Home Economics NPL คือ อะไร? ตัวเลขหนี้เสีย NPL สำคัญอย่างไร

NPL คือ อะไร? ตัวเลขหนี้เสีย NPL สำคัญอย่างไร

by greedisgoods
NPL คือ หนี้เสีย ตัวเลข Non Performing Loan คือ หนี้ Non Profit Loan

หนี้ NPL คืออะไร? มาทำความรู้จักกับ NPL หรือ Non Performing Loan หรือที่พบได้จากข่าวเศรษฐกิจและผลประกอบการธนาคาร

NPL คือ สินเชื่อด้อยคุณภาพหรือสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เป็นสินเชื่อที่นอกจากจะไม่ทำให้เกิดกำไรกับผู้ปล่อยกู้แล้วยังทำให้ผู้ปล่อยกู้สูญเงินต้นที่ปล่อยกู้ไปด้วย ซึ่งเป็นผลจากการค้างชำระหนี้หรือผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้ เรียกให้ง่ายกว่านั้น NPL (Non Performing Loan) คือหนี้เสียที่ลูกหนี้ไม่จ่ายนั่นเอง

Non Performing Loan หรือ NPL ตามความหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้อธิบายไว้ว่า NPL คือ สินเชื่อที่ค้างชำระมากกว่า 3 เดือนติดต่อกัน เรียกว่าอยู่ในช่วงของการผิดนัดชำระหนี้

สำหรับตัวเลข NPL คือ ตัวเลขของหนี้ที่ค้างชำระและผิดนัดชำระหนี้ ดังนั้นตัวเลข Non Performing Loan หรือ NPL คือ ตัวเลขที่จะบอกความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ การที่ตัวเลข NPL สูงขึ้น ก็จะหมายความว่า ลูกหนี้จำนวนมากผิดนัดชำระหนี้

ในประเทศไทยผู้ที่รวบรวมข้อมูล NPL คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะรวบรวมตัวเลข NPL หรือ หนี้เสีย เหล่านี้มาจากธนาคารพานิชย์และสถาบันการเงินอื่นๆ ภายใต้การกำกับดูแลที่ปล่อยกู้ แล้วนำตัวเลข NPL (Non Performing Loan) ที่ได้มารวมกัน ซึ่งจะทำให้เห็นมูลค่าของ NPL ทั้งระบบ

ข้ามไปยังหัวข้อที่ต้องการ

ตัวเลข NPL บอกอะไร

ตามที่ได้อธิบายในตอนต้น Non-Performing Loan หรือ NPL คือตัวเลขที่แสดงถึงการผิดนัดชำระหนี้ ตัวเลข Non Performing Loan เกิดจากลูกหนี้ไม่จ่ายหนี้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

ดังนั้น ตัวเลขหนี้ NPL ที่สูง หมายถึงแนวโน้มของการที่ลูกหนี้มีโอกาสจะไม่จ่ายหนี้สูงในช่วงเวลาดังกล่าว

แน่นอนว่าเมื่อเห็นตัวเลข NPL ที่สูงจะทำให้เห็นว่ามีแนวโน้มสูงที่ลูกหนี้ (ส่วนใหญ่) จะไม่จ่ายหนี้ ซึ่งในส่วนนี้ทำให้ผู้ปล่อยเงินกู้อย่างเช่น ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินอื่นๆ จะรู้สึกไม่อยากปล่อยกู้เพราะกลัวเงินกู้ดังกล่าวจะกลายเป็นหนี้เสีย หรือ NPL

เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ธนาคารและสถาบันการเงินเหล่านี้ก็จะเข้มงวดกับการปล่อยกู้มากขึ้นตามตัวเลข NPL ที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ ตัวเลข NPL ที่สูงขึ้นดังกล่าวก็อาจส่งสัญญาณบางอย่างเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ถดถอยได้ด้วย เพราะตามปกติลูกหนี้จะพยายามหาเงินมาจ่ายหนี้อยู่แล้วเพื่อป้องกันการถูกยึดทรัพย์สิน

การที่ลูกหนี้ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้พร้อมกันเป็นจำนวนมาก ไม่ใช่ว่าลูกหนี้ไม่อยากจ่าย แต่จ่ายไม่ได้ ซึ่งอาจจะสะท้อนได้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ ส่งผลให้ลูกหนี้ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ อย่างเช่น การไม่มีเงินจากการไม่มีงาน

ใครได้รับผลกระทบจาก NPL สูง

เมื่อธนาคารกลัวการผิดนัดชำระหนี้จากตัวเลข NPL (Non-Performing Loan) ที่สูง ผู้ที่จะได้รับผลโดยตรงคือ ผู้ที่ต้องการจะกู้เงิน เพราะจะกู้เงินได้ยากขึ้นในช่วงที่ตัวเลขหนี้ NPL อยู่ในระดับที่สูง เนื่องจากผู้ปล่อยกู้การผิดนัดชำระหนี้

สิ่งที่สถาบันการเงินมักจะทำเมื่อหนี้ NPL สูง คือ การปล่อยกู้ที่ยากขึ้น (ด้วยหลากหลายวิธีในการคัดกรอง) การกู้เงินในช่วงที่ตัวเลข หนี้เสีย หรือตัวเลข NPL สูง อาจมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น

การปล่อยกู้มีขั้นตอนมากขึ้น ตรวจสอบมากขึ้น เพราะธนาคารจำเป็นต้องคัดกรองลูกหนี้ให้ดี ไม่ได้ปล่อยกู้ง่ายเหมือนตอนช่วงอยากให้กู้ 

ลูกหนี้กลุ่มรายได้น้อยและกลุ่มรายได้ปานกลางกู้เงินยากขึ้น เหตุผลคือคนกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะกลายเป็น NPL หรือหนี้เสียอยู่สูงเพราะเป็นกลุ่มที่มีรายได้ไม่สูงนัก

ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อหากำไรเพิ่มและเพื่อการทดแทนในส่วนที่อาจจะกลายเป็นหนี้เสียหรือ NPL ซึ่งในช่วงนี้สถาบันการเงินมักจะมีการออก Promotion เงินกู้น้อยลง


สรุป NPL คือตัวเลขที่แสดงการผิดนัดชำระหนี้ ดังนั้นตัวเลขหนี้ NPL โดยรวมของประเทศที่สูงก็คือมีผู้ผิดนัดชำระหนี้เป็นจำนวนมาก ในทางกลับกันถ้าหากตัวเลข NPL อยู่ในระดับที่ต่ำก็จะหมายถึงมีการผิดนัดชำระหนี้ต่ำ

ทำให้ NPL เป็นตัวเลขที่ถูกนำมาใช้วัดแนวโน้มการผิดนัดชำระหนี้โดยรวม ซึ่งจะสามารถสะท้อนรายได้ของผู้บริโภคในประเทศโดยรวม และเป็นตัวเลขที่สถาบันการเงินใช้ประมาณการแนวโน้มการผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้

สามารถติดตามมูลค่า NPL ในประเทศไทยได้ที่ เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะประกาศมูลค่าหนี้เสีย NPL ของไทยได้ทุกเดือน

บทความที่เกี่ยวข้อง