Home Economics Libra คือ อะไร? รู้จักกับ เงินสกุล LIBRA จาก Facebook

Libra คือ อะไร? รู้จักกับ เงินสกุล LIBRA จาก Facebook

by greedisgoods
Libra คือ เงินสกุล Libra Facebook สกุลเงิน libra blockchain

Libra คือ อะไร? ทำความรู้จักกับ Libra สกุลเงิน Cryptocurrency ใหม่จาก Facebook ที่มีเงินจริงเป็นสินทรัพย์อ้างอิง!

Libra คือ สกุลเงินที่ถูกสร้างขึ้นมาโดย Facebook ด้วยเทคโนโลยี Blockchain และการเข้ารหัสแบบ Cryptography พูดให้ง่ายกว่านั้น Libra คือสกุลเงินดิจิทัลสกุลใหม่ที่ริเริ่มขึ้นโดย Facebook

เป้าหมายในเบื้องต้นของ เงินสกุล Libra คือ การลดต้นทุนและเวลาในการใช้บริการทางการเงินลง เพื่อดึงผู้คนมากกว่าพันล้านคนทั่วโลกเข้ามาสู่ระบบการเงินของ Libra

ในช่วงเริ่มต้น สกุลเงิน Libra ของ Facebook จะเริ่มให้ใช้งานจากกระเป๋าเงินดิจิทัลที่อยู่ใน WhatsApp และ Messenger ก่อน โดยคาดว่าสกุลเงิน Libra จะเปิดให้ใช้งานในช่วงปี 2020 ที่จะถึง

เมื่อเวลาผ่านไปเงินสกุล Libra จะให้บริการเพิ่มเติมสำหรับผู้คนและธุรกิจทั่วไป เช่น การซื้อกาแฟด้วยการสแกนรหัส หรือการขนส่งสาธารณะในท้องถิ่นโดยไม่ต้องพกเงินสด


จุดกำเนิดของ สกุลเงิน Libra

ที่มาของ สกุลเงิน Libra คือ การที่ปัจจุบันมีหลายพันล้านคนทั่วโลกสามารถเข้าถึง Internet แต่กว่า 1,700 ล้านคนทั่วโลกยังอยู่นอกระบบการเงิน ทั้งที่กว่า 1,000 ล้านคนจากจำนวนเหล่านั้นสามารถเข้าถึง Smartphone และอีกกว่าครึ่งสามารถเข้าถึง Internet

ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นได้จากการที่ Smartphone และ Internet ในปัจจุบันมีต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำ

กลับมาที่ระบบการเงิน สิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกตามที่ Libra กล่าวคือ “คนที่มีเงินน้อย ต้องจ่ายค่าบริการทางการเงินที่สูงจากค่าธรรมเนียมต่างๆ” ซึ่งจุดประสงค์ของ Libra ในส่วนนี้คือการทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงระบบการเงินได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมหรือกังวลเกี่ยวกับเอกสารต่างๆ

เป้าหมายหลักของ สกุลเงิน Libra คือ

  1. เป็นสกุลเงินและโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่จะทำให้ธุรกรรมการเงินของทั้งโลกง่ายขึ้น จากการที่ใช้งานง่ายเพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือ
  2. คนทั่วไปสามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน ด้วยต้นทุนค่าธรรมเนียมที่ต่ำ
  3. เป็นสกุลเงิน Blockchain แบบ Decentralize ที่มีความปลอดภัยจากการเข้ารหัส
  4. เป็น Cryptocurrency ที่มีความผันผวนต่ำ (Low-Volatility)
  5. เปิดกว้างทั่วโลกซึ่งจะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่และการค้าที่มากขึ้นทั่วโลก

ซึ่งทางออกที่จะทำให้ความตั้งใจด้านบนเกิดขึ้นได้ตามจุดประสงค์ของ Libra คือ การใช้เทคโนโลยี Blockchain สร้างสกุลเงินดิจิทัลหรือ Cryptocurrency ขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า Libra นั่นเอง

Libra ต่างจาก Cryptocurrency อื่นอย่างไร?

