การเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ หรือ Mode of Entry คือ ?

Mode of Entry คือ การเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ Mode of Entry ตัวอย่าง

Mode of Entry การเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ


กลยุทธ์ในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ หรือ Mode of Entry คือ วิธีการในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศที่สามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมต่อรูปแบบของธุรกิจ

การเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะการเข้าสู่ต่างประเทศจะทำให้บริษัทได้รับประโยชน์และโอกาสใหม่ๆมากมาย เช่น ขนาดตลาดที่ใหญ่ขึ้น ลดต้นทุนขนส่ง ลดต้นทุนการผลิต เพื่อเข้าไปหาแรงงานที่มีความสามารถที่เราต้องการ

ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

ความพร้อมและประสบการณ์ของบริษัท
กฎหมายของประเทศที่จะเข้าไป
ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่จะเข้าไป


วิธีการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศที่นิยมจะประกอบด้วย:

Exporting
Licensing
Franchising
Joint Venture
Contract Manufacturing
Turnkey Project


โดยวิธีเข้าสู่ตลาดต่างประเทศแต่ละวิธีก็จะมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันไป


Export หรือ การส่งออก

Export คือ การส่งออกสินค้าที่ผลิตเสร็จแล้ว จากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง (ด้วยวิธีอะไรก็ตาม) การส่งออกจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ การส่งออกทางตรง (Direct Export) และ การส่งออกทางอ้อม (Indirect Export)

ส่งออกทางอ้อม (Indirect Export) คือ การส่งออกผ่านคนกลาง เช่น จ้างบริษัทที่รับส่งออก

ส่งออกทางตรง (Direct Export) คือ การส่งออกเอง เหมาะกับบริษัทที่มีประสบการณ์ในการส่งออก

ข้อดีของการส่งออก

ใช้เงินลงทุนต่ำ เมื่อเทียบกับหลายๆวิธี

ความเสี่ยงต่ำ เพราะสามารถถอนตัวได้ง่ายๆ ถ้าส่งออกแล้วเกิดไม่ประสบความสำเร็จ (ก็แค่เลิกส่งออก)

ข้อจำกัดของการส่งออก

สินค้าบางอย่างไม่เหมาะกับการส่งออก เช่น สินค้าที่เน่าเสียง่าย หรือการส่งออกทำให้ต้นทุนสินค้านั้นสูงเกินไป

ต้องเจอกับการกีดกันทางการค้าของประเทศที่เราต้องการส่งออกสินค้าเข้าไป ทำให้ต้นทุนของสินค้าเราสูงขึ้นไปอีก


Licensing

Licensing คือ การที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ (Licensor) ให้ใบอนุญาตกับผู้ผลิตรายอื่น (Licensee) เพื่อที่ Licensee นั้นจะได้มีสิทธิ์ในการผลิต ที่อยู่ใต้เงื่อนไขสัญญาที่ตกลงกันไว้

สิ่งที่เจ้าของหรือ Licensor จะได้เรียกว่า Royalty Fee
โดยจะตกลงกันที่ประมาณ 2-6% ของมูลค่าที่ Licensee ขายได้

ข้อดีของ Licensing หรือ การมอบใบอนุญาต คือ ความง่ายในการขยายเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ เพราะเพียงแค่มอบวิธีผลิตให้ตามที่ตกลงกันก็สามารถนอนรอรับเงินค่า Royalty Fee ได้เลย

ข้อดีดังกล่าวเป็นเหตุให้ Licensing เหมาะกับช่วงทดลองตลาดก่อนที่จะเข้าไปทำเอง หรือ กิจการที่ไม่มีความพร้อมในการเข้าไปลงทุนเอง

ข้อเสียของ Licensing คือ การที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ต้องมอบวิธีผลิตให้กับ Licensee ซึ่งถ้าทำสัญญาไม่รัดกุมมากพอ Licensee ก็จะเอาความรู้ที่เราให้ไป ไปเปิดโรงงานแข่งกับเรา ทำให้วิธี Licensing มักจะใช้แต่กับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผลิตซับซ้อนหรือมีสูตรการผลิตที่พิเศษ

