Home Business Mass Market คือ อะไร? ใช่ตลาดล่างหรือไม่มาดูกัน

Mass Market คือ อะไร? ใช่ตลาดล่างหรือไม่มาดูกัน

by greedisgoods
Mass Market คือ การแบ่งส่วน ตลาด มวลชน Targeting Mass Marketing

การเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบ Mass Market คืออะไร มาดูกันว่าอะไรคือ ข้อดีและข้อเสียของ Mass Market หรือ ตลาดมวลชน

Mass Market คือ การเลือกกลุ่มเป้าหมายหรือ Targeting ด้วยการเลือกกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด (Mass) เป็นการเลือกเป้าหมายในการขายสินค้าแบบจำนวนมากและไม่เฉพาะเจาะจงมาก (หรือบางครั้งก็ไม่เลือก) ตามชื่อ Mass ที่แปลว่า มวลหรืออะไรที่มีจำนวนมาก

เรียกได้ว่า ตลาดมวลชน หรือ Mass Market คือ การขายที่เน้นปริมาณ (Quantity) แต่ไม่ได้เน้นคุณภาพเป็นหลัก (Quality) เหมือนกับ Niche Market และอาจเรียกได้ว่า Mass Market เป็นการเลือกกลุ่มลูกค้าที่ตรงข้ามกับ Niche Market ที่เป็นการเลือกกลุ่มลูกค้าเฉพาะทาง

การตลาด Mass Marketing เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมในอดีต เนื่องจากในอดีตการผลิตมุ่งไปที่การผลิตสินค้าจำนวนมาก เพื่อให้ได้ Economies of Scale ที่จะทำให้ต้นทุนลดลงเมื่อผลิตในปริมาณที่มาก

เมื่อผลิตสินค้าออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้จำเป็นที่ต้องหาลูกค้าจำนวนมากเพื่อซื้อสินค้าทั้งหมด ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไม Mass Market จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายสำหรับการขายสินค้าจำนวนมาก

เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการ

สินค้าอะไรบ้างเลือก Mass Market

อย่างที่บอกว่า Mass Market เป็นการเลือกกลุ่มเป้าหมายจำนวนมากหรือทั้งหมด ทำให้ลักษณะของสินค้าเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็น Mass Market คือสินค้าซื้อง่ายและใครๆ ต่างก็ใช้สินค้าดังกล่าว

ทำให้โดยส่วนมากสินค้าที่เลือกกลุ่มเป้าหมายแบบ Mass Market มักจะเป็นสินค้าในกลุ่ม FMCG หรือสินค้าอุปโภคบริโภคที่ทุกคนใช้กันในชีวิตประจำวัน (แต่ก็ไม่ใช่ว่าสินค้า FMCG ทุกอย่างจะจับกลุ่ม Mass Market) ตัวอย่างเช่น

สบู่ ที่ทุกคนต้องใช้ในการอาบน้ำทุกวัน

Pepsi และ Coca Cola ที่ดื่มกันได้ทุกเพศทุกวัย

เครื่องเขียน ที่ใช้กันทุกกลุ่มไม่ได้จำกัดอยู่กับแค่นักเรียนและนักศึกษา

Gmail ในปัจจุบันทุกคนต้องใช้ Email ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่

Facebook เป็น Social Network ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย


Mass Market คือ ตลาดล่างหรือเปล่า

ถือเป็นเรื่องที่มีคนเข้าใจผิดกันอยู่ไม่น้อย สำหรับการเข้าใจว่า ตลาดล่าง กับ Mass Market คือเรื่องเดียวกัน

เหตุผลที่ทำให้หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าตลาดล่างเป็นเรื่องเดียวกับ Mass Market อาจจะมาจากการที่เห็นว่ากลุ่มคนที่กำลังซื้อต่ำ (กลุ่มลูกค้าตลาดล่าง) ทั่วไปมักจะใช้สินค้าที่เป็นสินค้าที่จับกลุ่ม Mass Market

