Cost Leadership คือ อะไร ? (กลยุทธ์ผู้นำด้านต้นทุน)

Cost Leadership คือ กลยุทธ์ผู้นำด้านต้นทุน กลยุทธ์ Cost Leadership

ทำความเข้าใจกับ กลยุทธ์ Cost Leadership มาดูกันว่า กลยุทธ์ Cost Leadership คือ อะไร ? และการใช้กลยุทธ์ Cost Leadership มีข้อได้เปรียบอะไรบ้าง?


Cost Leadership คือ กลยุทธ์ผู้นำด้านต้นทุน ตามแนวคิดของ Micheal E. Porter ที่นำเสนอไว้ใน Porter Generic Strategy

กลยุทธ์ Cost Leadership คือ การมุ่งทำให้ต้นทุนการผลิตของสินค้าหรือบริการของบริษัทต่ำที่สุดเท่าที่จะสามารถทำให้ต่ำได้ เพื่อใช้ต้นทุนที่ต่ำกว่าสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจ

สำหรับประโยชน์ของกลยุทธ์ Cost Leadership คือการที่ช่วยให้บริษัทได้เปรียบคู่แข่ง จากต้นทุนที่ต่ำกว่า ซึ่งส่วนมากสินค้าที่ใช้ กลยุทธ์ Cost Leadership จะเป็นสินค้าในลักษณะที่ผลิตครั้งละมาก ๆ เพื่อใช้ประโยชน์จาก การประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)

หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการผลิตครั้งละมาก ๆ เพื่อทำให้ต้นทุนคงที่ลดต่ำลงมากที่สุดเท่าที่จะต่ำได้ (เพิ่มตัวหาร) ถ้าหากสงสัยเกี่ยวกับการลดต้นทุนคงที่ว่าผลิตมาก ๆ ลดต้นทุนคงที่ได้อย่างไร อ่านเพิ่มเติมได้ที่ bit.ly/2C43RG3 (เพื่อไม่ให้โพสนี้ยาวเกินไป)



กลยุทธ์ Cost Leadership ทำอย่างไร ?

สำหรับวิธีทำให้ต้นทุนต่ำลง ตามแนวคิดของ Cost Leadership Strategy สามารถทำได้หลากหลายมาก ๆ มาดูกันว่าวิธีที่ทำได้ง่าย ๆ และเห็นอยู่บ่อย ๆ ของกลยุทธ์ผู้นำด้านต้นทุนหรือ Cost Leadership ทำอย่างไรได้บ้าง:

การใช้ประโยชน์จาก Economies of Scale หรือการผลิตสินค้าครั้งละมาก ๆ เพื่อลดต้นทุนคงที่ให้ต่ำที่สุด เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของการดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Cost Leadership

ตัวอย่างเช่น บริษัทมี ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ทั้งหมด 100,000 บาท ถ้าผลิตสินค้า 1,000 ชิ้น จะทำให้มีต้นทุนเฉลี่ยชิ้นละ 100 บาท ในขณะที่ผลิตสินค้า 10,000 ชิ้น สินค้าดังกล่าว 1 ชิ้นจะมีต้นทุนที่มาจากต้นทุนคงที่เพียง 10 บาทต่อชิ้นเท่านั้น

ถ้ายังงง อ่านแบบยาว ๆ ได้ที่ bit.ly/2C43RG3

การเลือกใช้แต่ปัจจัยการผลิตระดับล่างหรือระดับกลางเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องใช้ปัจจัยการผลิตที่ดีที่สุดเสมอไป ตัวอย่างเช่น:

พนักงานระดับปฏิบัติการธรรมดา ไม่จำเป็นต้องเก่งมาก ขอแค่ทำเรื่องที่ต้องทำได้ (แค่ไม่กี่เรื่อง) ก็พอ

วัตถุดิบธรรมดาที่หาได้ทั่วไป ไม่ใช้วัตถุดิบเกรดสูง

การวิจัยและพัฒนามุ่งไปที่การวิจัยเพื่อหาว่า “ทำอย่างไรจึงจะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้”

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของกรณีนี้ก็คือ Toyota ที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในการวิจัยและพัฒนาเพื่อการลดต้นทุนในการผลิต


ข้อดีของ Cost Leadership Strategy

เริ่มจากลองมาดูตัวอย่าง บริษัท A และ B ขายกล่องพลาสติกเหมือนกัน โดยสินค้าของบริษัท A กับบริษัท B ราคา 100 บาทเท่ากัน โดยบริษัท A ต้นทุน 35 บาท ในขณะที่บริษัท B ทำทุกทางเพื่อให้ต้นทุนต่ำที่สุด จนบริษัท B มีต้นทุนเพียง 19 บาท

เมื่อบริษัท B สามารถทำให้ต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่งอย่างบริษัท A ได้ขนาดนี้ นี่คือประโยชน์ที่บริษัท B จะได้รับจากการใช้ กลยุทธ์ Cost Leadership

  1. ขายสินค้าราคาเท่าบริษัท A แต่ได้กำไรมากกว่าบริษัท A
  2. ลดราคาให้ต่ำกว่าบริษัท A (ถ้าไม่ลดลงต่ำกว่า 84 บาท ก็ยังมีกำไรเท่ากับบริษัท A อยู่ดี) ซึ่งในจุดนี้ก็จะทำให้สามารถใช้กลยุทธ์การตัดราคา เพื่อกดดันบริษัท A ที่เป็นคู่แข่งได้

ข้อเสียของ Cost Leadership Strategy

ข้อเสียหลักที่มาพร้อมกับกลยุทธ์ Cost Leadership คือ การตัดราคากันอย่างดุเดือด จนกลายเป็น Red Ocean ในท้ายที่สุด


ถ้าหากสังเกตหลาย ๆ บริษัทในอดีต ก็พอจะเห็นว่าในท้ายที่สุด ถึงแม้ตอนนี้บริษัทคุณจะเป็นผู้นำเหมือนบริษัท B ในตัวอย่างด้านบน แต่เมื่อไหร่ก็ตาม ถ้าหากเกิดมีบริษัท C ขึ้นมา แล้วบริษัท C สามารถทำได้ดีกว่า บริษัท B ก็จะโดนเหมือนกันกับที่บริษัท A เคยโดน

ซึ่งการที่บริษัท B จะกลับมาได้นั้น บริษัท B ก็จะต้องลดต้นทุนให้ได้เท่าบริษัท B อีกทั้งในช่วงแรกยังต้องลดราคาแข่งกับบริษัท C ไปจนกว่าจะชนะ และแน่นอนว่าระหว่างนี้ บริษัท B กำไรก็จะลดลง


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กลยุทธ์ในการแข่งขันทางธุรกิจ ตามแนวคิดของ Micheal E. Porter ใน Porter Generic Strategies เพิ่มเติมได้ที่ bit.ly/2SM6qCp

About greedisgoods

สวัสดี! อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่าง

View all posts by greedisgoods →