Web Hosting คือ อะไร ? และ วิธีเลือก Web Hosting

Web Hosting คือ วิธีเลือก Web Hosting

Web Hosting คือ อะไร ? มาดูกันว่า Web Hosting มีกี่ประเภท แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหน และ มีวิธีเลือก Web Hosting อย่างไร !?


Web Hosting คือ การให้บริการรับฝากข้อมูลของเว็บไซต์ เพื่อที่จะทำให้เว็บไซต์สามารถแสดงข้อมูลขึ้นมาได้เมื่อผู้ใช้งานเข้ามาที่เว็บไซต์ผ่านทาง Domain Name

หรือพูดให้เข้าในง่ายกว่านั้น Web Hosting คือ ที่สำหรับเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ ที่จะทำให้ผู้เข้าเว็บดึงข้อมูลออกไปแสดง (และการที่เข้าเว็บไม่สามารถดึงข้อมูลออกมาแสดงได้ ก็คือการที่เว็บล่มนั่นเอง)

โดยบริการ Web Hosting ในปัจจุบันก็จะถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภท ทั่วไปจะประกอบด้วย:

Shared Hosting
Cloud Hosting
VPS และ Cloud VPS
Dedicated Server



Web Hosting แต่ละแบบต่างกันอย่างไร ?

ก่อนอื่นให้มองว่า Web Hosting แต่ละแบบก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง มาดูกันว่า Web Hosting แต่ละแบบต่างกันอย่างไร

Shared Hosting

Shared Hosting คือ การใช้เครื่อง Server 1 เครื่องแบ่งเป็นหลายส่วน เพื่อให้ลูกค้าหลายคนเข้ามาเช่า โดยใน 1 เครื่องอาจมีผู้ใช้งานตั้งแต่ 10 ไปจนถึง 100 คนก็ได้ (ขึ้นอยู่กับความสามารถของเครื่อง Server และนโยบายของผู้ให้บริการ)

สำหรับ Shared Hosting ผู้ใช้งานจะไม่มีสิทธิในการจัดการเกี่ยวกับ Server แต่อย่างใด จัดการระบบหลังบ้านได้แค่สิ่งที่ทำได้ใน Control Panel เท่านั้น

Cloud Hosting

สำหรับ Cloud Hosting เป็นชื่อที่ถูกใช้มั่วไปหมด บางครั้งก็นำไปใช้เรียก Cloud VPS บางครั้งก็ถูกนำไปใช้เรียก Shared Hosting ที่ใช้ Cloud เป็น Server (แนะนำว่าให้อ่านรายละเอียดดีๆ)

แต่ส่วนมาก Cloud Hosting ก็คือ Shared Hosting ที่เปลี่ยนจากการ “ใช้เครื่อง server 1 เครื่อง” ไปใช้ระบบ “Cloud” แทน (แค่นั้นเอง)

VPS

VPS คือ การแบ่งทรัพยากรของเครื่อง server 1 เครื่อง ออกเป็นหลายส่วน (คล้ายกับ Shared Hosting) แต่สำหรับ VPS ผู้ใช้งานจะใช้งานในส่วนที่แบ่งได้เหมือนกับเป็นเครื่อง server เครื่องหนึ่ง มีสิทธิในการจัดการระบบหลังบ้านเหมือนเป็นเครื่อง server เครื่องหนึ่ง

โดยข้อดีของ VPS คือ ไม่ต้องแชร์ทรัพยากรกับผู้ใช้อื่นๆ เหมือนกับ Shared Hosting เพราะผู้ใช้แต่ละคนจะใช้ทรัพยากรได้ตามที่ถูกกำหนดไว้ในแพคเกจเท่านั้น ทำให้ไม่มีปัญหาเว็บหนึ่งคนเข้ามากเกินไปจนเว็บอื่นที่อยู่ใน server เดียวกันล่มไปด้วย

Cloud VPS

Cloud VPS ก็คือ VPS ที่อยู่บนระบบ Cloud ภาพรวมของการทำงานและสิทธิในการจัดการฐานข้อมูลเหมือน VPS เพียงแต่เปลี่ยนจาก Server ตัวเดียวเป็นระบบ Cloud แทน

โดยข้อดีของ Cloud ก็คือถ้ามีส่วนหนึ่งล่ม จะไม่ล่มทั้งระบบ ทำให้เว็บอื่นๆ เสียหายไปด้วยถ้าหากว่ามีบางเว็บในระบบเดียวกันทำงานหนักจนล่ม

WordPress Hosting

WordPress Hosting คือ Host ที่ปรับแต่งมาให้ใช้กับ WordPress โดยเฉพาะ ซึ่งจะปรับยังไงก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้บริการแต่ละเจ้า

โดยพื้นฐานแล้ว WordPress Hosting ก็คือการนำ Shared Hosting หรือ Shared Cloud มาปรับแต่งให้ทำงานกับ WordPress ได้ดีที่สุด แล้วแปะป้ายเป็น WordPress Hosting (ซึ่งก็เร็วกว่า Shared Hosting จริงๆ)