เนื่องจาก ทางออกที่จะลดต้นทุนค่าธรรมเนียมของเงินสกุล Libra คือ การใช้เทคโนโลยี Blockchain และการเข้ารหัส Cryptography หรือที่เรียกกันว่า Cryptocurrency

แต่ Cryptocurrency ก็มีปัญหาของมันอยู่ (ซึ่งหลายคนก็น่ารู้อยู่แล้ว) ปัญหาหลักที่ Libra ต้องเจอแน่นอนถ้า Libra เป็นเหมือนกับ Cryptocurrency ทั่วไป ได้แก่

  1. ความผันผวนของราคาที่สูง (High Volatility) จากการที่มูลค่าที่แท้จริงของ Libra ที่ไม่มีอะไรค้ำประกัน
  2. การควบคุมดูแลสกุลเงิน Libra และการที่หลายประเทศไม่ยอมรับเพราะไม่สามารถตรวจสอบได้

ดังนั้น สิ่งที่จะทำให้เงินสกุล Libra แตกต่างจาก Cryptocurrency อื่นๆ คือวิธีการที่สกุลเงิน Libra ได้ออกแบบวิธีจัดการกับปัญหาเหล่านี้เอาไว้แล้ว ซึ่งเราจะอธิบายในหัวข้อถัดไป

Libra คือ สกุลเงิน Facebook เงินดิจิทัล

ภาพจาก Facebook Libra Association

Libra กับปัญหาความผันผวน

เพื่อให้ Libra เป็น Cryptocurrency สามารถใช้ได้จริง อันดับแรกต้องทำให้ สกุลเงิน Libra มีความผันผวนที่ต่ำ (Low-Volatility)

ทางออกของ Libra คือ การที่สกุลเงิน Libra ใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่จริงคำประกัน (Backed Assets) แบบ 100% เท่ากับจำนวนเงิน Libra ที่ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่รักษามูลค่าของเงินสกุล Libra เอาไว้ให้คงที่

อย่างไรก็ตาม ณ วันที่เขียนบทความยังไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการทั้งจาก Facebook หรือจาก Libra เองว่าจะมีสินทรัพย์อะไรอยู่เบื้องหลัง สกุลเงิน Libra บ้าง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินทุนสำรองที่เป็นเบื้องหลังของ Libra – https://bit.ly/LibraReserve 

การควบคุมดูแลเงิน Libra

อีกสิ่งที่ทำให้เงินสกุล Libra แตกต่างจากสกุลเงินดิจิทัลหลายๆ สกุลคือการที่ เงิน Libra ถูกควบคุมโดยหน่วยงานที่เรียกว่า Libra Association เป็นองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำหน้าที่เสมือนธนาคารกลาง (Central Bank) ของเงินสกุล Libra

Libra Association มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเจนีวาประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีสมาชิกกลุ่มแรกหรือ Founding Members จาก 27 องค์กรจากหลายกลุ่มธุรกิจ ดังนี้

กลุ่ม Payments ได้แก่ Mastercard, PayPal, PayU, Stripe และ Vila

กลุ่ม Technology ได้แก่ Booking Holdings, eBay, Calibra, Farfetch, Lyft, Mercado Pago, Spotify AB และ Uber Technologies

กลุ่ม Telecom ได้แก่ Iliad และ Vodafone Group

กลุ่ม Blockchain ได้แก่ Anchorage, Bison Trails, Coinbase และ Xapo Holdings

กลุ่ม Venture Capital ได้แก่ Andreessen Horowitz, Breakthrough initiatives, Ribbit Capital, Thrive Capital และ Union Square Ventures

กลุ่มองค์กรไม่แสวงหากำไรและสถาบันการศึกษา ได้แก่ Creative Destruction Lab, Kiva, Mercy Corps, Women’s World Banking

Libra Association ยังคาดว่าจะมีสมาชิกอีกมากกว่า 100 เข้าร่วมในครึ่งปีแรกของปี 2020 ที่จะถึง โดยในระยะแรก Calibra จะเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน Libra Association จนกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางจึงจะลดบบาทของ Calibra ลงให้เท่ากับสมาชิกอื่นๆ

โดย Calibra คือ บริษัทลูกของ Facebook ที่ตั้งขึ้นมาดูแล Libra ซึ่งบริษัท Calibra จะเป็นอิสระจาก Facebook รวมถึงจะไม่มีการส่งข้อมูลให้ Facebook

นอกจากนี้ การที่บริษัทชั้นนำทำให้มั่นในในระดับหนึ่งได้ว่า สกุลเงิน Libra ของ Facebook มีโอกาสที่จะถูกนำไปใช้ได้จริงสูงกว่า Cryptocurrency หลายสกุลในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่วนนี้เองคือสิ่งที่ทำให้ Facebook Libra คือ สกุลเงินที่น่าจับตามอง!


ประกาศจาก Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook – https://bit.ly/FBLibra

เว็บไซต์ของ Libra – https://libra.org/

บทความที่เกี่ยวข้อง