EBITDA คือ อะไร ? ต่างจาก EBIT อย่างไร ?

EBITDA คือ กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา

ทำความรู้จักกับ EBITDA มาดูกันว่า Earnings Before Interest Tax Depreciation and Amortization หรือ EBITDA คือ อะไร ? บอกอะไรกับนักลงทุน?


EBITDA คือ ชื่อย่อของ Earnings Before Interest Tax Depreciation and Amortization แปลเป็นภาษาไทยว่า กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายตัดจ่าย ตามชื่อ

ดอกเบี้ย (Interest)
ภาษี (Tax)
ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) 
ค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (Amortization) 

ก่อนอื่นทำความเข้าใจกับกำไรแบบต่างๆ กันก่อน โดยกำไรจะมีอยู่หลายรูปแบบ เช่น กำไรสุทธิ (Net Profit) และ กำไรขั้นต้น (Gross Profit) ซึ่งกำไรแต่ละตัวจะมีวิธีคิดที่แตกต่างกันและมีความหมายที่แตกต่างกัน


กำไรตัวแรกจะเริ่มจาก กำไรขั้นต้น (Gross Profit)

กำไรขั้นต้น (Gross Profit) = ยอดขาย – ต้นทุนขาย


กำไรขั้นต้น (Gross Profit) จะเป็นกำไรขั้นแรกที่ทำให้เห็นว่ายอดขายหลังหักต้นทุนขายแล้วได้กำไรเท่าไหร่ เช่น ซื้อสินค้ามา 2000 บาท ขายได้ 2500 บาท คิดเป็นกำไร 500 บาท แต่อย่างที่รู้ ๆ กันว่าต้นทุนจริง ๆ แล้วไม่ได้มีราคาสินค้า ดังนั้น กำไรขั้นต้น (Gross Profit) จะยังไม่ใช่ตัวเลขที่บอกผลกำไรทุกอย่างของกิจการ

ตัวต่อมาคือ EBIT หรือ กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี

EBIT หรือ Earnings Before Interest and Tax เป็น กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี ซึ่งก็คือ กำไรจากการดำเนินงาน

กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) = กำไรขั้นต้น – ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ถึงแม้ว่า EBIT หรือ กำไรจากการดำเนินงาน ดูเหมือนจะเป็นกำไรที่แท้จริงแล้ว แต่จริง ๆ แล้วยังไม่ใช่ เพราะ EBIT ยังเป็นกำไรที่หัก ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) และ ค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (Amortization) ที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่เสียเงินจริง ๆ

ทำให้มีสิ่งที่เรียกว่า EBITDA หรือ กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายตัดจ่าย ขึ้นมา


EBITDA

อย่างที่บอกไว้ในตอนต้นว่า EBITDA คือ กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายตัดจ่าย จะเห็นว่า EBITDA ก็คือ EBIT ที่เพิ่ม ค่าเสื่อมราคา และ ค่าใช้จ่ายตัดจ่าย เข้ามา (ตัว D กับ A)


หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ EBITDA คือ กำไรที่แท้จริงของกิจการ เนื่องจาก EBITDA ยังไม่หัก ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) และ ค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (Amortization) เพราะในบางกรณีถ้าหักค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายตัดจ่ายแล้ว อาจจะกลายเป็นขาดทุนทั้ง ๆ ที่บริษัทได้กำไรก็ได้

ดังนั้น ถึงแม้ว่ากำไรสุทธิ (Net Profit) ของบริษัทจะเป็นลบ แต่ EBITDA เป็นบวก ก็อาจพูดได้ว่ากิจการยังสามารถทำกำไรได้อยู่

ถามว่าทำไม ? คำตอบคือ ค่าเสื่อมราคา (Depreciation)  และ ค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (Amortization) เป็นสิ่งที่ไม่ได้เป็นค่าใช้จ่ายจริงๆของกิจการในปัจจุบัน (จ่ายไปแล้วตอนซื้อ แต่ตัวเลขที่แสดงเป็นเพียงตัวเลขทางบัญชี)

สำหรับนักลงทุนที่สนใจค่า EBITDA หุ้น ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ สามารถดูข้อมูล EBITDA ได้จากหน้าข้อมูลของหุ้นนั้น ๆ ได้ที่ Website ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยว อัตราส่วนทางการเงิน (Financial Ratio) อื่นๆ ได้ที่: bit.ly/2RHQ0OF

About greedisgoods

สวัสดี! อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่าง

View all posts by greedisgoods →