GreedisGoods » Marketing » Positioning คืออะไร? การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์สำคัญอย่างไร

Positioning คืออะไร? การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์สำคัญอย่างไร

by Kris Piroj
Positioning คือ การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ การเลือกกลุ่มเป้าหมาย STP Positioning

Positioning คืออะไร?

Positioning คือ การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เพื่อแสดงจุดยืนของผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าเป้าหมายเห็น อธิบายให้ง่ายกว่านั้น Positioning หรือตำแหน่งผลิตภัณฑ์คือการวางตัวของแบรนด์ว่าอยากให้คนมองว่าสินค้านี้เป็นอย่างไร มีจุดยืนอย่างไร อยู่ระดับใด สินค้ามีไว้เพื่อใคร และสินค้าของแบรนด์อยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น

ซึ่งการจะวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ หรือ Positioning ได้นั้นก็จะต้องพิจารณามาจากกลุ่มเป้าหมาย (Targeting) ที่ได้เลือกไว้ในขั้นตอนที่ 2 ในการเลือกกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของกลยุทธ์ STP

โดยกลยุทธ์ Positioning หรือ การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์สามารถแบ่งได้เป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่

  • Emotional คือ จุดยืนด้านอารมณ์
  • Functional คือ จุดยืนด้านการใช้งาน
  • Differentiation คือ จุดยืนด้านความแตกต่าง

อย่างไรก็ตาม Positioning ไม่ใช่เรื่องของการเลือกกลุ่มเป้าหมาย แต่เป็นการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่เราได้เลือกไว้แล้วก่อนหน้านี้

จากนั้นนำไปเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของเรา ว่าเรามีด้านใดที่คล้ายกัน มีอะไรที่เด่นกว่า และมีอะไรที่ด้อยกว่า


Emotional

Emotional คือ จุดยืนด้านอารมณ์ Positioning แบบ Emotional คือ จุดยืนเน้นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของผู้ใช้งาน ภาพลักษณ์ของสินค้า บรรยากาศ และอารมณ์ร่วมกับสินค้า

โดยส่วนมากสินค้าที่มี Positioning แบบ Emotional คือ สินค้าที่ผู้ซื้อมักมองว่าเป็นสินค้าหรู สินค้าที่ใช้แล้วดูดีเมื่อถูกคนอื่นมอง สินค้าที่ใช้แสดงออกทางฐานะ หรือ สินค้าที่ใช้เพื่อเป็นรางวัลของชีวิต ส่งผลให้ลูกค้ามักจะไม่สนใจเรื่องราคาของสินค้าที่วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์แบบ Emotional มากนัก

ตัวอย่างเช่น นาฬิกาหรู รถยนต์หรู ร้านอาหารราคาแพง โรงแรมที่มีบริการเสริมมากมายเพื่อการพักผ่อนเต็มที่ คอนโดระดับพรีเมี่ยมใจกลางเมือง

Positioning แบบ Emotional เป็นวิธีในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับสินค้าและบริการที่ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมาก

Functional

Functional คือ จุดยืนด้านการใช้งาน เป็นการวางจุดยืนของผลิตภัณฑ์ หรือ Positioning เกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าหรือบริการ อย่างเช่น ฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ความคุ้มค่าที่ได้รับ (อาจจะไม่ดีที่สุดแต่คุ้มราคาก็ได้) ซึ่งส่วนมากจะมาในลักษณะของสินค้าคุณภาพสูง

สินค้าและบริการที่วาง ตำแหน่งผลิตภัณฑ์ แบบ Functional มักจะเป็นสินค้าและบริการทั่วไปที่เน้นการใช้งาน ตัวอย่างเช่น

  • แชมพูที่เป็นครีมนวดผมในตัว
  • รองเท้าหนังที่ไม่เป็นรอยง่าย
  • ห้องพักเล็กสิ่งอำนวยความสะดวกไม่มาก แต่อยู่กลางเมือง

จุดขายของ Positioning แบบ Functional หรือจุดยืนด้านการใช้งาน คือ สรรพคุณของสินค้า

Differentiation

Differentiation คือ จุดยืนด้านความแตกต่าง เป็นการวาง Positioning ด้วยการสร้างความแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนกับคู่แข่ง ซึ่งความแตกต่าง (Differentiation) อาจจะได้ทั้งความแตกต่างเกี่ยวกับ Emotional และ Functional

ประโยชน์ของจุดยืนด้านความแตกต่าง (Differentiation) คือ การที่ไม่ต้องแข่งขันกับคู่แข่งรายอื่นเนื่องจากสินค้าแบบ Differentiation ยังเป็นสินค้าใหม่ในตลาด และการที่ไม่มีสินค้าทดแทน (หรือมีน้อย) ทำให้สามารถตั้งราคาที่สูงได้

ตัวอย่างเช่น Tesla รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า จะเห็นว่าในยุคแรกที่ Tesla ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน คู่แข่งของ Tesla ในระยะแรกน้อยมาก

บทความที่เกี่ยวข้อง

GreedisGoods มีการเก็บ Cookies สำหรับสถิติการเข้าชมและโฆษณา เพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานที่ดียิ่งขึ้น หากท่านใช้เว็บไซต์ต่อไปโดยไม่ปรับตั้งค่าปฏิเสธ Cookies เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้ ยินยอม ดูรายละเอียด