GreedisGoods » Business » Market Share คืออะไร? ส่วนแบ่งทางการตลาด สำคัญอย่างไร

Market Share คืออะไร? ส่วนแบ่งทางการตลาด สำคัญอย่างไร

by K. Pair
Market Share คือ ส่วนแบ่งทางการตลาด คือ วิธีเพิ่ม ส่วนแบ่งการตลาด

Market Share เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงอยู่บ่อยๆ เมื่อพูดถึงการตลาดและการสร้างแบรนด์ ไปจนถึงในเรื่องของการเงินการลงทุนสำหรับการวิเคราะห์การแข่งขันของธุรกิจ แต่รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว Market Share หรือ ส่วนแบ่งทางการตลาดคืออะไร

ในบทความนี้เราจะพาไปทำความเข้าใจเรื่องของ Market Share หรือ ส่วนแบ่งทางการตลาด ว่าคืออะไร? สำคัญอย่างไรกับแบรนด์? รวมถึงวิธีเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด

เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการ

Market Share คืออะไร?

Market Share คือ ส่วนแบ่งทางการตลาด หรือบางคนอาจเรียกว่าส่วนแบ่งการตลาด เป็นตัวเลขที่ใช้บอกสัดส่วนยอดขายของแบรนด์หนึ่งเมื่อเทียบกับมูลค่ายอดขายสินค้าดังกล่าวของทุกแบรนด์รวมกัน โดย Market Share จะเป็นตัวเลขที่ใช้ชี้วัดว่าสินค้าของแบรนด์หนึ่งได้สัดส่วนยอดขายมากน้อยขนาดไหนเมื่อเทียบกับกำลังซื้อทั้งหมด

โดยเรามักจะได้ยินคำว่า Market Share ในลักษณะอย่างเช่น แบรนด์ A ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 26% ของตลาดคอนโดมิเนียมในปี 256X ซึ่งหมายความว่าแบรนด์ A สามารถขายคอนโดมิเนียมได้ 26% ของยอดขายคอนโดฯ ทั้งหมดในปี 256X นั่นเอง

ถ้าหากอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายกว่านั้น Market Share หรือ ส่วนแบ่งทางการตลาด คือ เปอร์เซ็นต์ที่แบรนด์หนึ่งสามารถขายสินค้าหนึ่งได้จากยอดขายของทุกแบรนด์ที่ขายสินค้าดังกล่าวรวมกัน

Market Share สามารถเปรียบเทียบได้กับการแบ่งเค้ก โดยที่เค้กทั้งก้อนคือมูลค่ารวมของทั้งตลาด ในขณะที่เสี้ยวหนึ่งของเค้กที่คุณแบ่งมาได้คือ Market Share ที่แบรนด์ของคุณได้รับ

ส่วนแบ่งทางการตลาด คือ เพิ่ม Market Share คือ อะไร
Market Share เทียบได้กับเสี้ยวหนึ่งของเค้กทั้งก้อนที่เป็นมูลค่าของทั้งตลาด

ทำไมต้องสนใจส่วนแบ่งทางการตลาด

ความสำคัญของ Market Share คือ เรื่องของยอดขาย พูดแบบง่ายๆ คือถ้าหากว่าแบรนด์มี Market Share หรือ ส่วนแบ่งทางการตลาดที่มากนั่นหมายความว่ายอดขายของแบรนด์ก็จะสูงตาม และในแบรนด์ที่สามารถรักษา Market Share เอาไว้ได้ในระยะยาวนั่นหมายความว่าลูกค้าจะกลับมาซื้อสินค้าอย่างสม่ำเสมอ

การที่ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าอย่างสม่ำเสมอ หมายความว่าธุรกิจก็จะมีรายได้ที่เข้ามาแน่นอนอย่างต่อเนื่อง และในหลายกรณีการที่แบรนด์สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดหรือ Market Share ได้ในระยะยาวก็จะทำให้ต้นทุนในการแข่งขัน (แย่งลูกค้า) กับคู่แข่งไม่สูง เมื่อเทียบกับแบรนด์ที่ต้องลงทุนเพื่อให้ลูกค้าได้ลองใช้สินค้าของแบรนด์เหล่านั้น

ทั้งหมดจึงเป็นเหตุผลให้แบรนด์จำนวนไม่น้อยมุ่งหวังที่จะครองส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) อันดับ 1 หรืออันดับต้นๆ


