Home Business Mass Production คือ อะไร? การผลิตแบบ Mass Production

Mass Production คือ อะไร? การผลิตแบบ Mass Production

by greedisgoods
Mass Production คือ การผลิต แบบ Mass Product

การผลิตแบบ Mass Production คือ อะไร? มาดูกันว่า การผลิตแบบ Mass Production มีข้อดีอย่างไร?

Mass Production คือ การผลิตสินค้าครั้งละมากๆ เพื่อใช้ข้อได้เปรียบในเรื่องของต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยที่ต่ำกว่าการผลิต

เนื่องจาก การผลิตแบบ Mass Production คือ การผลิตครั้งละมากๆ นั่นหมายความว่าจำนวนตัวหาร ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ก็จะมีอยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เมื่อมีการผลิตสินค้ามากขึ้นจะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงจากต้นทุนต่อหน่วยจากต้นทุนคงที่ลดลง

การผลิตแบบ Mass Production จะเหมาะกับสินค้าที่มีลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมากหรือเป็นสินค้าที่มีความต้องการสินค้าเป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะสามารถรองรับสินค้าของเราที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากจำเป็นเน้นขายให้ได้มากๆ เพราะสินค้าในลักษณะ Mass Production มักจะเป็นสินค้าที่ไม่เน้นกำไรต่อหน่วย

สมมติว่า บริษัทผลิตสินค้าชนิดหนึ่ง มีต้นทุนส่วนประกอบชิ้นละ 30 บาท และมีต้นทุนค่าเช่าโรงงาน (Fixed Cost) เดือนละ 10,000 บาท

ถ้าบริษัทดังกล่าวผลิตสินค้าได้ 1,000 ชิ้น ต้นทุนเฉลี่ยของสินค้าที่ผลิตในเดือนนั้น จะคำนวณออกมาได้ดังนี้

ต้นทุนส่วนประกอบ 1,000 ชิ้น x 30 บาท = 30,000 บาท และรวมกับค่าเช่าโรงงาน 10,000 บาท จะได้เป็น 40,000 บาท

นำต้นทุนทั้งหมด 40,000 บาทมาหาต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยก็จะได้ชิ้นละ 40 บาท

แต่ถ้าบริษัทดังกล่าวผลิตเดือนละ 2,000 ชิ้น!?

2,000 ชิ้น x 30 บาท = 60,000 บาท รวมกับค่าเช่าโรงงาน 10,000 บาทต่อเดือน รวมเป็น 70,000 บาท

นำต้นทุนทั้งหมด 70,000 บาท มาหา ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วย จะอยู่ที่ ชิ้นละ 35 บาทเท่านั้น

จะเห็นว่าต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยของสินค้าดังกล่าวลดลงเมื่อผลิตสินค้ามากขึ้นจาก 1,000 ชิ้นเป็น 2,000 ชิ้น

ซึ่งเราจะเรียกการผลิตที่ทำให้ต้นทุนลดลงเมื่อการผลิตแบบ Mass Production ในลักษณะนี้ว่า Economies of Scale หรือ การประหยัดต่อขนาด

อ่านเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Economies of Scale (EOS) หรือ การประหยัดต่อขนาด ได้ที่ https://bit.ly/2C43RG3

ข้อเสียของการผลิตแบบ Mass Production

ข้อเสียของการผลิตแบบ Mass Production คือ การที่ต้องผลิตสินค้าครั้งละจำนวนมากทำให้มีภาระในการจัดเก็บสินค้า และมีโอกาสที่สินค้าจะกลายเป็นสินค้าตกรุ่นที่ขายไม่ออก

ซึ่งการขายสินค้าไม่ออกจะทำให้เงินที่ลงทุนไปกับการผลิตสินค้าเหล่านี้กลายเป็นต้นทุนจม (Sunk Cost) จากการที่ขายสินค้าไม่ออก หรือในกรณีที่ต้องขายจริงๆ ก็ต้องยอมขายขาดทุน

บทความที่เกี่ยวข้อง