Overbooking คือ อะไร? ในทางการตลาด (Overselling)

Overbooking คือ Overselling คือ การขายจอง Overbooking สายการบิน

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า Overbooking บ่อย ๆ ในการใช้บริการสายการบินต่าง ๆ มาดูกันว่าจริง ๆ แล้ว Overbooking คือ อะไร? และผู้ให้บริการทำไปเพื่ออะไร?


Overbooking คือ การขายหรือเปิดให้จองบริการบางอย่างเกินกำลังการผลิตจริง เช่น เที่ยวบินหนึ่งของสายการบินหนึ่ง รองรับได้สูงสุด 150 ที่นั่ง แต่สายการบินดังกล่าวเปิดให้จองที่นั่งได้ถึง 175 ที่นั่ง

หลายคนอาจคุ้นเคยกับการ Overbooking ในกรณีของ การ Overbooking สายการบิน ที่กลายเป็นประเด็นดราม่าอยู่บ่อย ๆ

แต่รู้กันหรือไม่ว่าการ Overbooking หรือการ Overselling ไม่ได้มีอยู่แค่กับ บริการสายการบิน เท่านั้น แต่การ Overbooking และการ Overselling แฝงอยู่ในหลาย ๆ บริการที่มีการจองล่วงหน้า

เพราะประโยชน์ของการ Overbooking คือ การลดโอกาสที่จะเสียโอกาสในการใช้ทรัพยากรที่มีอย่างเต็มประสิทธิภาพ หรือพูดง่าย ๆ คือ พยายามขายให้ได้เต็มจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ให้ได้มากที่สุด และลดต้นทุนคงที่ให้ได้มากที่สุด



ประโยชน์ของการเปิดให้ Overbooking

เพื่อความเข้าใจ ลองดูตัวอย่างคร่าว ๆ ว่าสายการบิน เปิดให้ Overbooking ทำไม

สมมติว่าสายการบิน A เที่ยวบินหนึ่ง รองรับได้สูงสุด 100 ที่นั่ง และเที่ยวบินรอบดังกล่าวมีต้นทุน 150,000 บาท แต่เที่ยวบินนี้ สายการบิน A เปิดให้จองที่นั่งได้สูงสุด 110 ที่นั่ง (สมมติว่า 1 ที่นั่งราคา 7,000 บาท)

รายได้สูงสุดหากไม่มีการ Overbooking คือ 100 x 7,000 = 700,000 บาท

ทำให้เที่ยวบินนี้จะมีกำไร 700,000 – 150,000 = 550,000 บาท

กลับมาที่การ Overbooking ที่จะตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า ถึงแม้ว่าจะมีการจองเต็ม 100 ที่นั่ง แต่ในความเป็นจริงลูกค้าอาจมาไม่ครบ (แต่ละสายการบินมีสถิติ เพื่อใช้คำนวณแนวโน้ม) และที่นั่งที่ลูกค้าไม่มาก็จะกลายเป็นที่ว่าง ซึ่งการมีที่วางสายการบินมองว่ายังขายได้

จากตัวอย่าง สายการบินปล่อยให้ Overbooking ได้ถึง 110 ที่นั่ง หรือคาดว่าลูกค้า 10 คนจะไม่มา ดังนั้น ถ้าลูกค้า 10 คนไม่มา อีก 10 คนที่จองเกินมาก็จะมีที่นั่งเป็น 10 ที่นั่งที่ว่าง

รายได้สูงสุดเมื่อมีการ Overbooking คือ 110 x 7,000 = 770,000 บาท

ทำให้เที่ยวบินนี้จะมีกำไร 770,000 – 150,000 = 620,000 บาท

จะเห็นว่าการเปิดให้ Overbooking ทำให้สายการบิน A ได้กำไรเพิ่มมาอีก 70,000 บาท

แต่ถ้าหากว่าสายการบินคาดการณ์ผิด ผู้โดยสารมาเต็มจำนวน สายการบินก็จะหาผู้ที่จะยอมไปเที่ยวบินหน้า (หรือสุ่ม) และจ่ายชดเชยให้ผู้โดยสารคนดังกล่าว (ไม่กี่หมื่น)

ซึ่งเงินที่จ่ายชดเชยไป ในท้ายที่สุดสายการบินก็จะคืนทุนจากเที่ยวบินเที่ยวอื่นอยู่ดี

และทั้งหมดคือ แนวคิดพื้นฐานและข้อดีของการ Overbooking หรือการ Overselling

หมายเหตุ: ตัวเลขสมมติกลม ๆ เพื่อความง่ายในการคิดตาม ยังไม่รวมค่าโหลดกระเป๋าเพิ่ม


ตัวอย่างของการ Overbooking

ลองมาดูกันว่า มีอะไรบ้างที่เปิดให้จองหรือขายในลักษณะของ การ Overbooking หรือ Overselling ที่ไม่ใช่กรณีของ การจองที่นั่งในเที่ยวบิน

Disclaimer: ตัวเลขทั้งหมดเป็นเรื่องสมมติ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด!