อย่างไรก็ตาม คำตอบของประเด็นนี้ก็คือ Mass Market ไม่ใช่ ตลาดล่าง (Low End) อย่างที่บอกว่า Mass Market เป็นการเลือกกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มเป็นจำนวนมาก ส่วนตลาดล่างจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อค่อนข้างต่ำเพียงกลุ่มเดียว

นอกจากนี้ ถ้าหากพิจารณาตามที่ได้อธิบายข้างต้น ก็จะพบว่าลูกค้าที่มีกำลังซื้อปานกลางไปถึงสูงก็ซื้อสินค้าในกลุ่ม Mass Market ได้เช่นกัน

ดังนั้น Mass Market กับ ตลาดล่าง คือ สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นคนละเรื่องกัน (แต่เกี่ยวข้องกันบ้างในบางครั้ง จนทำให้หลายคนอาจเข้าใจผิดไปบ้าง)


ข้อดีของ Mass Market

มีลูกค้าให้ขายสินค้าอย่างแน่นอน ไม่ต้องค้นหาลูกค้ามากเหมือน Niche Market เนื่องจาก สินค้าที่จับ Mass Market เป็นสินค้าที่คนส่วนใหญ่ใช้

สินค้าขายง่าย เนื่องจาก เป็นสินค้าที่ใคร ๆ ต่างก็ต้องใช้ เรียกได้ว่าถ้าหากสินค้าไม่คุณภาพแย่จริง ๆ และพอเป็นที่รู้จักยังไงก็มีคนซื้อ (แต่มีคนซื้อมากแค่ไหน คืออีกเรื่อง)

ยิ่งผลิตได้ในต้นทุนที่ต่ำ ยิ่งได้เปรียบ ถึงแม้ว่าในข้อเสียของ Mass Market จะบอกไว้ว่าสินค้ากลุ่มนี้มักจะเกิดสงครามราคา แต่อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดสินค้าเหล่านี้มักจะตั้งราคาใกล้กัน ดังนั้นผู้ที่ต้นทุนต่ำกว่าจะมีกำไรมากกว่าและกลายเป็นผู้ชนะในระยะยาว

ข้อเสียของ Mass Market

สงครามราคา สินค้าที่จับกลุ่ม Mass Market ส่วนใหญ่มักจะแข่งขันกันด้วยราคา จนนำไปสู่ Red Ocean หรือการตัดราคากันไปมา ทีมีเพียงแต่ผู้ที่เงินทุนหนากว่า (สายป่านยาวกว่า) จะยืนอยู่ได้นานจนคู่แข่งขาดทุนและแพ้ไป

ต้นทุนสูง โดยต้นทุนส่วนใหญ่จะหมดไปกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อให้ลูกค้ารับรู้ เนื่องจากสินค้าที่จับกลุ่ม Mass Market ส่วนใหญ่จะเหมือน ๆ กันหมด ทางออกของการที่จะขายสินค้าได้ก็คือการส่งเสริมการขาย หรือ Promotion เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าซื้อสินค้า

นอกจากนี้ การที่มีกลุ่มลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมากก็กลายเป็นดาบสองคมในประเด็นการโฆษณาสินค้า เพราะเมื่อมีลูกค้าเป็นคนกลุ่มใหญ่ การเข้าถึงลูกค้าเหล่านั้นทั้งหมด จึงจำเป็นต้องใช้เงินทุนในการโฆษณาที่สูงตาม

ไม่เหมาะกับการเริ่มต้นธุรกิจด้วยต้นทุนที่ไม่มาก จาก 2 เหตุผลด้านบนทำให้การจะเริ่มต้นธุรกิจด้วยการจับกลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่อย่าง Mass Market จำเป็นที่จะมีต้นทุนมากในระดับหนึ่ง เพื่อหมดไปกับการส่งเสริมการตลาด ไม่ว่าจะเป็น การโฆษณา หรือ การลด แลก แจก แถม โดยเฉพาะช่วงที่เริ่มต้นเข้าสู่ตลาด

บทความที่เกี่ยวข้อง