GreedisGoods » Business » ต้นทุนคงที่ คืออะไร? Fixed Cost หรือ ต้นทุนคงที่มีอะไรบ้าง

ต้นทุนคงที่ คืออะไร? Fixed Cost หรือ ต้นทุนคงที่มีอะไรบ้าง

by K. Pair
ต้นทุนคงที่ คือ อะไร ต้นทุน Fixed Cost ต้นทุนคงที่ มีอะไรบ้าง

ต้นทุนคงที่ คือ ต้นทุนที่มีค่าคงที่ไม่เพิ่มและไม่ลดลงตามปริมาณการผลิต (Quantity) โดยต้นทุนคงที่ หรือ Fixed Cost คือต้นทุนที่จะไม่แปรผันตามปริมาณการผลิตไม่ว่าผู้ผลิตจะผลิตสินค้ามากหรือน้อยแค่ไหน ไม่ว่าจะผลิตสินค้ากี่หน่วยหรือแม้แต่ไม่ผลิตก็ยังคงทำให้เกิดต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) มีจำนวนเท่าเดิมต่อไป

ตัวอย่างของ Fixed Cost หรือ ต้นทุนคงที่ คือ ต้นทุนค่าเช่าโรงงาน สมมติว่าเป็นโรงงานผลิตสินค้าที่มีค่าเช่าโรงงาน 1,000,000 บาทต่อเดือน ไม่ว่าผู้ผลิตจะผลิตสินค้า 1,000 ชิ้น หรือ 100 ชิ้น ผู้ผลิตก็ต้องจ่ายค่าเช่า 100,000 บาทนั้นทุกเดือนอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม การผลิตสินค้ามากขึ้นจะทำให้มีต้นทุนเฉลี่ยที่ลดลง เนื่องจากจำนวนหน่วยสินค้าที่มากขึ้นก็ยิ่งเพิ่มตัวหาร ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ให้มากขึ้นตาม ส่งผลให้ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยในการผลิตสินค้าลดลง

การผลิตสินค้า 1,000 ชิ้นหมายความว่าต้นทุนเฉลี่ยของสินค้าที่เกิดจาก ต้นทุนคงที่ คือ 100 บาทต่อชิ้น (100,000 บาท ÷ 100 ชิ้น) แต่การผลิตสินค้า 100 ต้นทุนเฉลี่ยของสินค้าที่เกิดจาก ต้นทุนคงที่ หรือ Fixed Cost คือ 1,000 บาทต่อชิ้น เนื่องจากตัวหารน้อยลง (100,000 บาท ÷ 100 ชิ้น)

ถึงแม้จะบอกว่า ต้นทุนคงที่ คือ ต้นทุนที่จะไม่เปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนการผลิต แต่ในความเป็นจริงต้นทุนคงที่จะไม่เปลี่ยนแปลงไปในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เช่น เมื่อตอนเปิดบริษัทใหม่ลูกค้ายังน้อยผลิตไม่เกิน 1 แสนชิ้นจึงใช้เครื่องจักร 1 เครื่องในการผลิต แต่เมื่อธุรกิจเติบโตการสั่งซื้อจึงมากขึ้นเป็น 2 แสน เครื่องจักรเครื่องเดียวไม่เพียงพอต่อการผลิตอีกต้อไปจึงทำให้ต้องใช้เครื่องจักรเพิ่มขึ้น จึงส่งผลให้ต้นทุนคงที่เปลี่ยนแปลงไป

กราฟต้นทุนคงที่ (Fixed Cost)

ความสัมพันธ์ระหว่าง ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) กับจำนวนสินค้าที่ผลิต ตามที่ได้อธิบายด้านบนสามารถเขียนเป็นกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง จำนวนการผลิต (Quantity) กับต้นทุน (Cost) ได้ตามกราฟต้นทุนคงที่ด้านล่าง

