Cash Cycle หรือ วงจรเงินสด คือ อะไร ?

Cash Cycle คือ วงจรเงินสด คือ Cash Conversion Cycle

Cash Cycle หรือ วงจรเงินสด คือ อะไร ? มาดูกันว่า วงจรเงินสด สำคัญอย่างไรกับกิจการ !?


Cash Conversion Cycle หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า Cash Cycle แปลความหมายตรงตัวได้ว่า วงจรเงินสด คือ รอบระยะเวลาตั้งแต่กิจการได้สินค้ามา ขายสินค้าออกไป จนได้เงินจากลูกค้า

ซึ่งวงจรเงินสดหรือ Cash Cycle จะเป็นเรื่องของสภาพคล่องของกิจการ หรือ พูดง่าย ๆ คือ ความสามารถในการหมุนเงินของกิจการนั่นเอง

จะเห็นว่า วงจรเงินสด (Cash Cycle) จะเกี่ยวกับอัตราส่วนทางการเงิน 3 ตัว ได้แก่

ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (Average Inventory Period)
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (Average Collection Period)
ระยะเวลาจ่ายหนี้เฉลี่ย (Average Payment Period)


ถ้าสงสัยว่าทั้ง 3 ตัวมาจากไหนสามารถกดอ่านที่ Link แต่ละตัวได้เลย เพราะอธิบายในบทความเดียวคงจะยาวเกินไป


วิธีคำนวณวงจรเงินสด

โดย Cash Cycle หรือ วงจรเงินสด จะสามารถเขียนเป็นสมการได้ว่า

วงจรเงินสด = ระยะเวลาขายสินค้า + ระยะเวลาเก็บหนี้ – ระยะเวลาจ่ายหนี้

ค่าที่ได้จากการคำนวณหา วงจรเงินสด ยิ่งสั้นยิ่งดี (ค่าที่ได้น้อย)

ค่าที่น้อย (น้อยวัน) หมายถึง การที่กิจการสามารถขายสินค้าและเก็บหนี้ได้เร็วกว่าจ่ายหนี้ ซึ่งแสดงถึงสภาพคล่องของกิจการที่สูง (มีเงินหมุนตลอด)

ค่าที่มาก (หลายวัน) หมายถึง กิจการสามารถขายสินค้าและเก็บหนี้ได้ช้ากว่าการจ่ายหนี้ ทำให้กิจการมีการเงินที่ติด ๆ ขัด ๆ หรือสภาพคล่องต่ำ

ซึ่งค่าที่ได้ก็จะต้องนำไปเปรียบเทียบกับบริษัทอื่น หรือ ค่าเฉลี่ยของบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือ เปรียบเทียบกับบริษัทตัวเองเมื่อปีก่อน ๆ เพื่อดูว่า วงจรเงินสดของกิจการอยู่ในระดับใด

สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย ข้อมูลจะมีบอกอยู่ในเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในส่วนของหุ้นรายตัว

ตัวอย่างเช่น บริษัท CAA ใช้ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย 20 วัน ใช้เวลาระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย 5 วัน และมีระยะเวลาจ่ายหนี้เฉลี่ย 55 วัน โดยค่าเฉลี่ย Cash Cycle ของบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวดันจะอยู่ที่ 10

วงจรเงินสด ของบริษัท CAA = 20 + 5 – 55

ดังนั้น วงจรเงินสด ของบริษัท CAA =  -30 ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานอุตสหกรรม (ดีกว่า)


และถ้าหากสังเกตจากสมการวงจรเงินสดดี ๆ การที่จะได้ค่า วงจรเงินสด (Cash Cycle) ที่น้อย จะทำได้ทั้งหมด 3 วิธี คือ


ระยะเวลาขายสินค้าต่ำ หรือ ขายให้ไว (ใช้เวลาน้อยวันในการขาย)

ทำได้ด้วยการบริหารสินค้าคงคลัง เช่น ไม่สั่งสินค้ามาเก็บไว้เป็นจำนวนมากเกินไป มีการบันทึกสถิติว่าสินค้าชนิดไหนขายได้และสินค้าชนิดไหนขายออกช้าเพื่อการคำนวณปริมาณการผลิตหรือปริมาณการสั่งซื้อ เป็นต้น

ระยะเวลาเก็บหนี้ต่ำ หรือ เก็บหนี้ให้ไว (เก็บหนี้ให้เร็วที่สุด)

อย่าให้ Credit Term กับลูกหนี้นานเกินไป (เพราะเราต้องใช้เงินที่ได้ไปหมุนทำอย่างอื่น)

ระยะเวลาจ่ายหนี้สูง หรือ จ่ายหนี้ให้ช้า (ยื้อเอาไว้นาน ๆ เท่าที่จะทำได้)

ในกรณีที่กิจการของเราเครดิตดีน่าเชื่อถือ หรือมีอำนาจต่อรองกับ Supplier ที่สูง กิจการก็จะสามารถขอ Credit Term ที่นานได้

ซึ่งทั้ง 3 ประเด็นจะตรงกับ Concept ของการทำธุรกิจที่หลาย ๆ คนไม่พูด คือ เก็บเงินให้ไว (ขาย เก็บหนี้) และจ่ายเงินให้ช้า (ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้)


 

About greedisgoods

สวัสดี! อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่าง

View all posts by greedisgoods →