Home เศรษฐกิจ มูลค่าการส่งออกไทยเดือนสิงหาคม หดตัว -7.94%

มูลค่าการส่งออกไทยเดือนสิงหาคม หดตัว -7.94%

by greedisgoods
ส่งออกไทย สิงหาคม 2563 ติดลบ
  • มูลค่าการส่งออกไทยเดือนสิงหาคม 2563 มีมูลค่า 20,212.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • อัตราการขยายตัวของการส่งออกไทยเดือนสิงหาคม 2563 หดตัว -7.94% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (ดีกว่าคาดการณ์ที่ -13%)
  • มูลค่าการส่งออกไทยหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5
  • ในส่วนของมูลค่าการส่งออก 8 เดือนแรก ตั้งแต่เดือนมกราคม–สิงหาคม หดตัว -7.75%

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยประจำเดือนสิงหาคม 2563 มูลค่าการส่งออกไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2563 หดตัวติดลบ -7.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่งผลให้การส่งออกไทยติดลบต่อเนื่อง 5 เดือนติดต่อกัน แต่ยังคงเป็นตัวเลขที่ดีกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาดโดยตัวเลขคาดการณ์อยู่ที่ -13%

มูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนสิงหาคม 2563 มีมูลค่า 20,212.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นมูลค่าการส่งออกที่กลับมาแตะเหนือระดับ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นเดือนที่ 2 และสำหรับมูลค่าการส่งออก 8 เดือนแรกของปี 2563 ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง สิงหาคม อยู่ที่ 153,375 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือหดตัว -7.75%

ภาพรวมการส่งออกตลาดอื่นๆ ที่มีสัดส่วนสาคัญกับการส่งออกไทย ล้วนมีอัตราการหดตัวที่ลดลงอย่างมากในเดือนนี้ เช่น ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินเดีย สหราชอาณาจักร และเยอรมนี สะท้อนภาพรวมการค้าโลกที่เริ่มฟื้นตัว และส่งสัญญาณที่ดีต่อการส่งออกของไทย

โดยภาคการจ้างงานของสหรัฐฯ มีการฟื้นตัวดี และภาคการผลิตจีนกลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเศรษฐกิจทั่วโลกต่างมีทิศทางดีขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และมีมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องจากธนาคารกลางทั่วโลก ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกของไทยเดือนสิงหาคม 2563 กลับมาแตะเหนือระดับ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2

มูลค่าการส่งออกไทย เดือนสิงหาคม 2563
สรุป ภาพรวมส่งออกไทยเดือนสิงหาคม 2563

สินค้าที่การส่งออกขยายตัว

สำหรับสินค้าที่มูลค่าการส่งออกขยายตัวได้ดีแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • สินค้าอาหาร เช่น ข้าวพรีเมียม ข้าวกล้อง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำมันปาล์ม ทูน่ากระป๋อง สุกรสดแช่เย็นแช่แข็ง สิ่งปรุงรสอาหาร และอาหารสัตว์เลี้ยง
  • สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน (Work from Home) และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน ตู้เย็นและตู้แช่แข็ง เครื่องซักผ้า และโซลาร์เซลล์
  • สินค้าเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด เช่น ถุงมือยาง ซึ่งขยายตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีการแพร่ระบาด เป็นต้นมา โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศคู่ค้าที่มีอัตราการแพร่ระบาดสูงอย่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร

นอกจากนี้ มูลค่าการส่งออกทองคำยังคงขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องจากปัจจัยด้านราคา ตามความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่ผ่านมา

ตลาดส่งออกเดือนสิงหาคม 2563

ด้านตลาดส่งออก ตลาดสหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่หลายตลาดกลับมาขยายตัวหลังการหดตัวในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะสิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ ฮ่องกง และเมียนมา รวมทั้งตลาดอื่นๆ ที่มีสัดส่วนสาคัญกับการส่งออกไทย ล้วนมีอัตราการหดตัวที่ลดลงอย่างมากในเดือนนี้ เช่น ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินเดีย สหราชอาณาจักร และเยอรมนี สะท้อนภาพรวมการค้าโลกที่เริ่มฟื้นตัว และส่งสัญญาณที่ดีต่อการส่งออกของไทย

โดยตลาดสหรัฐอเมริกา ขยายตัวสูงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ที่ 15.2% สำหรับสินค้าสาคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน เคมีภัณฑ์ และโทรศัพท์และอุปกรณ์ฯ เป็นต้น ขณะที่ 8 เดือนแรกของปี 2563 การส่งออกไปตลาดสหรัฐอเมริกาขยายตัว 5.9%

สำหรับตลาดส่งออกที่มูลค่าการส่งออกหดตัว ได้แก่

  • ตลาดจีน หดตัว -4.0%
  • ตลาดสหภาพยุโรป หดตัว -16.9%
  • ตลาดญี่ปุ่น หดตัว -16.6%
  • ตลาดอาเซียน หดตัว -16.5%
  • ตลาด CLMV หดตัว -9.3%
  • ตลาดทวีปออสเตรเลีย หดตัว -22.5%
  • ตลาดตะวันออกกลาง หดตัว -30.3%
  • ตลาดเอเชียใต้ หดตัว -17.6%
  • ตลาดอินเดีย หดตัว -18.8%
  • ตลาดลาตินอเมริกา หดตัว -34.7%
  • ตลาดรัสเซียและกลุ่มประเทศ CIS หดตัว -43.4%
  • ตลาดทวีปแอฟริกา หดตัว -9.6%

แนวโน้มการส่งออกปี 2563

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ มองว่าการส่งออกของไทยคาดว่าจะฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ประเทศคู่ค้ายังสามารถควบคุมได้ และเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ประกอบกับปัจจัยบวกข่าวความสาเร็จในการสร้างวัคซีนต้านโควิด-19 ในหลายประเทศ ทำให้บรรยากาศการค้าเริ่มกลับมาคึกคัก

นักวิเคราะห์มองว่าการผลิตวัคซีนในปริมาณมากอาจไม่สามารถทำได้ในปีนี้ ประกอบกับกำลังซื้อที่หายไปในช่วงการระบาดยังไม่กลับมา ทำให้ผู้ส่งออกในบางอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ ปิโตรเคมี และอิเล็กทรอนิกส์ มีความกังวลเกี่ยวกับยอดการส่งออกในปีนี้ อย่างไรก็ดี สินค้าอาหารแปรรูปยังเป็นที่ต้องการในหลายประเทศจากความไม่แน่นอนดังกล่าว

ทั้งนี้ ปัจจัยลบที่อาจส่งผลต่อการส่งออกของไทยในช่วงถัดไป ได้แก่ การแพร่ระบาด ที่รุนแรงขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมา กัมพูชา และเวียดนาม ส่งผลให้การค้าชายแดนเริ่ม ส่งสัญญาณชะลอตัวมากขึ้น

ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยประจำเดือนสิงหาคม 2563 – สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์

บทความที่เกี่ยวข้อง