วิธีเพิ่ม Market Share

อย่างที่เห็นว่าแท้จริงแล้ว Market Share คือ เรื่องของยอดขายที่เกี่ยวพันกับเรื่องที่ว่าคุณจะขายสินค้าให้ลูกค้าได้มากแค่ไหน ในขณะที่ลูกค้าและกำลังซื้อสินค้านั้นๆ มีอยู่อย่างจำกัด

สำหรับ วิธีเพิ่ม Market Share หรือเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 3 วิธี คือ

  1. การเพิ่มยอดขายด้วยการเพิ่มการซื้อซ้ำของลูกค้าเดิม (Market Penetration)
  2. การแย่งลูกค้าจากคู่แข่ง หรือ แย่งส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Penetration)
  3. การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ (Market Development)

การเพิ่มยอดขายในลูกค้าเดิม

การเพิ่มยอดขายด้วยการเพิ่มการซื้อซ้ำของลูกค้าเดิม เป็นวิธีหนึ่งของกลยุทธ์ Market Penetration เป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ด้วยการมุ่งเน้นไปที่การรักษาลูกค้าเก่าซึ่งทำได้ง่ายกว่าการหาลูกค้าใหม่ โดยการทำให้ลูกค้าซื้อสินค้ามากขึ้น บ่อยขึ้น หรือใช้จ่ายต่อครั้งมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นตาม

ตัวอย่างเช่น Netflix มีลูกค้าเดิมอยู่ 8 ล้านคนที่สมัครสมาชิกรายเดือนแบบ Basic ราคา $8.99 ต่อเดือน เมื่อ Netflix ต้องการเพิ่มรายได้ Netflix อาจออกโปรโมชั่น (Promotion) ให้สมาชิกแบบ Basic สามารถใช้แบบ Pro ที่แพงกว่าแต่ดีกว่าได้ฟรี เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าติดใจและเปลี่ยนไปใช้แบบ Pro เดือนละ $17.99 แทนแบบ Basic

จะเห็นว่าถ้าหากมีลูกค้าเพียง 10% ติดใจเปลี่ยนไปสมัครสมาชิกรายเดือนแบบ Pro จากปกติที่ใช้แบบ Basic จะทำให้ Netflix มีรายได้ต่อเดือนเพิ่มขึ้นถึง 7.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐโดยที่ไม่จำเป็นต้องหาลูกค้าเพิ่ม

การแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด

การแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดจากคู่แข่ง (Market Penetration) หรือพูดให้ง่ายกว่านั้นก็คือการแย่งลูกค้าจากคู่แข่ง โดยในเบื้องต้นสามารถทำได้ด้วยการสร้างจุดเด่นหรือคุณสมบัติหลักของสินค้าที่ดีกว่าคู่แข่ง รวมถึงการใช้กลยุทธ์ด้านราคา (Sales Promotion) ในการดึงลูกค้าให้หันมาลองใช้สินค้าของแบรนด์เรา ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าบางส่วนติดใจและหันมาใช้แบรนด์ของเราแทนคู่แข่ง

อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังของการแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดจากคู่แข่งคือการตอบโต้จากคู่แข่ง ซึ่งโดยส่วนมากมักจะจบที่การทำสงครามราคาแข่งกัน (Price War) ที่จะทำให้แต่ละฝ่ายเจ็บตัวจากการขาดทุนจากการลดราคาแข่งกันเพื่อแย่งลูกค้า

การขยายตลาดไปยังลูกค้าใหม่

การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ (Market Development) การใช้สินค้าเดิมแต่ขยายเข้าไปยังผู้ซื้อกลุ่มใหม่ (ไม่ใช่สร้างสินค้าใหม่ขึ้นมาแทน) ตัวอย่างเช่น แทนที่จะขายอาหารแช่งแข็งเพียงแค่ในประเทศ แต่อาจจะขยายตลาดไปยังลูกค้าต่างประเทศด้วยการส่งออก

การเพิ่ม Market Share ด้วยกลยุทธ์ Market Development มักจะทำด้วย 2 เหตุผล คือ ตลาดเดิมกำลังซื้อเดิมไม่มีทางซื้อไปมากกว่านี้ได้แล้ว หรือ ไม่ต้องการการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดเดิมที่มักจะเป็นการต่อสู้อย่างดุเดือดแต่กลับได้ผลตอบแทนที่ไม่คุ้มกับเงินลงทุนที่ใช้ไปในการต่อสู้เพื่อแย่งลูกค้าเพื่อขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดเดิม

บทความที่เกี่ยวข้อง