GreedisGoods » Business » Cost Leadership คืออะไร? (กลยุทธ์ผู้นำด้านต้นทุน)

Cost Leadership คืออะไร? (กลยุทธ์ผู้นำด้านต้นทุน)

by K. Pair
Cost Leadership คือ กลยุทธ์ผู้นำด้านต้นทุน กลยุทธ์ Cost Leadership

Cost Leadership คือ กลยุทธ์ผู้นำด้านต้นทุน ตามแนวคิดของ Micheal E. Porter ที่นำเสนอไว้ใน Porter Generic Strategy กลยุทธ์ Cost Leadership คือ การมุ่งทำให้ต้นทุนการผลิตของสินค้าหรือบริการของบริษัทต่ำที่สุดเท่าที่จะสามารถทำให้ต่ำได้ เพื่อใช้ต้นทุนที่ต่ำกว่าสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจ

สำหรับประโยชน์ของกลยุทธ์ Cost Leadership คือการที่ช่วยให้บริษัทได้เปรียบคู่แข่ง จากต้นทุนที่ต่ำกว่า ซึ่งส่วนมากสินค้าที่ใช้ กลยุทธ์ Cost Leadership จะเป็นสินค้าในลักษณะที่ผลิตครั้งละมาก ๆ เพื่อใช้ประโยชน์จาก การประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)

หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการผลิตครั้งละมาก ๆ เพื่อทำให้ต้นทุนคงที่ลดต่ำลงมากที่สุดเท่าที่จะต่ำได้ (เพิ่มตัวหาร) ถ้าหากสงสัยเกี่ยวกับการลดต้นทุนคงที่ว่าผลิตมาก ๆ ลดต้นทุนคงที่ได้อย่างไร


กลยุทธ์ Cost Leadership ทำอย่างไร ?

สำหรับวิธีทำให้ต้นทุนต่ำลง ตามแนวคิดของ Cost Leadership Strategy สามารถทำได้หลากหลายมาก ๆ มาดูกันว่าวิธีที่ทำได้ง่าย ๆ และเห็นอยู่บ่อย ๆ ของกลยุทธ์ผู้นำด้านต้นทุนหรือ Cost Leadership ทำอย่างไรได้บ้าง:

การใช้ประโยชน์จาก Economies of Scale หรือการผลิตสินค้าครั้งละมาก ๆ เพื่อลดต้นทุนคงที่ให้ต่ำที่สุด เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของการดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Cost Leadership

ตัวอย่างเช่น บริษัทมี ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ทั้งหมด 100,000 บาท ถ้าผลิตสินค้า 1,000 ชิ้น จะทำให้มีต้นทุนเฉลี่ยชิ้นละ 100 บาท ในขณะที่ผลิตสินค้า 10,000 ชิ้น สินค้าดังกล่าว 1 ชิ้นจะมีต้นทุนที่มาจากต้นทุนคงที่เพียง 10 บาทต่อชิ้นเท่านั้น

การเลือกใช้แต่ปัจจัยการผลิตระดับล่างหรือระดับกลางเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องใช้ปัจจัยการผลิตที่ดีที่สุดเสมอไป ตัวอย่างเช่น:

พนักงานระดับปฏิบัติการธรรมดา ไม่จำเป็นต้องเก่งมาก ขอแค่ทำเรื่องที่ต้องทำได้ (แค่ไม่กี่เรื่อง) ก็พอ

วัตถุดิบธรรมดาที่หาได้ทั่วไป ไม่ใช้วัตถุดิบเกรดสูง

การวิจัยและพัฒนามุ่งไปที่การวิจัยเพื่อหาว่า “ทำอย่างไรจึงจะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้”

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของกรณีนี้ก็คือ Toyota ที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในการวิจัยและพัฒนาเพื่อการลดต้นทุนในการผลิต


ข้อดีของ Cost Leadership Strategy

เริ่มจากลองมาดูตัวอย่าง บริษัท A และ B ขายกล่องพลาสติกเหมือนกัน โดยสินค้าของบริษัท A กับบริษัท B ราคา 100 บาทเท่ากัน โดยบริษัท A ต้นทุน 35 บาท ในขณะที่บริษัท B ทำทุกทางเพื่อให้ต้นทุนต่ำที่สุด จนบริษัท B มีต้นทุนเพียง 19 บาท

เมื่อบริษัท B สามารถทำให้ต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่งอย่างบริษัท A ได้ขนาดนี้ นี่คือประโยชน์ที่บริษัท B จะได้รับจากการใช้ กลยุทธ์ Cost Leadership

  1. ขายสินค้าราคาเท่าบริษัท A แต่ได้กำไรมากกว่าบริษัท A
  2. ลดราคาให้ต่ำกว่าบริษัท A (ถ้าไม่ลดลงต่ำกว่า 84 บาท ก็ยังมีกำไรเท่ากับบริษัท A อยู่ดี) ซึ่งในจุดนี้ก็จะทำให้สามารถใช้กลยุทธ์การตัดราคา เพื่อกดดันบริษัท A ที่เป็นคู่แข่งได้

ข้อเสียของ Cost Leadership Strategy

ข้อเสียหลักที่มาพร้อมกับกลยุทธ์ Cost Leadership คือ การตัดราคากันอย่างดุเดือด จนกลายเป็น Red Ocean ในท้ายที่สุด

ถ้าหากสังเกตหลาย ๆ บริษัทในอดีต ก็พอจะเห็นว่าในท้ายที่สุด ถึงแม้ตอนนี้บริษัทคุณจะเป็นผู้นำเหมือนบริษัท B ในตัวอย่างด้านบน แต่เมื่อไหร่ก็ตาม ถ้าหากเกิดมีบริษัท C ขึ้นมา แล้วบริษัท C สามารถทำได้ดีกว่า บริษัท B ก็จะโดนเหมือนกันกับที่บริษัท A เคยโดน

ซึ่งการที่บริษัท B จะกลับมาได้นั้น บริษัท B ก็จะต้องลดต้นทุนให้ได้เท่าบริษัท B อีกทั้งในช่วงแรกยังต้องลดราคาแข่งกับบริษัท C ไปจนกว่าจะชนะ และแน่นอนว่าระหว่างนี้ บริษัท B กำไรก็จะลดลง


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กลยุทธ์ในการแข่งขันทางธุรกิจ ตามแนวคิดของ Micheal E. Porter ใน Porter Generic Strategies เพิ่มเติมได้ที่บทความ Porter Generic Strategies คืออะไร?

บทความที่เกี่ยวข้อง

GreedisGoods มีการเก็บ Cookies สำหรับสถิติการเข้าชมและโฆษณา เพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานที่ดียิ่งขึ้น หากท่านใช้เว็บไซต์ต่อไปโดยไม่ปรับตั้งค่าปฏิเสธ Cookies เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้ ยินยอม ดูรายละเอียด