Concert

คอนเสิร์ตเปิดให้ผู้ที่จองบัตรจองได้มากกว่าจำนวนที่งานจะรับได้จริง ๆ เพราะคาดว่าผู้จองไม่น่าจะมาเต็มจำนวน 100%

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าผู้ที่เข้าชม Concert จะมาครบ 100% จริง ก็ไม่มีใครรู้ได้ว่าคนเกิน โดยเฉพาะกับกรณีของบัตรยืน

ที่พักของงาน Music Festival งานหนึ่ง

ถ้าใครอ่านข่าวต่างประเทศน่าจะคุ้น ๆ ว่ามีงาน Music Festival งานหนึ่งที่เปิดให้ผู้ร่วมงานจองที่พักเกินจำนวนที่พักที่จัดหาให้ได้ (Overbooking) เพราะคาดว่ายังไงคนก็มาไม่ถึงตามจำนวนคนที่จอง

โดยการเปิดให้ลูกค้า Overbooking ก็จะทำให้ผู้จัดงานมีเงินหมุนเวียนเพื่อใช้ในการจัดงาน Music Festival มากขึ้น

ถ้าหากว่าวันงานมีลูกค้าจองเกินขึ้นมานิดหน่อย งานก็รับมือด้วยการจองโรงแรมดี ๆ พร้อมรถรับส่งให้ เพื่อชดเชยให้กับลูกค้า ซึ่งก็ถือว่าเป็นจำนวนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการเปิดให้ Overbooking

Web Hosting

ในกรณีของ Web Hosting จะ Overselling ด้วยการขายบริการ เว็บโฮสติ้ง มากกว่าทรัพยากรที่มี สำหรับใครที่เป็นสาย Tech หรือ สายทำเว็บ คงพอจะเดาออก

สมมติว่า บริษัท Greed is Hosting เปิดให้บริการ Web Hosting โดยกำหนดให้ลูกค้าเก็บข้อมูลของเว็บได้คนละ 25 GB โดยที่ Server แต่ละตัวสามารถเก็บข้อมูลได้ 1,000 GB และสมมติว่า Greed is Hosting มี Server อยู่ทั้งหมด 100 เครื่อง

นั่นหมายความว่า Server 1 เครื่อง จะรับลูกค้าได้ 40 คน

สมมติว่า ค่าเช่าคือปีละ 1,000 บาทต่อคน ดังนั้น โดยพื้นฐาน บริษัท จะได้เงินสูงสุด 40,000 บาท ต่อ 1 เครื่อง Server หรือ 4,000,000 บาทต่อปีจาก 100 เครื่อง

แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ทุกเว็บไซต์จะเก็บข้อมูลเกิน 25 GB ซึ่งบริษัท Greed is Hosting ให้บริการมานาน มีสถิติว่า ลูกค้าใช้พื้นที่เฉลี่ยจริง ๆ แค่คนละ 1 GB เท่านั้นเอง

นั่นหมายความว่า Server 1 เครื่อง จะรับลูกค้าได้ประมาณ 1,000 คน (บวกลบนิดหน่อย)


หรือทำเงินได้สูงสุด 1,000 บาท x 1,000 คน = 1,000,000 บาทต่อ 1 เครื่อง Server หรือ 100,000,000 บาทจาก 100 เครื่อง (มากกว่าการไม่ Overselling 25 เท่า)

ในส่วนของลูกค้าที่มาใช้บริการก็รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองใช้แค่ 2-3 GB เท่านั้น (ส่วนน้อยที่ใช้มากกว่านี้)

ดังนั้น บริษัท Greed is Hosting ก็จะใช้ประโยชน์ของ 2 ประเด็นนี้ในการ Overselling คือ

  1. ตั้ง Package ให้พื้นที่เยอะ ๆ ให้ลูกค้ารู้สึกว่า บริการของเราให้พื้นที่เยอะ
  2. รับลูกค้า 1000 คนต่อ 1 เครื่อง Server แทนที่จะรับแค่ 40 คนต่อเครื่อง และทำเงินได้มากกว่าเดิม 25 เท่าด้วยต้นทุนเท่าเดิม

 

About greedisgoods

สวัสดี! อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่าง

View all posts by greedisgoods →