ต้นทุนคงที่ คือ ต้นทุน Fixed Cost คือ กราฟ Fix Cost
กราฟต้นทุนคงที่ (Fixed Costs)

จากกราฟต้นทุนคงที่ด้านบนจะเห็นว่าต่อให้เพิ่มจำนวนการผลิตสินค้า (Quantity) มากแค่ไหน ตัวเลขต้นทุนคงที่โดยรวม (Cost) ก็จะยังไม่เปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม การผลิตสินค้าเป็นจำนวนมากก็จะสามารถลดต้นทุนเฉลี่ยที่เกิดจากต้นทุนคงที่ส่วนนี้ลงได้ ซึ่งเราเรียกว่า Economies of Scale หรือ การประหยัดต่อขนาด ที่เป็นการผลิตสินค้าออกมาจำนวนมาก ทำให้เมื่อนำ Fixed Cost มาเฉลี่ยจะทำให้ต้นทุนเฉลี่ยลดลง – อ่านบทความ Economies of Scale คืออะไร

ด้วยเหตุผลดังกล่าวส่งผลให้บริษัทที่มักจะมีต้นทุนคงที่สูง คือ บริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องผลิตสินค้าเป็นจำนวนมากตามขนาดบริษัท ส่งผลให้บริษัทอาจจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเครื่องจักและโรงงานที่ใหญ่ซึ่งมีมูลค่าที่สูงกว่า อย่างไรก็ตามแม้ว่าต้นทุนคงที่จะสูงด้วยเหตุผลข้างต้น แต่บริษัทใหญ่เหล่านี้ก็จะชดเชยด้วยการผลิตสินค้าจำนวนมหาศาล เพื่อลดต้นทุนคงที่ต่อหน่วยลงด้วย Economies of Scale

ต้นทุนคงที่ มีอะไรบ้าง

ลักษณะสำคัญที่ใช้ในการแยกต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) คือ ต้นทุนที่ไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะผลิตสินค้ามากหรือผลิตน้อย ลองดูตัวอย่างที่พบได้บ่อยว่า ต้นทุนคงที่มีอะไรบ้าง

  • ค่าบำรุงรักษาอาคาร
  • ค่าเสื่อมราคา
  • ค่าเช่าอาคารสำนักงาน
  • ค่าเช่าโรงงาน
  • ค่าเบี้ยประกัน

นอกจากนี้ ต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ต้นทุนคงที่ระยะสั้น (Discretionary Fixed Cost) และต้นทุนคงที่ระยะยาว (Committed Fixed Cost) ตามระยะเวลาที่ต้นทุนคงที่ดังกล่าวจะไม่เปลี่ยนแปลงไป

ต้นทุนคงที่ระยะสั้น (Discretionary Fixed Cost) คือ ต้นทุนคงที่ที่จะไม่เปลี่ยนแปลงไปในระยะสั้น ตัวอย่างเช่น ค่าโฆษณา ที่ไม่ว่าจะผลิตกี่ชิ้นค่าโฆษณาก็ยังคงมีจำนวนเท่าเดิม แต่การโฆษณาสินค้าก็อาจจะเกิดขึ้นในระยะสั้นเท่านั้น เมื่อการโฆษณาสิ้นสุดลงต้นทุนคงที่จากค่าโฆษณาก็จะหายไป

ต้นทุนคงที่ระยะยาว (Committed Fixed Cost) คือ ต้นทุนคงที่จะไม่เปลี่ยนแปลงในระยะยาว ตัวอย่างเช่น ค่าเช่าโรงงานระยะยาว ที่ถ้าหากทำสัญญาในระยะยาวอาจได้ราคาที่ถูกกว่า แต่เมื่อเกิดการต่อสัญญาเช่าใหม่ในปีถัดไปอาจมีค่าเช่าโรงงานที่สูงกว่าเดิม ส่งผลให้ต้นทุนคงที่จากโรงงานเพิ่มขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง