Home Economics ทฤษฎี International Fisher Effect คือ อะไร ?

ทฤษฎี International Fisher Effect คือ อะไร ?

by greedisgoods
International Fisher Effect คือ ทฤษฎี Fisher Open

ทฤษฎี International Fisher Effect คือ อะไร ? ต่างจาก Fisher Effect ยังไง ?

ทฤษฎี International Fisher Effect คือ ทฤษฎีของ Irving Fisher ที่อธิบายว่า อัตราแลกเปลี่ยนทันที (Spot Rate) จะเปลี่ยนไปตาม อัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate)

ถ้าใครรู้จัก Fisher Effect ก็จะเห็นว่า International Fisher Effect ก็จะอธิบายไว้ในทิศทางเดียวกัน

ก่อนที่จะทำความเข้าใจ ทฤษฎี International Fisher Effect เริ่มจากทำความเข้าใจ อัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate) ที่เป็นหลักสำคัญของ Fisher Effect กันก่อน

อัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate) = อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง หรือ Real Interest Rate + อัตราเงินเฟ้อ หรือ Inflation Rate

สมมติว่า ประเทศญี่ปุ่น มีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate) 3% และมีอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Rate) 2% และประเทศอังกฤษ มีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate) 2% และมีอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Rate) 1.5%

อัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate) ของประเทศญี่ปุ่น = 3 + 2
อัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate) ของประเทศญี่ปุ่น = 5%

อัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate) ของประเทศอังกฤษ = 3 + 1.5
อัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate) ของประเทศอังกฤษ = 4.5%

โดยทฤษฎี Fisher Effect อธิบายกรณีนี้ว่า อัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงินของประเทศญี่ปุ่นมากกว่าประเทศอังกฤษ 0.5% นั่นหมายความว่า ในความเป็นจริงเงินเฟ้อของญี่ปุ่นสูงกว่าอังกฤษ 0.5%


กลับมาที่ International Fisher Effect

อย่างที่บอกว่า ทฤษฎี International Fisher Effect คือ ที่อธิบายว่า อัตราแลกเปลี่ยนทันที (Spot Rate) จะเปลี่ยนแปลงไปตาม อัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate)

ดังนั้น จากตัวอย่างจะเห็นว่าดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (ซึ่งก็คือผลตอบแทนจากการลงทุน) ของประเทศอังกฤษอยู่ที่ 4.5% ซึ่งต่ำกว่าญี่ปุ่นที่ผลตอบแทนเท่ากับ 5% หมายความว่า

ถ้าลงทุนที่ประเทศญี่ปุ่นจะได้ผลตอบแทน 5%
ถ้าลงทุนที่ประเทศอังกฤษจะได้ผลตอบแทน 4.5%

ดูเผิน ๆ อาจมองว่า การลงทุนที่ประเทศญี่ปุ่นให้ผลตอบแทนมากกว่า แต่จริง ๆ แล้ว การที่ญี่ปุ่นมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า ก็จะทำให้มีอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่า 0.5% (เหมือนกับที่อธิบายไว้ตอนต้น)

สุดท้ายแล้วมูลค่าของ อัตราแลกเปลี่ยนของญี่ปุ่นก็จะลดลง 0.5% ทำให้ผลตอบแทนของการที่นักลงทุนอังกฤษไปลงทุนที่ประเทศญี่ปุ่นก็จะอยู่ที่ 4.5% อยู่ดี (5.0 – 0.5)


 

บทความที่เกี่ยวข้อง