Home ข่าวเศรษฐกิจ ยอดค้าปลีกสหรัฐเดือนเมษา -16.4% ต่ำสุดในประวัติศาสตร์

ยอดค้าปลีกสหรัฐเดือนเมษา -16.4% ต่ำสุดในประวัติศาสตร์

by greedisgoods
ดัชนียอดขายปลีกสหรัฐ เดือนเมษายน -16.4% us retail sales ต่ำสุด

สหรัฐอเมริกาประกาศตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภค (Retail Sales) ประจำเดือนเมษายน ลดลง 16.4% ต่ำสุดในประวัติศาสตร์

การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐลดลง 16.4% ในเดือนเมษายน สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 12.3% เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่องท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ส่งผลให้ตัวเลข Retail Sales ของเดือนเมษายน 2020 กลายเป็นจุดต่ำสุดในประวัติการณ์ ทำลายสถิติปี 1992

นอกจากนี้ ภาพรวมของตัวเลขค้าปลีกลดลง 15.1% เมื่อเทียบกับเดือนเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และลดลง 17.8% จากเดือนเมษายนของปีที่แล้ว

การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ลดลงเกิดขึ้นท่ามกลางการสูญเสียงานของคนสหรัฐ ที่มากกว่าช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงในช่วงการแพร่ระบาด

โดยในสัปดาห์ที่ 8 ของวิกฤตโควิดสหรัฐอเมริกามีจำนวนผู้ว่างงานถึง 36.5 ล้านคนที่ยื่นขอสิทธิประโยชน์ว่างงานในช่วงที่ผ่านมา

อะไรยอดขายลดลงมากที่สุด

จากสถิติในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ยอดการใช้จ่ายรวมของผู้บริโภคอยู่ที่ 403.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้การบริโภคชะลอตัว คือสินค้าในส่วนของเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ขายได้ลดลง 78.8% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว

รองลงมาคือเฟอร์นิเจอร์ที่ขายได้ลดลง -58.7%, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ -60.6%, สินค้ากีฬา -38%, ร้านอาหารและบาร์ -29.5%

สำหรับกลุ่มธุรกิจที่ยังมียอดขายเพิ่มขึ้นเพียงกลุ่มเดียวคือ ธุรกิจค้าปลีกที่ไม่มีหน้าร้าน 8.4% เนื่องจากชาวอเมริกันในช่วงล็ออคดาวน์เลือกที่จะทานที่บ้านแทนที่จะออกไปข้าง ส่งผลให้ยอดขายของอาหารและเครื่องดื่มโดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 12%

นอกจากนี้ การขับขี่ที่ลดลงและราคาน้ำมันเบนซินที่ต่ำลง ส่งผลให้ยอดขายน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันลดลงถึง 42.8% เช่นเดียวกับธุรกิจยานยนต์และตัวแทนจำหน่ายชิ้นส่วนที่มียอดขายลดลง 32.9%

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภค (Retail Sales) คือ ตัวเลขที่สำคัญมาจากการที่เศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา 68% (จากมูลค่ากว่า 21.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) คือการใช้จ่ายที่มาจากค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล