพาะหุ้นที่นักลงทุนสถาบันเพิ่งเริ่มซื้อ เพราะหลัก CANSLIM เชื่อว่าราคาจะไปต่อได้อีก เพราะนักลงทุนสถาบันจะซื้อต่ออีกเรื่อยๆ จนครบตามที่ต้องการ

ซึ่งในส่วนนี้ก็ต้องทำการบ้านกันเอง ทั้งการหาจังหวะเข้าซื้อและศึกษาว่านักลงทุนสถาบันซื้ออะไร

Market Direction

Market Direction หรือทิศทางของตลาดในภาพรวมต้องเป็นขาขึ้น (Uptrend) เพราะขาขึ้นทำอะไรก็ดีไปหมด ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดในการทำกำไรจากหุ้นก็คือ การเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกับตลาดนั่นเอง

สังเกตได้ง่ายๆ เมื่อตลาดเป็นขาขึ้นมักจะมีกูรูหุ้นออกมาเต็มไปหมด เนื่องจากตลาดขาขึ้น (Uptrend) โอกาสที่จะทำกำไรสูงกว่ามากทำให้โอกาสพลาดค่อนข้างที่จะน้อย


สำหรับใครที่สนใจในหนังสือ How to Make Money in Stocks ของ William J. O’Neil ปัจจุบันมีฉบับแบบแปลไทยวางขายอยู่ตามร้านหนังสือหนังสือชั้นนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง