Home เศรษฐกิจ ส่งออกไทยกันยายน 2563 หดตัว -3.86% ติดลบต่อเนื่องเดือนที่ 6

ส่งออกไทยกันยายน 2563 หดตัว -3.86% ติดลบต่อเนื่องเดือนที่ 6

by greedisgoods
Published: Last Updated on
ส่งออกไทย กันยายน 2563 หดตัว

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยประจำเดือนกันยายน 2563

มูลค่าการส่งออกไทย ประจำเดือนกันยายน 2563 หดตัวติดลบ -3.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ดีกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่คาดการณ์จากประมาณการของเดือนที่แล้วที่คาดการณ์เอาไว้ที่ -6% การขยายตัวติดลบดังกล่าวส่งผลให้เดือนกันยายนมูลค่าการส่งออกของไทยหดตัวติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน

  • มูลค่าการส่งออกไทยเดือนกันยายน 2563 มีมูลค่า 19,621.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • การขยายตัวของการส่งออกไทยเดือนกันยายน 2563 หดตัว -3.86% (คาดการณ์ -6%)
  • มูลค่าการส่งออกไทยหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6
  • สำหรับมูลค่าการส่งออก 9 เดือนแรกตั้งแต่มกราคม – กันยายน หดตัว -7.33%

ในส่วนของมูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนกันยายน 2563 มีมูลค่าทั้งหมด 19,621.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากเดือนที่แล้วเล็กน้อยจาก 20,212.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกลับมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐอีกครั้งหลังจากในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมกลับมาแตะเหนือระดับ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านมูลค่าการส่งออก 9 เดือนแรกของปี 2563 ตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายนมีมูลค่าอยู่ที่ 172,996.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือหดตัว -7.33%

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนกันยายนยังคงอยู่ในช่วงฟื้น โดยฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ตามเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มควบคุมสถานการณ์ได้ในหลายประเทศ ส่งผลให้เริ่มผ่อนคลายมาตรการปิดสถานที่และควบคุมการเดินทาง ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้น

สอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโลก (Global Manufacturing PMI) ที่ปรับตัวดีขึ้นเหนือระดับ 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และเมื่อพิจารณาอัตราการเติบโตของมูลค่าการส่งออกและนำเข้าของไทย พบว่ามีการหดตัวที่น้อยลงเป็นลำดับ

ส่งออกไทย กันยายน 2563

สินค้าที่การส่งออกขยายตัวในเดือนกันยายน

หมวดหมู่ของสินค้าที่มูลค่าการส่งออกขยายตัวได้ดีในเดือนกันยายน ยังคงเป็น 3 กลุ่มเดิมที่เติบโตต่อเนื่อง คือ

  • สินค้าอาหาร เช่น ข้าวพรีเมียม ข้าวกล้อง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำมันปาล์ม ทูน่ากระป๋อง สุกรสดแช่เย็นแช่แข็ง สิ่งปรุงรสอาหาร และอาหารสัตว์เลี้ยง
  • สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน (Work from Home) และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน ตู้เย็นและตู้แช่แข็ง เครื่องซักผ้า และโซลาร์เซลล์
  • สินค้าเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด เช่น ถุงมือยาง ซึ่งขยายตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีการแพร่ระบาด เป็นต้นมา โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศคู่ค้าที่มีอัตราการแพร่ระบาดสูงอย่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร

ขณะที่ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ เป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงสำหรับประเทศที่มีการระบาดรุนแรงในฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะเมียนมาร์

ตลาดส่งออกเดือนกันยายน 2563

ด้านตลาดส่งออก ตลาดสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ตลาดจีนกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 3 เดือน และตลาดออสเตรเลียกลับมาขยายตัวครึ่งแรกในรอบ 6 เดือน

ตลาดสหรัฐอเมริกา ขยายตัว 19.4% สำหรับสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ฯ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องใช้ไฟฟ้าฯ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน และรถยนต์และส่วนประกอบ ขณะที่ 9 เดือนแรกของปี 2563 ขยายตัว 7.4%

ตลาดจีน ขยายตัว 6.9% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่แข็งและแห้ง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ฯ และเม็ดพลาสติก ขณะที่ 9 เดือนแรกของปี 2563 ขยายตัว 3.7%

ตลาดทวีปออสเตรเลีย ขยายตัว 2.1% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศฯ ปูนซิเมนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องซักผ้าและส่วนประกอบฯ ขณะที่ 9 เดือนแรกของปี 2563 หดตัว 13.6%

สำหรับตลาดส่งออกที่มูลค่าการส่งออกหดตัว ได้แก่

  • ตลาดจีน หดตัว -4.0%
  • ตลาดสหภาพยุโรป หดตัว -16.9%
  • ตลาดญี่ปุ่น หดตัว -1.9%
  • ตลาดอาเซียน หดตัว -15.6%
  • ตลาด CLMV หดตัว -4.8%
  • ตลาดตะวันออกกลาง หดตัว -26.1%
  • ตลาดเอเชียใต้ หดตัว -6.3%
  • ตลาดอินเดีย หดตัว -5.1%
  • ตลาดลาตินอเมริกา หดตัว -14.5%
  • ตลาดรัสเซียและกลุ่มประเทศ CIS หดตัว -31.5%
  • ตลาดทวีปแอฟริกา หดตัว -15.3%

แนวโน้มการส่งออกปี 2563

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ มองว่าการส่งออกไทยส่งสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง การส่งออกไปตลาดสำคัญหลายตลาดกลับมาขยายตัวอีกครั้ง รวมถึงตลาดอื่นๆ ที่แม้จะยังหดตัว แต่มีการหดตัวลดลงซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี และเมื่อพิจารณารวมกับการกลับมาขยายตัวต่อเนื่องของสินค้าอุตสาหกรรมหลายรายการทำให้เห็นแนวโน้มที่ดีของการส่งออกไทยที่น่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี

ปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาในการประเมินสถานการณ์การส่งออกในปี 2563 ได้แก่ สถานการณ์การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของไทยที่ยังมีความไม่แน่นอน นโยบายของผู้นำอาจมีผลต่อความเชื่อมั่นต่อการส่งออก การลงทุน และอัตราแลกเปลี่ยน

สำหรับปัจจัยลบที่อาจกระทบการส่งออก ได้แก่ การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศ โดยเฉพาะยุโรปที่กลับมาล็อกดาวน์ในรายพื้นที่อีกครั้ง ซึ่งอาจกระทบกำลังซื้อของประเทศคู่ค้า รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมาที่การระบาดเข้าขั้นวิกฤติ อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการค้าชายแดนของไทยในระยะสั้น ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนการส่งออก ได้แก่ ห่วงโซ่อุปทานของสินค้ากลับมาดำเนินการได้ตามปกติ การที่ไทยควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี ไม่พบการติดเชื้อในประเทศ ทำให้ภาคการผลิตดำเนินการได้ตามปกติ รวมทั้งมาตรการกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยและประเทศคู่ค้

ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยประจำเดือนกันยายน 2563 – สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์

ถ่ายทอดสดการแถลงข่าว “ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย ประจำเดือนกันยายน 2563” – Facebook สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า

บทความที่เกี่ยวข้อง