Dedicated

Dedicated หรือ Dedicated Server คือ การเช่าเครื่อง Server ทั้งเครื่องสำหรับเราคนเดียว (ส่วนใหญ่จะใช้กันใน Traffic ระดับแสนต่อเดือน)

สำหรับ Dedicated Server ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้เต็มที่เท่าที่ผู้ให้บริการจะอนุญาต (จะเรียกว่าเป็นด้านตรงข้ามของ Shared Hosting ก็ว่าได้)

Colocation

Colocation คือ การที่คุณมีเครื่อง server เป็นของตัวเอง แล้วคุณนำเครื่อง server ไปฝากไว้กับผู้ให้บริการ Colocation ตาม Data Center ต่างๆ


เรื่องพื้นฐานในการเลือก Web Hosting

SSD vs HDD

SSD เร็วกว่า HDD (เหตุผลเดียวกับคอมที่ใช้กันอยู่ทั่วไป) ดังนั้น ถ้าหากว่าราคาเท่ากันหรือราคาต่างกันไม่มาก แนะนำเป็น SSD ไว้ก่อน

Customer Support

สำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับ Web Hosting หรือ คนที่มีความรู้แต่ซื้อแพคเกจที่ไม่สามารถจัดการระบบหลังบ้านได้ Customer Support สำคัญมาก เพราะเป็นตัวตัดสินว่าถ้าเกิด Host มีปัญหา เว็บคุณจะล่มไปนานขนาดไหน

Customer Support checklists:

  1. ตอบเร็วมั้ย หรือ ตอบเร็วเฉพาะช่วงไหน
  2. มีระบบ Live Chat ที่ตอบเร็วๆ จะดีมาก (คุยง่ายกว่า Email)
  3. อย่างน้อยควรสามารถติดต่อผ่าน Email และตอบเร็ว

ส่วนตัวที่เคยใช้มามีผู้ให้บริการ Web Hosting บางเจ้า (จริงๆ ก็มากกว่า 3 เจ้า) เคลมไว้ว่า email support ตอบเร็ว แต่เอาเข้าจริงๆ กลับตอบเร็วแค่บางเวลาเท่านั้น (เอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้)

Money Back Guarantee

ถ้ารู้สึกว่าใช้แล้วจะไม่ได้เรื่อง ให้มองหา Money Back Guarantee หรือการคืนเงินภายใน xx วัน ถ้าหากใช้งานแล้วรู้สึกว่าไม่พอใจ

แนะนำให้อ่าน Policy ดีๆ เพราะบางอย่างคืนเงินได้ แต่บางอย่างไม่สามารถคืนเงินได้


Web Hosting ที่ส่วนตัวเคยใช้มาแล้ว

รายการด้านล่างคือบริการ Web Hosting บางส่วนที่เคยใช้มาแล้ว สำหรับบางคนที่กำลังดู Web Hosting พวกนี้อยู่ ส่วนในวงเล็บด้านหลังคือ Plan ของ Host ที่เคยใช้จากผู้ให้บริการ Web Hosting เหล่านั้น

จากการทดลอง Web Hosting ทั้งหมดใช้ WordPress ในการสร้าง website และใช้ plugin ที่เหมือนๆ กัน

Disclaimer: เฉพาะผู้บริการ Web Hosting ที่ไม่ใช่ผู้ให้บริการเว็บ Hosting ไทย

iPage (Shared Hosting ตัวแพงสุด)

นานๆ จะล่มสักครั้ง แต่ล่มไม่นานมาก เป็น Host นอก (Data Center ตั้งอยู่อเมริกา) ทำให้เข้าเว็บจากไทยช้ามาก

JustHost (Shared Hosting ตัวแพงสุด)

ไม่เคยล่มตลอด 2 ปีที่ใช้มา แต่เป็น Host นอกทำให้การเข้าเว็บจากไทยช้ามาก


Godaddy (Shared Hosting)

ล่มบ่อยสุด เจอปัญหาบ่อยสุด (แต่ถ้าจะซื้อมาหัดทำเว็บหรือลองทำเว็บขำๆ ก็ถือว่าโอเคเมื่อเทียบกับราคา)

Namecheap (Shared Hosting แพคเกจ Stellar กับ Stellar Plus)

ล่มบ้าง แต่ไม่บ่อยเท่า iPage และไม่นานเช่นกัน Data Center อยู่อเมริกา (แต่รู้สึกว่าเร็วกว่า iPage กับ JustHost)

Digital Ocean กับ Amazon Lightsail

Cloud รายใหญ่ มี Server สิงคโปร์ ทำให้ความเร็วแทบไม่ต่างจากไทย ราคาถูก ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ต้องจัดการระบบหลังบ้านเองทุกอย่าง ถ้ามีความรู้เกี่ยวกับ Linux จะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากๆ

Google Cloud Platform และ Amazon Web Sevice (AWS) EC2

เหมือนกับ Digital Ocean และ Amazon Lightsail แต่ราคาแพงกว่ามากๆ (แนะนำว่าอย่าไปยุ่งถ้าไม่ใช่ Website ระดับองค์กร)


 

About greedisgoods

สวัสดี! อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ลิ้งด้านล่าง

View all posts by greedisgoods →