GreedisGoods » Economics » Required Reserve Ratio คืออะไร? (อัตราส่วนสำรองขั้นต่ำ)

Required Reserve Ratio คืออะไร? (อัตราส่วนสำรองขั้นต่ำ)

by K. Pair
Required Reserve Ratio คือ อัตราส่วนสำรอง ธนาคารกลาง RRR

Required Reserve Ratio คือ อัตราส่วนสำรองขั้นต่ำเป็นกฎหมายที่ธนาคารกลางแต่ละประเทศกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์เก็บสำรองเงินฝากขั้นต่ำ ซึ่งสัดส่วนจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศตามที่ธนาคารกลางกำหนด โดยธนาคารพานิชย์สามารถเลือกได้ว่าจะเก็บสำรองเงินจำนวนนี้เอาไว้ในรูปเงินสดหรือฝากไว้กับธนาคารกลางก็ได้

ตัวอย่างเช่น ธนาคารกลางของประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดอัตราสำรองเงินฝากหรือ Required Reserve Ratio (RRR) เอาไว้ที่ 3% หมายควมว่าทุกเงินฝาก 100 บาทที่ธนาคารพาณิชย์ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับมาจากผู้ที่เข้าฝากเงิน ธนาคารพาณิชย์เหล่านี้จะต้องสำรองเงินฝากเอาไว้ 3 บาท

และส่วนที่เหลือจาก 3 บาทที่ถูกหักไว้เป็นเงินสำรองตามกฎ Required Reserve Ratio (RRR) จะเรียกว่า เงินสำรองส่วนเกิน หรือ Excess Reserve ที่ธนาคารพาณิชย์สามารถนำไปใช้ในการลงทุนหากำไรให้กับธนาคาร เช่น การปล่อยกู้ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และการนำไปลงทุนในตลาดทุน

โดยปัจจุบัน Required Reserve Ratio ของประเทศใหญ่ทั่วโลก มีอัตราดังนี้

  • สหรัฐอเมริกา 0% (จากเดิม 3% จนถึงวันที่ 15 มีนาคม 2020)
  • ญี่ปุ่น 0.8%
  • ประเทศกลุ่มยูโรโซน 1%
  • สวิสเซอร์แลนด์ 2.75%
  • รัสเซีย 8%
  • สิงคโปร์ 16%
  • ฮ่องกง 0%
  • ไทย 1%

นอกจากนี้ Required Reserve Ratio ยังอาจพบได้ในชื่อของ Reserve Requirement, Cash Reserve Ratio, และ Reserve Ratio

Required Reserve Ratio มีไว้ทำไม

มาถึงตรงนี้ก็ต้องเกิดคำถามว่าทำไมธนาคารกลาง (Central Bank) บังคับให้ธนาคารพาณิชย์หักเก็บไว้ 3 บาท หักแล้วเอาเงินไปทำอะไร หรือหักไว้แล้วได้ประโยชน์อะไร

คำตอบคือ กฎ Required Reserve Ratio (RRR) มีไว้เพื่อลดความรุนแรงจากความเสี่ยงที่ธนาคารพาณิชย์เกิดขาดสภาพคล่องขึ้นมา หรืออยู่ ๆ ผู้ฝากเงินเกิดต้องการถอนเงินเป็นจำนวนมาก

เพราะถ้าหากว่าผู้ฝากจำนวนมากอยู่ๆ แห่มาถอนเงินกับธนาคารพร้อมกันเป็นจำนวนมาก แล้วธนาคารไม่มีเงินสำรอง ก็จะไม่สามารถคืนเงินให้กับผู้ฝากได้ทั้งหมด ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นในธนาคาร

เมื่อผู้ฝากไม่ได้เงินฝากคืน ก็จะเกิดความไม่มั่นในธนาคารพาณิชย์ธนาคารดังกล่าว (และแน่นอนว่าจะกลายเป็นข่าวดัง) และผลที่ตามมาคือ เมื่อประชาชนเห็นว่าถอนเงินไม่ได้แล้วไม่มั่นใจเหมือนกันจึงแห่กันมาถอนบ้างเพราะกลัวไม่ได้เงินคืน (มองว่ามาก่อน อย่างน้อยก็ได้ก่อน) ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์ของธนาคารแย่กว่าเดิม (หรืออาจจะล้มไปเลย)

ธนาคารต้องกู้เงินจากธนาคารกลางหรือธนาคารอื่นมาคืน ทำให้ธนาคารมีภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเพิ่มมากขึ้น และธนาคารจำเป็นต้องขายหลักทรัพย์ที่ได้เข้าไปลงทุนไว้เพื่อนำเงินมาคืน ซึ่งหมายความว่าธนาคารเสียโอกาสในการทำกำไร (หรืออาจจะขาดทุน)

ทั้งหมดคือประโยชน์คร่าวๆ ของ Required Reserve Ratio หรือ อัตราส่วนสำรองขั้นต่ำ

บทความที่เกี่ยวข้อง