เช่น เสื้อผ้า นิตยสารที่วางขายในหลายประเทศทั่วโลก สำนักข่าว (BBC ประเทศไทย)


Franchising หรือ การให้สัมปทาน

Franchising คือ การให้ใบอนุญาต (Licensing) แบบหนึ่งของการค้าปลีกหรือการบริการ โดยผู้ที่ได้รับสัมปทาน (Franchisees) จะต้องปฏิบัติตามแนวปฏิบัติที่ผู้ให้สัมปทาน (Franchisor) กำหนดไว้ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์

โดยส่วนใหญ่กิจการที่จะสามารถขายสัมปทานได้ จะต้องมีชื่อเสียงที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

ตัวอย่าง Franchising กันอยู่บ่อยๆ McDonald KFC ไก่ย่าง 5 ดาว 7-11 Subway

ผลตอบแทนที่ผู้ให้สัมปทาน (Franchisor) จะได้ก็คือ Royalty Fee เหมือนกับกรณี License

ส่วนข้อดีและข้อเสียของ Franchising ก็จะเหมือนกับ การเข้าสู่ตลาดต่างประเทศด้วยวิธี Licensing


Joint Venture

Joint Venture คือ การร่วมทุน จาก 2 บริษัทหรือมากกว่า 

ข้อดีของ Joint Venture

บางประเทศบริษัทต่างชาติไม่สามารถเข้าไปตั้งโรงงานเองได้ 100% จึงต้องเข้าไปในรูปแบบ Joint Venture

ได้ข้อดีของหุ้นส่วนที่เข้ามาร่วมกิจการ เช่น บริษัทมือถือ ร่วมกิจการกับบริษัทแบตเตอรี่

ทำให้คู่แข่งหายไป ด้วยการจับคู่แข่งมารวมกับกิจการของเราเอง

ได้ความรู้ความเข้าใจเรื่องวัฒนธรรม กฎหมายท้องถิ่นและอื่นๆ จากบริษัทที่เราร่วมทุนด้วย ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาศึกษาแต่แรก

ข้อเสียของ Joint Venture

อาจเกิดความไม่เข้าใจกัน ระหว่างกิจการที่ร่วมทุน

ปัญหาความแตกต่างทางวัฒนธรรม


Contract Manufacturing

Contract Manufacturing คือ สัญญาการจ้างผลิตสินค้า แปลตรงตัวตามชื่อ โดยจะแค่จ้างผลิตเท่านั้น แต่ส่วนอื่นๆอย่างการทำตลาดบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์จะทำเอง

โดยการจ้างผลิตจะใช้เมื่อกิจการไม่พร้อมผลิตเองที่ต่างประเทศ หรือต้องการลดต้นทุนบางอย่าง เช่น ถ้าตั้งโรงงานผลิตเองในต่างประเทศแล้วไม่คุ้มกับกำไร ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง


Turnkey Project

Turnkey Project คือ การรับทำเป็นโครงการ เป็นการจ้างตั้งแต่เริ่มโครงการไปจนสามารถใช้งานได้ โดยส่วนมากจะเป็นบริษัทที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยี การก่อสร้าง และเครื่องจักร


ลูกค้าของ Turnkey Project มักจะเป็นผู้ที่ขาดความสามารถและบุคลากรในด้านนั้นๆ อย่างบางประเทศที่ไม่มีความรู้ในการสร้างรถไฟฟ้า รัฐบาลก็จะจ้างบริษัทต่างชาติเข้ามาจัดการ

ตัวอย่างเช่น การสร้างรถไฟฟ้า เขื่อน โรงงานไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ


 

 

 

About greedisgoods

สวัสดี! อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่าง

View all posts by greedisgoods →