GreedisGoods » Economics » ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา คืออะไร? (Price Elasticity of Demand)

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา คืออะไร? (Price Elasticity of Demand)

by K. Pair
ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา คือ Price Elasticity of Demand คือ

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา คือ การเปรียบเทียบระหว่างระดับความต้องการสินค้า (Demand) กับราคาสินค้า (Price) เมื่อราคาสินค้าดังกล่าวเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลง Price Elasticity of Demand คือ อัตราส่วนที่จะแสดงให้เห็นว่าปริมาณความต้องการซื้อ (Demand) จะเปลี่ยนแปลงไปกี่เปอร์เซ็นต์ เมื่อระดับราคาสินค้า (Price) เกิดการเปลี่ยนแปลง

พูดให้ง่ายกว่านั้น ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (Price Elasticity of Demand) คือ ตัวเลขที่บอกว่าถ้าสินค้าราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลง X% ความต้องการซื้อสินค้าดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงกี่เปอร์เซ็นต์

ตัวอย่างเช่น น้ำมันดีเซลราคาลดลง 3% ทำให้ปริมาณความต้องการเติมน้ำมันมากขึ้น 25% (คนไปเติมน้ำมันมากขึ้น 25%)

สำหรับประโยชน์ของตัวเลขที่ได้จาก ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (Price Elasticity of Demand) คือ ตัวเลขที่มักนำไปใช้ในการ ประเมินสภาพเศรษฐกิจ รวมไปถึงใช้ในการพิจารณาการตั้งราคาสินค้าควบคู่กับ กลยุทธ์การตั้งราคา (Price Strategy)

เนื่องจาก ทั้ง 2 ตัวเลขเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่าควรตั้งราคาไว้ที่ระดับราคาใดผู้บริโภคถึงจะสามารถซื้อได้ จากการที่ทั้ง 2 ประเด็นเป็นตัวเลขที่มาจากเรื่องของกำลังซื้อของผู้บริโภค

วิธีคำนวณ ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา คำนวณ ได้ 2 วิธีคือ 

  1. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาแบบจุด
  2. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาแบบช่วง

โดยความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาจะคำนวณออกมาโดยมีหน่วยเป็น ร้อยละ หรือ เปอร์เซ็นต์

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา แบบจุด

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (ตัวย่อ PED หรือ Ep) = เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของความต้องการซื้อ ÷ เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของราคา

เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของปริมาณความต้องการซื้อ = ความต้องการซื้อใหม่ – ความต้องการซื้อเก่า

เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของราคา = ราคาใหม่ – ราคาเก่า

สมมติว่า สินค้า A ราคา 5 บาท มีปริมาณความต้องการซื้อ 100 หน่วย เมื่อราคาสูงขึ้นเป็น 7 บาท ปริมาณความต้องการซื้อลดลงเหลือ 70 หน่วย

จากตัวอย่างด้านบนจะเห็นว่า:

เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของปริมาณความต้องการซื้อ เปลี่ยนไป 30 หน่วย หรือคิดเป็น 30% (-30 ÷ 100 x 100)

เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของราคา เปลี่ยนไป 2 บาท หรือคิดเป็น 40% (2 ÷ 5 x 100)

ถ้าหากกำลังงงเกี่ยวกับเปอร์เซ็นต์หรือร้อยละ สามารถแวะไปอ่านวิธีหาเปอร์เซ็นต์ได้ที่บทความ วิธีคิดเปอร์เซ็นต์ง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา หรือ Ep = -30 ÷ 40

Ep = -0.75%

ดังนั้น ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา คือ -0.75% ซึ่งอธิบายได้ว่า ถ้าหากราคาสินค้า A (Price) เพิ่มขึ้น 1% ความต้องการสินค้า A จะลดลง -0.75%

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา แบบช่วง

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาแบบช่วง = (ΔQ ÷ ΔP) x [(P1 + P2) ÷ (Q1 + Q2)]

ΔQ = Q1 – Q2 หรือ ปริมาณเก่า – ปริมาณใหม่

ΔP = P1 – P2 หรือ ราคาเก่า – ราคาใหม่

P1 คือ ราคาเก่า, P2 คือ ราคาใหม่, Q1 คือ ปริมาณความต้องการเก่า และ Q2 คือ ปริมาณความต้องการใหม่

สมมติว่า สินค้า B ราคา 5 บาท มีปริมาณความต้องการซื้อ 100 หน่วย เมื่อราคาสูงขึ้นเป็น 7 บาท ปริมาณความต้องการซื้อลดลงเหลือ 70 หน่วย

ΔQ = 100 – 70 = 30
ΔP = 5 – 7 = -2

แทนค่าลงในสมการจะได้ PED = (30 ÷ (-2)) x [(5 + 7) ÷ (100 + 70)]

PED = -1.0588

อธิบายได้ว่า ถ้าหากราคาสินค้า B (Price) เพิ่มขึ้น 1% ความต้องการสินค้า B จะลดลง 1.0588%

และสามารถบอกได้ว่า สินค้า B เป็นสินค้าประเภทที่มี ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคามาก (Elasticity Demand) เนื่องจาก |-1.0588| มากกว่า 1

เพื่อไม่ให้บทความยาวจนเกินไป สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ประเภทของผลลัพธ์ที่ได้จากการ คำนวณความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา แบบละเอียดได้ที่ Coming Soon


สำหรับค่าที่ได้จากการ คำนวณความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา ควรออกมาเป็นลบถ้าหากราคาสูงขึ้น เพราะราคาสินค้า (Price) จะเปลี่ยนแปลงในทิศทางตรงข้ามกับปริมาณสินค้า (Quantity)

อย่างที่หลายคนน่าจะเคยเห็นจาก Law of Demand หรือ กฎของอุปสงค์  ที่อธิบายไว้ว่า:

  • ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น (Price สูง) ความต้องการซื้อจะลดลง (Demand ต่ำ)
  • ราคาสินค้าลดลง (Price ต่ำ) ความต้องการซื้อจะเพิ่มขึ้น (Demand สูง)

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นฐานของความยืดหยุ่นของอุปสงค์ (Elasticity of Demand)

บทความที่เกี่ยวข้อง